วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปูก๊อบปี้ทักษิณ สร้างภาพลบ ฝ่ายตรวจสอบ


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์​ ก๊อบปี้ยุคทักษิณ พยายามลดชั้นฝ่ายการตรวจสอบ สร้างภาพฝ่ายค้านให้เป็นตัวถ่วงการบริหาร กรีดซ้ำ ชี้ชัดไม่เข้าใจในระบบประชาธิปไตย...

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการฟ้าวันใหม่ ทางบลู สกาย แชนแนล ทีวี ถึงการตรวจสอบการทำงานรัฐบาลของฝ่ายค้านที่ถูกบางฝ่ายวิจารณ์ว่า ฝ่ายค้านทำงานแบบขัดแข้งขัดขารัฐบาลว่า ทุกประเทศมีรัฐบาล แต่มีเฉพาะประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้นที่มีฝ่ายค้าน ซึ่งแต่ละฝ่ายก็มีบทบาทหน้าที่ของตนเอง ถ้าหากมีความเข้าใจเรื่องนี้ตรงกัน และเข้าใจว่าการตรวจสอบจะทำให้การใช้อำนาจต่างๆ ของรัฐมีความรอบคอบมากขึ้น ทุกอย่างก็จะไม่เป็นปัญหา มียุคนี้จะคล้ายๆ กับสมัยยุคคุณทักษิณ ที่จะมีการสร้างกระแสให้เกิดความเข้าใจว่า การตรวจสอบนั้นเป็นการถ่วงความเจริญ คุณทักษิณนั้นพูดชัดเลยว่า ฝ่ายค้านคล้ายๆ ไม่ต้องมีก็ได้ทำนองนั้น นั่นคือความไม่เข้าใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะปัจจุบันการเมืองมีการแบ่งขั้วชัดเจน เมื่อฝ่ายค้านทำการตรวจสอบก็มักจะถูกมองว่าเป็นการขัดขวางการทำงาน ดังนั้นจะมีการทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้ ซึ่งสิ่งแรกรัฐบาลควรยอมรับและตระหนักถึงหน้าที่ในการให้ความเข้าใจกับประชาชน โดยมีหลักง่ายๆ ที่ตนคิดว่าจะช่วยแก้ปัญหาในสถานการณ์อย่างนี้ได้ก็คือ การทำให้คนของเราคิดถึงแต่ประเด็นเนื้อหา หรือคิดถึงเรื่องที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะคิดถึงตัวบุคคลที่ออกมาแสดงความเห็น

ตอกย้ำรัฐไม่มีอะไรใหม่ แผนบริหารจัดการน้ำ

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงเรื่องแผนการบริหารจัดการน้ำ ที่ ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทใน 246 โครงการว่า ตัวโครงการส่วนใหญ่ไม่น่ามีปัญหา เพราะมีความจำเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งหัวใจในเรื่องนี้เป็นเรื่องการบริหารจัดการ เรื่องฟลัดเวย์ ว่าจะทำให้ประชาชนและนานาประเทศมั่นใจได้อย่างไร สำหรับในเรื่องงบประมาณนั้น ก็ไม่แน่ใจว่า จำเป็นต้องใช้เงินกู้หรือไม่ เพราะยังมีเงินจากงบกลางที่ยังเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก น่าจะใช้ตรงนี้ก่อน ฉะนั้นตนคิดว่า จะต้องติดตามตรงนี้อีกที ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่เพิ่งอนุมัติไปแล้วนั้น จะมีการระบุชัดเจนหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้ง เข้าใจว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องจำเป็นจะต้องปรับปรุง ก็ว่ากันไป ประเด็นก็มีอยู่ว่า สิ่งที่ขณะนี้จะเป็นเรื่องหัวใจ ก็จะเป็นเรื่องการบริหารจัดการ เรื่องฟลัดเวย์ตรงนี้มากกว่า ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่เรายังรอคอยอยู่ให้เกิดความมั่นใจว่าจะเป็นอย่างไร ตัวโครงสร้างที่จะทำกันไปนั้นก็ทำกันไป แต่ต้องดูว่า ภาพรวมทิศทางของการบริหารน้ำ ทิศทางคือจะให้น้ำไปทางไหน ต้องออกมาให้ชัด    แล้วมันจะต้องสอดคล้องกับตัวโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำกัน ถ้าถามว่ามีอะไรใหม่ ใน  ขณะนี้ต้องบอกว่า ยังไม่ได้มีความชัดเจนว่าจะมีอะไรใหม่

ชี้มติผู้ตรวจการฯ ให้นายกฯ ทบทวนใน 30 วัน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา มีมติเกี่ยวกับการตรวจสอบนางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รมช.เกษตรฯว่า เข้าใจว่าในการพิจารณามี 2 ส่วน คือส่วนของผู้ที่ถูกแต่งตั้ง 2 คน มีการพิจารณาว่าในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ทั้ง 2 คน ไม่ได้ทำเรื่องตามที่ได้ร้องเรียน ส่วนการพิจารณาในส่วนผู้ที่แต่งตั้งนั้น มีมติว่า ผู้ที่แต่งตั้งขาดความรอบคอบ และให้กลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้งภายใน 30 วัน

“รู้สึกว่าแม้แต่คนที่เอาเรื่องร้องก็ยังสับสนว่ามติคืออะไร ผมเข้าใจว่าทางผู้ตรวจการฯ ได้แยกการพิจารณาเป็น 2 ส่วน คือ คนที่ตั้ง ตัวนายกฯ มีเลขาฯ ครม. ที่เข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการของการตั้งแล้วก็คนที่ถูกตั้งก็มี 2 คน สิ่งที่ผู้ตรวจการฯ พูดในส่วนของคนที่ถูกตั้ง 2 คน คือคุณณัฐวุฒิ กับคุณนลินี ผมเข้าใจว่าผู้ตรวจการฯ บอกว่า พฤติกรรมที่มีการร้องเรียนทั้งหลายนั้นเป็นเรื่องอดีต เพราะฉะนั้นคล้ายๆ กับว่าตรงนี้ก็จึงไม่มีปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่าผิดหรือไม่ผิดจริยธรรม เพราะว่าเหมือนกับถูกร้องในขณะดำรงตำแหน่ง เขาไม่ได้ทำเรื่องพวกนี้ในระหว่างดำรงตำแหน่ง ก็จบไปก่อน

ส่วนคนที่ตั้งตัวเลขาฯ ครม. เขาก็บอกว่า ไม่ได้มีอะไร ก็หมายความว่าทำตามหน้าที่อะไรต่างๆ ไปแล้ว แต่ว่าก็บอกว่า นายกฯ นั้นขาดความรอบคอบ ในความหมายที่ว่า ควรจะได้มีการพิจารณาประเด็นที่เป็นที่มาของการร้องเรียน ฉะนั้นตรงนี้ก็จึงเป็นที่มา ที่บอกว่าให้ไปดูอีกทีว่าการตั้งนั้นคล้ายกับไปทบทวนว่า มันกระทบเกียรติภูมิของประเทศอะไรหรือไม่ โดยสรุปฟังแล้วก็หมายความว่า ทางผู้ตรวจการฯ ก็บอกเหมือนกับที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า มันน่าจะมีประเด็นความเหมาะสมไม่เหมาะสมอยู่ ที่จะต้องพิจารณามากกว่าที่จะบอกว่าไม่มีอะไร ก็ให้นายกฯ ไปดู ก็เป็นมติที่กลางๆ ที่ทางนายกฯ จะต้องไปพิจารณา แล้วก็รู้สึกว่าต้องชี้แจงกันอีกรอบหนึ่ง

”ส่วนที่มีการระบุว่า ทำผิดจริยธรรม แต่ไม่ผิดกฎหมาย สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ควรจะนำไปอ้างในลักษณะนี้ เพราะต้องดูว่าแต่ละกรณีเป็นอย่างไร ควรดูที่ความหนักเบาของความผิดด้วย

แหล่งที่มาข้อมูล ไทยรัฐ       แหล่งที่มาข้อมูลเดลินิวส์

0 - ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ 083-792-5426:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources