Luevipan Computer
  • Home
  • อัตราค่าบิรการ
  • บริการเข่าบ้าน
  • Travel
  • คลินิก
  • บริการซื้อขายสินค้า

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

FIFA World Cup 2026

ผลการแข่งขัน - Match Results
การแข่งขัน
ผังการแข่งขัน
ผู้เล่น
สถิติ
ตารางคะแนน
×
×
สโมสร (Team)
ตำแหน่ง (Position)
สัญชาติ (Country)

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

วาดฝันภาคใต้ตอนบนศูนย์กลางโลจิสติกส์ พัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมทวดสู่ท่าเรือส่งออก

Posted on 06:45 by netdesign | No comments

กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ที่ประกอบไปด้วย จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ พัทลุง มีพื้นที่รวมกันกว่า 32 ตร.กม. หรือกว่า 20 ล้านไร่ ถือว่าเป็นกลุ่มจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ในปี 2552 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจำนวน 141,881 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 37.69 ของภาคใต้ การผลิตภาคการเกษตรมีมูลค่าถึง 47,536 ล้านบาท มูลค่าการเกษตรส่วนใหญ่มาจากพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือ ยาง พารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ผล และสินค้าประมง ขณะที่ในภาคอุตสาหกรรมมีการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ได้เสนอโครงการพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมขนส่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกเชื่อมสองทะเล (อ่าวไทย-อันดามัน) หลังสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย โดยนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี หัวหน้ากลุ่มจังหวัด ได้เสนอแผนงานให้มีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าให้เชื่อมโยงกับประชาคมอาเซียนและโครงการพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมระหว่างเส้นทาง 2 ฝั่งทะเล โดยใช้รถไฟความเร็วสูง ตามแนวเส้นทางเซาเทิร์นซีบอร์ด เพื่อลดระยะเวลาการเดินทางคมนาคมขนส่งทางบกและเป็นศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาค โดยโครงการดังกล่าวได้ผ่านมติคณะรัฐนตรี และเริ่มต้นสู่การขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นรูปแบบ

นายธีระยุทธ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัด กล่าวว่า การค้าระหว่างประเทศและระหว่างภูมิภาคมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่องค์ประกอบหลักที่สำคัญที่สุด คือ การคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามสถิติประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นทุกปี ดูได้จากความต้องการท่าเรือแห่งชาติที่ 2 คือ แหลมฉบัง นอกจากนี้ประเทศไทยยังต้องวางแผนรองรับปริมาณสินค้าจากประเทศจีน ภายใต้เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ เพื่อเชื่อมโยงกับเส้นทางหมายเลข R3A (เชียงของ-จิ่นหง-ประเทศจีนตอนใต้) รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางการขนส่งทางรถไฟที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน

“สุราษฎร์ธานีมีศักยภาพในเรื่องสถานที่และความเป็นไปได้ จากท่าเรือแหลมทวด ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ดอนสัก เรามีความพร้อมในเรื่องที่ดิน ทำเล และที่ตั้ง เพียงพัฒนา
เพิ่มเติมในการสร้างร่องน้ำเพียงเล็กน้อยในระยะที่ 2 และ 3 ก็สามารถเปิดให้บริการท่าเรือน้ำลึกเพื่อการขนส่งสินค้า เพราะการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่นี่ หมายถึงการเชื่อมโยงกับประเทศเวียดนาม จีน เกาหลี และญี่ปุ่น แทนการเชื่อมโยงทางบกจากเมืองทะวาย ประเทศพม่าไปสู่ประเทศจีน ซึ่งความได้เปรียบของพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก็คือตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ เพราะเป็นจุดที่สามารถสร้างเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย รูปแบบของโครงการจึงเป็นการสร้างท่าเรือและระบบขนส่ง รวมทั้งสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพราะโครงการนี้จะเป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต” นายธีระยุทธ กล่าว

ขณะที่ นายพงศ์นรินทร์ วนสุวรรณกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สุราษฎร์ธานี ให้ความเห็นว่า โครงการพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมขนส่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก จะเป็นโครงการที่นำมาสู่ความเป็นผู้นำทางการขนส่งของภูมิภาคนี้ ในแต่ละปีมูลค่าส่งออกของภาคใต้อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท เฉพาะภาคใต้ตอนบนประมาณ 4-5 แสนล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ คือ ไม้ยางพาราและผลิตภัณฑ์แปรรูปไม้ยางพารา ยางพารา อาหารทะเลแช่แข็งและการแปรรูปอาหารทะเล รวมทั้งแร่ยิปซัม ที่ผ่านมาผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน จะต้องอาศัยท่าเรือแหลมฉบังหรือไม่ก็ท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย ในการขนส่งสินค้าออกสู่ต่างประเทศ หากเราจะมีท่าเรือน้ำลึกเพื่อการขนส่งสินค้า ก็จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการลงอย่างน้อยร้อยละ 10-20 รวมทั้งจะช่วยประหยัดเวลาการขนส่งให้สั้นลงอีก

นายพงษ์นรินทร์ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ท่าเรือแหลมฉบัง ไม่สามารถรองรับปริมาณสินค้าที่กำลังเพิ่มขึ้น ยิ่งเมื่อเข้าสู่สมาคมอาเซียนในปี 2558 คาดว่า การค้าการส่งออกจะยิ่งขยายตัวมากยิ่งขึ้น ถ้ารัฐยอมที่จะลงทุน นอกเหนือจากภูมิภาคภาคใต้ตอนบนจะเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมขนส่ง และกระจายสินค้าเชื่อมพื้นที่ภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันแล้ว ยังจะส่งผลระยะยาวต่องบประมาณในการดูแลเส้นทางคมนาคมทางบก เพราะปริมาณรถบรรทุกลดลง นั่นหมายถึงอุบัติเหตุและความเสื่อมของถนนหนทางก็จะลดลงไปด้วย และถนนหลักของภาคใต้ซึ่งมีอยู่เพียงสายเดียว ก็จะเป็นเส้นทางสู่การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยในอนาคต.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

This entry was posted in News
Read More

สองหนุ่มสาวชาวสตูลจัดวิวาห์สุดชื่นมื่นบนเตียงผู้ป่วย

Posted on 06:44 by netdesign | No comments

หลังทั้งคู่มีกำหนดต้องเข้าพิธีมงคลสมรสกันใน เวลา 9 โมงเช้า ของวันที่ 23 เม.ย. แต่ฝ่ายเจ้าบ่าวเกิดป่วยเป็นไข้เลือดออกก่อนถึงวันพิธี เลยต้องอยู่นอนพักดูอาการที่ รพ.สตูล ฝ่ายเจ้าสาวเลยตามมาจัดพิธีแต่งงานถึงเตียงผู้ป่วย บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ชนิดที่เรียกได้ว่า “หวานไม่เกรงใจใคร”
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ได้มีการจัดพิธีแต่งงานกันระหว่างเจ้าสาว และเจ้าบ่าวที่ป่วยนอนรักษาตัวอยู่ที่ตึกศรีพิมาน ชั้น 4 เตียงผู้ป่วยที่ 5 รพ.สตูล จึงไปตรวจสอบ พบเจ้าหน้าที่พยาบาล นำโดย นางชีวินา ศศานนท์ รอง ผอ.ฝ่ายการพยาบาล หัวหน้าพยาบาล นางนุกูลชนม์ เบ็ญจมปริญญากุล หัวหน้าตึกอายุรกรรมชาย ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ และแสดงความยินดี กับ นายมงคล จันทร์นาค อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 269 หมู่ 4 ต.ควนขัน อ.เมือง จ.สตูล เจ้าบ่าวที่นอนรักษาตัวอยู่บนเตียงผู้ป่วย และน.ส.สุนิษา ณะแก้ว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 161 หมู่ 5 ต.ควนขัน อ.เมือง จ.สตูล เจ้าสาว โดยมี นางจรวย จันทร์นาค อายุ 45 ปี แม่เจ้าบ่าว และนางขับ จันทร์นาค อายุ 69 ปี ย่าเจ้าบ่าว และญาติของเจ้าสาวเข้าร่วมพิธี
สำหรับงานพิธีมงคลสมรสของทั้งคู่ถูกกำหนดขึ้นในเวลา 09.00 น. ของวันจันทร์ที่ 23 เม.ย. ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 6 โดยมีการจัดเลี้ยงแขกที่บ้านเจ้าบ่าว แต่เจ้าบ่าวได้ล้มป่วยลงอย่างกะทันหันด้วยอาการไข้เลือดออก จนต้องหามตัวส่ง รพ. โดยแพทย์ต้องให้นอนดูอาการ จึงทำให้ทั้งคู่ไม่ได้จัดทำพิธีแต่งงานในเวลาดังกล่าว
ด้าน น.ส.สุนิษา ณะแก้ว เจ้าสาวกล่าวว่า รู้จักกับเจ้าบ่าวมาประมาณ 5 ปีแล้ว ตนนั้นมีอาชีพตัดยาง ส่วนเจ้าบ่าวมีอาชีพเป็นช่างแอร์ ตนเห็นว่าเจ้าบ่าวนั้นรักจริง และเป็นคนขยันทำงานจึงตกลงใจแต่งงานอยู่กินด้วยกัน
ส่วนนางจรวย จันทร์นาค อายุ  45 ปี แม่เจ้าบ่าว กล่าวว่า ตนเห็นว่าทั้งคู่นั้นรักกันมากจึงอนุญาตให้แต่งงานกัน โดยการแต่งงานครั้งนี้เรียกร้องสินสอด 70,000 บาทเท่านั้น และการทำพิธีแต่งงานกันที่ตึกผู้ป่วยในครั้งนี้เนื่องจากไม่ให้เสียฤกษ์แต่งงานที่ได้กำหนดไว้แล้ว.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
This entry was posted in News
Read More

คุมไอ้หื่นขืนใจแหม่มสาวสวิสเซอร์แลนด์ทำแผนโฉด

Posted on 06:43 by netdesign | No comments

 
ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของเพื่อนบ้าน ไอ้หื่นสารภาพปีนรั้วเข้าไปหวังแค่ลักทรัพย์ บังเอิญเจอเหยื่อเดินในบ้าน ย่องล็อกคอย่ำยีแล้วเผ่นหนีไม่รอด
วันนี้( 23 เม.ย.) พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผบช.ภาค 7 พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.วิทัศน์ บริรักษ์ ผกก.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจณ์หลักฐาน จ.เพชรบุรี  นำตัวนายบรรพต หรือโหน่ง สอาดเอี่ยม อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาข่มชืนกระทำชำเรา นางรูธ วัย 66 ปี นักท่องเที่ยวชาวสวิสเซอร์แลนด์ ในบ้านพักเลขที่ 1062/26เขตเทศบาลเมืองชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (22เม.ย.) ที่เพิงพักชั่วคราว หมู่ 8 บ้านอ่างหิน ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
โดยการทำแผนเริ่มต้นตั้งแต่จุดที่นายโหน่งใส่หมวกไอ้โหม่งปีนรั้วและแอบมาหลบที่หลังบ้านของนางรูธ กระทั่งได้ยินเสียงสุนัขเห่า นายโหน่งจึงแอบมองนางรูธที่หน้าต่าง เห็นเหยื่อเดินออกจากห้องนอน ต่อจากนั้นนายโหน่งจึงย่องมาคอยนางรูธที่กระถางต้นไม้ติดกับข้างบันไดขึ้นบ้าน เมื่อนางรูธเปิดประตูบ้าน นายโหน่งจึงพุ่งเข้าไปในบ้านของนางรูธทันทีเมื่อเหยื่อเห็นนายโหน่งจึงตรงเข้าไปล็อคคอนางรูธและเอามือปิดปาก แต่นางรูธพยายามขัดขืนต่อสู้กับผู้ต้องหาชุลมุน จนเสื้อผ้าขาดและนายโหน่งใช้อาวุธปืนปลอมตีไปที่บริเวณใบหน้านางรูธ หลายครั้งจนนางรูธล้มลง ผู้ต้องหาจึงลากตัวนางรูธ เข้าไปในห้องนอนและลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ โดยใช้ยางในรถจักรยานยนต์มัดปากนางรูธเอาไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง ระหว่างนั้นนายโหน่งอ้างว่าเห็นนางรูธมีอาการหายใจติดขัด และเลือดออกมาก กลัวว่านางรูธจะเสียชีวิต นายโหน่งจึงไปเอาน้ำโซดาในตู้เย็นของนายรูธมากรอกปาก พร้อมกับเอาผ้าห่มไปเช็ดเลือดของนางรูธ จากนั้นจึงหลบหนีไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้น พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผบช.ภาค 7 ได้ให้นายโหน่งไปชี้จุดที่นำขวดโซดาไปโยนทิ้งก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวขึ้นรถทันที โดยระหว่างการทำแผนนั้นมีบรรดาเพื่อนบ้านของนางรูธมามุงดูจำนวนมากพร้อมทั้งสาปแช่งนายโหน่งตลอดเวลา.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
This entry was posted in News
Read More

4 ไอ้โม่งยำเละรปภ.-จุดไฟเผาโรงโชว์งูดังภูเก็ตวอด

Posted on 06:41 by netdesign | No comments


เชื่อขัดธุรกิจ กล้องวงจรปิด จับภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน ตร.เตรียมออกหมายจับลากคอดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันนี้ (23 เม.ย.) ร.ต.อ.เชียรชัย ดวงสุวรรณ ร้อยเวร สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เปิดเผยว่า กลางดึกที่ผ่านมาได้รับแจ้งเหตุเพลิงไม้บริษัทภูเก็ตเฮลธี นูทรีเมนท์ 45/9 ซอยศาลเจ้าตาเอียด ม.1 ต.ฉลอง อ.เมือง จึงรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบว่าบริษัทดังกล่าวเป็นเป็นอาคารชั้นเดียวและเป็น บริษัทเปิดแสดงการโชว์งูให้แก่นักท่องเที่ยวชม และ เปิดขายยาสมุนไพรบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่างๆ
ที่บริเวณลานหน้าร้านเปิดเป็นที่โชว์งู ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์พบถูกเพลิงเผาจนได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นยังพบว่าที่ห้องบรรยายสรรพคุณของยารักษาโรคต่างๆ 8 ห้อง ถูกเพลิงได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นยังพบว่าเก้าอี้และ โต๊ะที่วางไว้รับแขกจำนวน 4 ชุด ฟ้าเพดาน แอร์จำนวน 5 ตัว ถูกเพลิงเผาจนเสียหายทั้งหมด เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่กระจกด้านหน้าตัวอาคารพบว่าเปิดอ้าอยู่ 1 บาน และพบคราบน้ำมันตกอยู่จำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่บริเวณป้อมยามด้านหน้าของบริษัทพบกองเลือดขนาดใหญ่ ส่วนรปภ.ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดีนำส่ง รพ. ไปก่อนหน้านี้แล้ว

            จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุอนุชิต ชัยทองงาม อายุ 25 ปี รปภ.ที่ดูแลอยู่หน้าบริษัทถูกคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน สวมเสื้อแขนยาว-สวมกางเกงยีนส์ขายาว สวมผ้าไหมพรหมและสวมหมวกแก๊ป ปิดบังใบหน้า จับมัดมือมัดเท้า ก่อนใช้ไม้หน้าสามรุมตีเข้าที่ศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ และคนร้ายยังแสดงความเหี้ยมโหดรุมทำร้ายนายอนุชิต จนสลบ จากนั้นคนร้ายก็ได้ทั้ง 4 คน ได้วิ่งเข้าไปงัดกระจกในตัวอาคารดังกล่าว แล้วปีนเข้าไปภายใน ก่อนที่ทั้งหมดจะใช้น้ำมันเบนซินที่เตรียมมา 2 แกลอน ประมาณ 20 ลิตร ราดไปที่ภายในอาคาร ก่อนที่จะใช้ผ้าชุบน้ำมันแล้วจุดไฟขว้างเข้าไปจนเกิดไฟลุกไหม้ แล้วหลบหนีไป โดยทุกขั้นตอนที่คนร้ายลงมือปฎิบัติพบมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเกิดมาจากเรื่องการไม่พอใจเรื่องการทำธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นจ้างกลุ่มคนร้ายมาลงมือเผาร้านเพื่อตัดคู่แข่ง แต่อย่างไร ก็ตามเจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป  .
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
This entry was posted in News
Read More

กยอ.สั่งสศช.-คลังเร่งสรุปแหล่งเงินทุนลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

Posted on 06:39 by netdesign | No comments

กยอ.สั่งสศช.-คลังเร่งสรุปแหล่งเงินทุนลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ พร้อมชงนายกฯไล่บี้หน่วยงานจัดลำดับความสำคัญโครงการ 2.27ล้านล้านบาท
วันนี้(23เม.ย.)นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกยอ.ได้สั่งการให้สศช.และกระทรวงการคลัง กลับไปจัดทำแหล่งเงินทุนให้ชัดเจนสำหรับแผนการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทั้ง 95 โครงการวงเงิน 2.27 ล้านล้านบาท รวมทั้งเร่งรัดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอรายละเอียดของแต่ละโครงการให้ที่ประชุมครม.พิจารณาโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันสศช.จะเสนอให้นายกฯเร่งรัดให้หน่วยงานจัดลำดับความสำคัญของโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้การดำเนินแต่ละโครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
“สศช.ได้รวบรวมแผนงานและโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศโดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือโครงการที่ผ่านการพิจารณาของครม.แล้ว ซึ่งต้องเร่งดำเนินการให้ตามกำหนดกรอบเวลาที่ขอไว้ โครงการที่อยู่ระหว่างการรอเสนอขออนุมัติจากครม. ซึ่งกยอ.เร่งรัดให้กระทรวงเจ้าของโครงการต้องเร่งนำเสนอให้ครม.พิจารณาโดยเร็ว ซึ่งอาจมีบางเรื่องบางโครงการที่ยังไม่พร้อมนำเสนอโดยอาจติดเรื่องของสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมการ”
อย่างไรก็ตามวงเงินลงทุนทั้ง 2.27 ล้านล้านบาท จะมาจากการจัดสรรวงเงินงบประมาณ 50% หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท  ขณะเดียวกันในส่วนของวงเงินกู้เพื่อพัฒนาระบบน้ำของประเทศวงเงิน 3.5 แสนล้านบาทที่ครม.ได้เห็นชอบไว้ก่อนหน้านี้มีอยู่ 10,000 ล้านบาท ที่จะจัดสรรมาเป็นวงเงินของโครงการลงทุนระบบพื้นฐานของประเทศด้วย ซึ่งกยอ.มอบให้สศช.และกระทรวงการคลังไปพิจารณาในรายละเอียดว่าควรจัดสรรให้โครงการใดบ้างก่อนเสนอโครงการให้ครม.พิจารณาต่อไป
นายอาคม กล่าวว่า สำหรับโครงการลงทุนทั้งหมดโครงการด้านระบบขนส่งและโลจิสติกส์ ถือว่าเป็นโครงการที่สำคัญที่สุดเพราะสุดท้ายแล้วจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้มาก รองลงมาได้แก่การขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งแนวทางการลงทุนจะมีทั้งการใช้งบประมาณ การใช้เงินกู้ การร่วมลงทุนกับภาคเอกชนในรูปแบบพีพีพี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอกฎหมายต่อที่ประชุมรัฐสภา หากผ่านการพิจารณาแล้วจะทำให้เกิดความสะดวกกับภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้โครงการที่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในปี 55 ได้แก่โครงการติดตั้งอาณัติสัญญาณ รวมถึงจุดตัดต่างๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขณะที่โครงการที่สำคัญอย่างรถไฟความเร็วสูง นั้นขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคมว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดให้รัฐบาลตัดสินใจได้อย่างไรว่าจะลงทุนในระบบใดเช่นรัฐต่อรัฐ หรือร่วมลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยี หรือในรูปแบบอื่นๆ เป็นต้นล
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
This entry was posted in News
Read More

เปิดใจ'บุญทรง เตริยาภิรมย์'รมว.พาณิชย์ รับของแพงแก้ได้ แต่...ต้องใช้เวลา

Posted on 06:38 by netdesign | No comments

“ปัญหาปากท้อง ข้าวของราคาแพง” กลายเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม ที่ผลจากสำนักวิจัยหรือโพลเกือบทุกแห่ง ต่างระบุตรงกันว่าต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาก่อนเป็นอันดับแรก โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ เดลินิวส์ จึงนำบทสัมภาษณ์เปิดใจ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” รมว.พาณิชย์ ในรายการเศรษฐกิจติดจอ ทางเดลินิวส์ ทีวี มานำเสนอให้คนไทยทั้งประเทศได้รับรู้

เมื่อถูกถามถึงปัญหาข้าวของที่แพงขึ้นมาก รมว.บุญทรง ได้ออกมายืดอกยอมรับทันทีว่า ต้องยอมรับว่าราคาสินค้าในปัจจุบันราคาแพงขึ้นจริง แม้รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยนโยบายการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนเพื่อต่อสู้กับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท หรือการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้แก่พี่น้องเกษตรกร แต่มีราคาสินค้าบางรายการที่แพงขึ้นมาก่อน และบางรายการปรับขึ้นจนทำให้ประชาชนเดือดร้อน

แต่หน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ต้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยการทำงานที่ผ่านมาได้ทำผ่านหลายแนวทาง ทั้งการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องบังคับควบคุม ไม่ให้เกิดการปั่นป่วน สินค้าขาดแคลน หรือฉวยขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม และได้มีเจ้าหน้าที่ออกไปดูแลเป็นประจำ พร้อมทั้งได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์เพื่อแก้ปัญหาเป็นระยะ

ขณะเดียวกันได้กำหนดดูแลรายการสินค้าจำเป็น เป็นบัญชีสินค้าและบริการควบคุมสินค้า 42 รายการ และสินค้าที่ต้องติดตามดูแลอีก 200 รายการ หากสินค้าในกลุ่มนี้ต้องการขึ้นราคาต้องแจ้งให้กระทรวงพาณิชย์รู้ก่อน ไม่สามารถขึ้นโดยพลการได้ รวมถึงเรื่องที่ชาวบ้านกลัวว่าผู้ผลิตจะแอบขึ้นราคาด้วยการเปลี่ยนสูตรสินค้าและขอตั้งราคามาใหม่ เรื่องนี้มีกรมการค้าภายในดูแลอยู่ จึงมั่นใจได้ว่าแม้จะเป็นสินค้าชนิดใหม่ แต่ราคาขายจะต้องสอดคล้องกับต้นทุนที่แจ้งมาด้วย

อย่างเช่น สินค้าที่ประชาชนเดือดร้อนและร้องเรียนกันมาก ทั้งข้าวแกง อาหารสำเร็จรูป ถึงตอนนี้การร้องเรียนก็เริ่มเบาบางลง หลังจากช่วง 1-2 เดือนก่อน รัฐบาลได้ทำงานมาตรการเชิงรุกเต็มที่ ทั้งกำหนดเมนูรายการอาหารแนะนำ 10 กว่ารายการในราคาถูกจานละ 20-35 บาท ทั้งเมนูยอดนิยมคนไทย ข้าวกะเพรา ข้าวไข่เจียว ขนมจีนน้ำยา อีกทั้งได้ขอความร่วมมือร้านอาหาร ตลาดสด และห้างสรรพสินค้าให้จัดอาหารทางเลือกราคาถูกขายไปในตัวด้วย ขณะที่ร้านอาหารอื่นที่ใด ที่ขายไม่แพง กระทรวงพาณิชย์ก็เข้าไปติดป้ายเครือข่ายร้านธงฟ้า ช่วยประชาสัมพันธ์ให้เพื่อให้ผู้บริโภคไปซื้อหาเพิ่มขึ้น

“ผมเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน แต่การแก้ปัญหาค่าครองชีพ สินค้าราคาแพงจะให้เห็นผลทันทีคงไม่ง่าย ที่ผ่านมามีคนชมเยอะ ตำหนิก็มี เพราะหลายเรื่องต้องใช้เวลา และต้องร่วมมือกับอีกหลาย ๆ หน่วยงาน ซึ่งยอมรับแม้จะเหนื่อยบ้าง แต่ก็ไม่คิดจะท้อถอย เพราะนี่ถือเป็นหน้าที่ เมื่อประชาชนเลือกเข้ามาก็ต้องทำให้ดูแลแก้ปัญหาให้ดีที่สุด”

อีกโครงการสำคัญ ที่กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งทำอยู่คือ “โชห่วยช่วยชาติ หรือร้านค้าถูกใจ” ซึ่งเป็นการดัดแปลงจากโครงการธงฟ้าเพื่อตอบโจทย์ให้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาการทำงานธงฟ้าแม้จะขายของถูก แต่ก็ทำได้เพียงชั่วคราว และยังทำได้แค่บางพื้นที่ แต่สำหรับร้านถูกใจจะเป็นร้านตั้งถาวร สามารถขายสินค้าถูกให้ประชาชนทั่วถึงมากกว่า และยังช่วยให้โชห่วยเข้มแข็งขึ้นด้วย

หลักของร้านถูกใจ คือ รัฐบาลจะสนับสนุนนำสินค้าราคาถูกให้ร้านโชห่วย นำไปขายให้ประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป โดยใช้เครือข่ายการบริหารแบบโครงการธงฟ้า แต่รัฐจะช่วยเหลือเพิ่มเติม ในการตกแต่งหน้าร้าน สนับสนุนเงินกู้ การขนส่งและบริหารจัดการร้านที่เข้าร่วมให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งขั้นตอนไม่ยุ่งยากเพราะได้ร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทย ให้เป็นผู้จัดส่งสินค้าและรับคำสั่งซื้อแล้ว หากสินค้าหมดก็สามารถสั่งจากไปรษณีย์ได้ทุกวันพุธ พอถึงเสาร์-อาทิตย์สินค้าจะส่งถึง ขณะเดียวกันมีบริการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ปล่อยกู้ให้ใช้สำหรับหมุนเวียนธุรกิจรายละ 30,000-100,000 บาท

งบประมาณที่ใช้จ่ายโครงการนี้ โดยมากเสียไปช่วงเริ่มต้น สำหรับใช้เป็นค่าจัดวางระบบคอมพิวเตอร์ การตกแต่งร้าน แต่ปีต่อ ๆ ไปเมื่อร้านค้าเริ่มคุ้นเคย หรือยืนได้ด้วยตัวเอง รัฐบาลจะจ่ายงบน้อยลง อย่างในปีงบประมาณ 56 ที่กระทรวงฯ มีแผนเดินหน้าร้านถูกใจต่อ แต่ก็ขอใช้งบประมาณไปหลักสิบล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่กลัวว่าโครงการจะยุติโดยเร็ว จะไม่เกิดขึ้นแน่ เพราะทั้งหมดเป็นร้านค้าที่มีความชำนาญค้าขายกันอยู่แล้ว และตอนนี้มีร้านสนใจสมัครมากกว่า 4,000 รายแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด

“ประชาชนมั่นใจได้ว่า สินค้าในร้านถูกใจมีราคาถูกกว่าทั่วไป 10-20% แน่นอน เพราะกระทรวงฯ เชี่ยวชาญทำเรื่องนี้มาเป็นสิบปี โดยสินค้าที่วางขายมีทั้งข้าวถุง น้ำมันพืช น้ำตาล สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และของใช้ทั่วไป ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะมีกำไรให้แน่นอน โดยหลังจากนี้จะเริ่มเห็นร้านถูกใจทยอยเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.นี้เป็นต้นไป”

ส่วนเรื่องราวของน้ำมันปาล์มที่หลายคนกลัวขาดแคลน ถึงตอนนี้ไม่ต้องกังวล เพราะกระทรวงพาณิชย์เร่งนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบรอบแรกแล้ว 10,000 ตัน จากทั้งหมดที่ขออนุมัติ ครม. ไว้ 40,000 ตัน โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และปตท.เข้าไปช่วยดูให้ทันต้นเดือนพ.ค.นี้ ในราคาที่ขายปลีกให้ประชาชนได้ไม่เกินขวดละ 42 บาท  ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าพอนำเข้าจะทำให้ราคาผลปาล์มตกต่ำ เรื่องนี้พอได้ประชุมหารือกับผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายแล้ว เกษตรกรไม่ได้คัดค้านนำเข้าทั้งหมด แต่ขอให้รัฐบาลดูแลปริมาณให้เหมาะสม เพราะตอนนี้สต๊อกค่อนข้างตึงตัว เหลือเพียง 150,000 ตัน ต่ำกว่าที่ต้องสำรอง 200,000 ตัน ซึ่งรัฐบาลยืนยันเพื่อดูแลให้

การดูแลเกษตรกรถือเป็นอีกหน้าที่สำคัญของกระทรวงพาณิชย์ โดยนอกจากปาล์ม รัฐบาลกำลังดูแลการแก้ปัญหาสินค้าอื่นอย่างเต็มที่  อย่างมันสำปะหลัง ล่าสุดได้เซ็นสัญญากับผู้นำเข้าจีนให้นำเข้ามันจากไทย 2.3 ล้านตัน มูลค่า 560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยดึงผลผลิตส่วนเกินออกจากตลาด ควบคู่ไปกับการเปิดรับซื้อจากชาวไร่ จนทำให้ขณะนี้ราคามันเพิ่มขึ้นเกิน กก. 2.30 บาทแล้ว ส่วนปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำจนต้องมีเกษตรกรออกมากดดันเทสับปะรดทิ้ง ตอนนี้ ครม. อนุมัติหลักการแล้ว 1,400 ล้านบาท ซึ่งเหลือขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดของ คณะกรรมการนโยบายและช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ตลอดจนสินค้าเกษตรอื่น ๆ อย่างลำไย หอมแดง ได้มีการพิจารณาดูแลเป็นรายสินค้าเพื่อไม่ให้เดือดร้อน

ในท้ายนี้ แม้ปัญหาปากท้องได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และประชาชนจำนวนมากกำลังเดือดร้อน แต่ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ด้วยการดูแลค่าครองชีพแบบเชิงรุก รวมถึงการดำเนินโครงการโชห่วยช่วยชาติของรัฐบาล จะสามารถดูแลปัญหาค่าครองชีพให้อยู่ในระดับที่ประชาชนยอมรับได้อย่างแน่นอน.
ทีมเศรษฐกิจ
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
This entry was posted in News
Read More

คปภ. เผยตัวเลขการจ่ายค่าสินไหมน้ำท่วมกว่า76% แล้ว

Posted on 06:37 by netdesign | No comments

คปภ. เผยตัวเลขการจ่ายค่าสินไหมทดแทนผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาพรวม 76% แล้ว รับกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานล่าช้า เหตุเงื่อนไขซับซ้อน
วันนี้ (23 เม.ย.) นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สมาคมประกันวินาศภัย บริษัทประกันวินาศภัย และบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) ได้รายงานสรุปการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากสถานการณ์ อุทกภัยปลายปี 54 ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึง 31 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าโดยรวมบริษัทประกันวินาศภัยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว 65,827 ราย จากจำนวนผู้เอาประกันภัยที่เรียกร้องความเสียหาย 86,487 ราย คิดเป็น 76.11%
แต่สำหรับการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (ไอเออาร์) มีผู้เอาประกันภัยที่เรียกร้องความเสียหาย 8,059 ราย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว 1,766 ราย คิดเป็น 21.91%  อยู่ระหว่างจ่ายค่าสินไหมทดแทน 6,293 ราย เนื่องจากผู้เอาประกันภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีทุนเอาประกันภัยสูง มีเงื่อนไขซับซ้อน เครื่องจักรที่เสียหายมีเทคโนโลยีสูง จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะ รวมทั้งปัญหาจากความชื้นและเชื้อรา ทำให้เครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีสูงมีความเสียหายเพิ่มมากขึ้น การประเมินความเสียหายจากผู้ประเมินวินาศภัยจึงซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความล่าช้าในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งคปภ. จะติดตามประสานกับบริษัทประกันภัย และผู้ประเมินความเสียหาย ตลอดจนผู้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมต่อไป
ส่วนการประกันภัยรถยนต์ มีผู้เอาประกันภัยที่เรียกร้องความเสียหาย 38,687 คัน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว 36,178 คัน คิดเป็น 93.51% อยู่ระหว่างการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 2,509 คัน การประกันภัยทรัพย์สิน-อัคคีภัยที่อยู่อาศัย มีผู้เอาประกันภัยที่เรียกร้องความเสียหาย 35,668 ราย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว 25,326 ราย คิดเป็น 71%  อยู่ระหว่างจ่ายค่าสินไหมทดแทน 10,342 ราย การประกันอัคคีภัยอาคารพาณิชย์และเอสเอ็มอี มีผู้เอาประกันภัยที่เรียกร้องความเสียหาย 3,865 ราย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว 2,349 ราย คิดเป็น 60.78%  อยู่ระหว่างจ่ายค่าสินไหมทดแทน 1,516 ราย และการประกันชีวิตและการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) มีผู้เอาประกันภัยที่เรียกร้องความเสียหายทั้งสิ้น 208 ราย ซึ่งได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนครบทุกรายแล้ว.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
This entry was posted in News
Read More

อำมหิตแก๊งโหดล่าพะยูนตัดเขี้ยวทำเครื่องรางของขลัง

Posted on 06:37 by netdesign | No comments

สลดพะยูนเพศเมีย อายุประมาณ 35-40 ปี ความยาว 3 เมตร ถูกประมงใจบาปฆ่าตัดเขี้ยวไปทำของขลัง ก่อนโยนซากทิ้งทะเลจนถูกคลื่นซัดมาเกยหาดอย่างน่าสลด ด้านศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งเมืองระยอง รุดตรวจสอบ พร้อมสั่งกำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามไม่ให้พะยูนถูกไล่ล่าอีก
วันนี้ (23 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีพะยูนตายเกยตื้นอยู่ที่ริมหาดพยูน หมู่ 4 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จึงไปตรวจสอบพร้อม นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งที่ 1 จ.ระยอง นายจักรพล ณ อยุธยา หน.ฝ่ายส่งเสริมศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง นายสัตวแพทย์วิศาล ตระกูลรังสิ สัตวแพทย์ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และนายพิสุทธิ์ บุญเจริญ ประธานประมงเรือเล็กบ้านพยูน
ที่เกิดเหตุพบศพพะยูนเพศเมีย อายุประมาณ 35-40 ปี ความยาว 3 เมตร น้ำหนัก 500-600 กก. โดยที่ท้องพบบาดแผลเหวอะหวะจนไส้ทะลัก ครีบและจมูกมีแผลขีดข่วน ส่วนลำตัวมีรูที่คาดว่าเกิดจากการถูกยิง หางถูกมัดด้วยเชือก ที่บริเวณปากถูกงัดเขี้ยว เบื้องต้นคาดว่าตายมาแล้ว 2-3 วัน
นายพิสุทธิ์ ประธานประมงเรือเล็กบ้านพยูน กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากชาวประมงว่า พะยูนมาตายเกยตื้นริมหาดพยูน จึงแจ้งศูนย์อนุรักษ์ฯ มาตรวจสอบ และนำซากพะยูนไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ทั้งนี้พื้นที่ทะเลฝั่งบ้านฉาง มีหญ้าทะเลจำนวนมากทางกลุ่มประมงช่วยกันอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้พะยูนเข้ามาหากิน การตายของพะยูนตัวนี้ คาดว่าถูกคนร้ายใจบาปฆ่าเพื่อตัดเขี้ยวพะยูนไปทำเครื่องรางของขลัง ตามความเชื่อผิดๆ จึงอยากขอให้กลุ่มประมงช่วยกันเป็นหูเป็นตา เนื่องจากขณะนี้ทราบว่าคนร้ายแก๊งไล่ล่าพะยูนกำลังออกอาละวาดหนัก รวมทั้งวิงวอนชาวประมงอย่าฆ่าพะยูนด้วย 
ด้านนายภุชงค์ ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลฯ กล่าวว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่มาเฝ้าติดตามไม่ให้พะยูนถูกประมงไล่ล่าแล้ว เพราะเป็นสัตว์สงวน ส่วนซากพะยูนที่พบจะต้องมีการผ่าพิสูจน์ว่ามีการตั้งท้องหรือไม่ เพราะสังเกตจากนมตั้งเต้าอยู่ด้านข้างของครีบเปล่งออก ส่วนเขี้ยวที่หายไปนั้น เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนผู้พบเห็นเป็นคนแรกยืนยันว่าไม่เห็นเขี้ยวพะยูนเหมือนกัน เบื้องต้นได้เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บ้านฉาง เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
This entry was posted in News
Read More

"อียู" ขานรับประชาธิปไตยพม่า ยกเลิกคว่ำบาตร

Posted on 06:34 by netdesign | No comments

ด้าน อองซาน ซูจี เห็นว่าเป็นหนทางที่ประเทศตะวันตกจะสนับสนุนการปฏิรูปประชาธิปไตยในประเทศพม่าจริงจังมากขึ้น
วันนี้ (23 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศลักเซมเบิร์กว่า สหภาพยุโรปหรืออียูได้ตอบแทนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของพม่า ด้วยการยกเลิกการคว่ำบาตรพม่า ทั้งด้านการค้า เศรษฐกิจ และ นิติบุคคล แต่ที่ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่คือ ห้ามการซื้อขายอาวุธ

แถลงการณ์ของกลุ่มอียูระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอียูซึ่งมี 27 ชาติสมาชิก ได้ตกลงกันในที่ประชุมที่ประเทศลักเซมเบิร์กว่า อียูจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพม่า 1 ปี โดยมีเป้าหมายให้ครอบคลุมถึงนิติบุคคล 500 บุคคล และบริษัทการค้ากว่า 800 บริษัทที่จะได้ประโยชน์จากการยกเลิกการคว่ำบาตรพม่า

ทั้งนี้ก็เพราะผลจากการส่งเสริมให้มีการปฏิรูปอย่างกว้างขวางในประเทศพม่า ซึ่งรวมถึงการเข้าสู่สภาของนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของพม่าจากการเลือกตั้งซ่อมเมื่อต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา

แถลงการณ์ระบุอีกว่า อียูได้ติดตามดูด้วยความเคารพและชื่นชมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของพม่าในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงขอยกเลิกกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลพม่า แต่ขอยกเว้นเฉพาะเรื่องการซื้อขายอาวุธนั้น ยังขอให้มีผลบังคับใช้อยู่ต่อไป แต่จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่กรุงลอนดอน นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวแสดงความยินดีกับการยกเลิกการคว่ำบาตรพม่า ขณะเดียวกันก็จำต้องเฝ้าตรวจสอบการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในประเทศพม่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส้ง ซึ่งนำพม่าก้าวเดินไปสู่การปฏิรูป และก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่โลกจะต้องขานรับการกระทำดังกล่าว

ขณะที่นางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่านค้านคนสำคัญของพม่า เห็นว่าการยกเลิกการคว่ำบาตรพม่าจะเป็นหนทางที่ประเทศตะวันตกจะสนับสนุนการปฏิรูปในประเทศพม่า แต่ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นเช่นกัน เมื่อพรรคฝ่ายค้านสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางอองซาน ซูจี ไม่ยอมเข้าสู่สภาเป็นครั้งแรก เพราะไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวปฏิญาณสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ในถ้อยคำที่ว่า “พิทักษ์” มาเป็นคำว่า “เคารพ” ต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
This entry was posted in News
Read More

นักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านถอดเสื้อประท้วงตำรวจยูกันดา

Posted on 06:34 by netdesign | No comments

ตำรวจในกรุงกัมปาลา ประเทศยูกันดา ควบคุมตัวนักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านซึ่งเป็นผู้หญิง จำนวน 6 คน หลังถอดเสื้อประท้วงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากไม่พอใจที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ถูกตำรวจทำอนาจารทางเพศ รวมทั้งบีบหน้าอกอย่างแรง
วันนี้ (23 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัมปาลา ประเทศยูกันดา ว่า นักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านซึ่งเป็นผู้หญิง จำนวน 6 คน ได้ถูกควบคุมตัวในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หลังถอดเสื้อประท้วงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากไม่พอใจที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์หญิงคนหนึ่งของพวกเธอ ได้ถูกตำรวจทำอนาจารทางเพศ รวมทั้งบีบหน้าอกอย่างแรงด้วย และก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงทำให้นักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านกว่า 10 คน ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด เดินขบวนมายังสถานีตำรวจในกรุงกัมปาลา และก็มีหลายคนเช่นกันที่ยอมถอดเสื้อนอกออก เผยให้เห็นเสื้อชั้นใน พร้อมกับถือป้ายที่เขียนข้อความเสียดสีว่า “แล้วคุณตำรวจจะรู้สึกยังไง ถ้าพวกเราบีบลูกอัณฑะของคุณตำรวจดูบ้าง”
น.ส.บาร์บารา อัลลิมาดี แกนนำผู้จัดการประท้วง กล่าวว่า เราต้องการแสดงให้เห็นว่า พวกเรารับไม่ได้กับพฤติกรรมเช่นนี้ของตำรวจ และ เราอยากจะถามว่า มันเป็นหน้าที่ของตำรวจหรือที่ต้องมาบีบหน้าอกผู้หญิงด้วย
ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โทรทัศน์ของยูกันดาได้แพร่ภาพ น.ส.อิงกริด ตูรินาวี หัวหน้ากลุ่มการเปลี่ยนแปลงเพื่อประชาธิปไตยของสตรี ถูกจับกุม และขณะที่กำลังจะนำตัวขึ้นรถตำรวจนั้น ได้มีตำรวจคนหนึ่งจับหน้าอกของเธอ เหตุเกิดในระหว่างการชุมนุมประท้วงของฝ่ายต่อต่านรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม นายอัลลิมาดี แกนนำผู้จัดการประท้วง กล่าวว่า ผู้หญิงนักเคลื่อนไหวทั้ง 6 คน ได้รับการปล่อยตัวหลังถูกควบคุมตัวนาน 2 ชั่วโมง ส่วนทางตำรวจอ้างว่า ตำรวจที่จับโดนหน้าอกของผู้นำฝ่ายต่อต้าน น.ส.อิงกริด ตูรินาวีนั้น แท้จริงแล้วเป็นตำรวจหญิง.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
This entry was posted in News
Read More
บทความที่ใหม่กว่า บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก
สมัครสมาชิก: บทความ (Atom)

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่

รับซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย


ค่าแรง+ค่ารถ+ลงwinodws+โปรแกรมดูหนังฟังเพลง+office+antivirus 400 บาท
ปล. ให้บริการ เฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคไชย4


สนใจติต่อ : Tel. 083-792-5426





ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น









Categories

  • คัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษ (62)
  • เครื่องมือการแพทย์ (1)
  • พุทธวจน (87)
  • ยาประตำตัว (11)
  • เรื่องเล่าเช้านี้ (4)
  • download (227)
  • english version (40)
  • Food (1)
  • Game (6)
  • Ghost windows 10 (16)
  • Ghost windows 7 (57)
  • Ghost windows 8 (2)
  • Ghost windows XP (24)
  • joke (1)
  • Movie (1438)
  • Music (2)
  • News (3714)
  • starshow (5)
  • training (350)
  • windows os (2)
  • www.becomz.com (19)

Blog Archive

  • ►  2026 (6)
    • ►  มิถุนายน (1)
      • ►  มิ.ย. 21 (1)
    • ►  เมษายน (1)
      • ►  เม.ย. 18 (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (4)
      • ►  ก.พ. 21 (4)
  • ►  2025 (1)
    • ►  กรกฎาคม (1)
      • ►  ก.ค. 30 (1)
  • ►  2024 (6)
    • ►  เมษายน (6)
      • ►  เม.ย. 20 (5)
      • ►  เม.ย. 19 (1)
  • ►  2023 (287)
    • ►  กันยายน (9)
      • ►  ก.ย. 24 (9)
    • ►  มิถุนายน (40)
      • ►  มิ.ย. 23 (6)
      • ►  มิ.ย. 03 (25)
      • ►  มิ.ย. 01 (9)
    • ►  พฤษภาคม (238)
      • ►  พ.ค. 29 (19)
      • ►  พ.ค. 27 (1)
      • ►  พ.ค. 26 (5)
      • ►  พ.ค. 25 (2)
      • ►  พ.ค. 24 (14)
      • ►  พ.ค. 23 (1)
      • ►  พ.ค. 22 (14)
      • ►  พ.ค. 21 (10)
      • ►  พ.ค. 20 (17)
      • ►  พ.ค. 19 (5)
      • ►  พ.ค. 18 (27)
      • ►  พ.ค. 17 (18)
      • ►  พ.ค. 16 (14)
      • ►  พ.ค. 15 (2)
      • ►  พ.ค. 12 (39)
      • ►  พ.ค. 11 (17)
      • ►  พ.ค. 10 (14)
      • ►  พ.ค. 09 (18)
      • ►  พ.ค. 08 (1)
  • ►  2020 (1)
    • ►  กรกฎาคม (1)
      • ►  ก.ค. 30 (1)
  • ►  2019 (3)
    • ►  ตุลาคม (1)
      • ►  ต.ค. 19 (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (2)
      • ►  ก.พ. 27 (1)
      • ►  ก.พ. 15 (1)
  • ►  2016 (142)
    • ►  ตุลาคม (128)
      • ►  ต.ค. 07 (128)
    • ►  เมษายน (1)
      • ►  เม.ย. 17 (1)
    • ►  มีนาคม (13)
      • ►  มี.ค. 28 (1)
      • ►  มี.ค. 27 (12)
  • ►  2014 (65)
    • ►  ธันวาคม (11)
      • ►  ธ.ค. 29 (11)
    • ►  กันยายน (23)
      • ►  ก.ย. 18 (1)
      • ►  ก.ย. 10 (6)
      • ►  ก.ย. 05 (2)
      • ►  ก.ย. 04 (14)
    • ►  มกราคม (31)
      • ►  ม.ค. 19 (2)
      • ►  ม.ค. 09 (2)
      • ►  ม.ค. 08 (9)
      • ►  ม.ค. 07 (3)
      • ►  ม.ค. 06 (6)
      • ►  ม.ค. 05 (3)
      • ►  ม.ค. 02 (6)
  • ►  2013 (312)
    • ►  ธันวาคม (19)
      • ►  ธ.ค. 30 (1)
      • ►  ธ.ค. 29 (13)
      • ►  ธ.ค. 25 (2)
      • ►  ธ.ค. 24 (3)
    • ►  พฤศจิกายน (63)
      • ►  พ.ย. 27 (8)
      • ►  พ.ย. 25 (1)
      • ►  พ.ย. 22 (1)
      • ►  พ.ย. 21 (16)
      • ►  พ.ย. 15 (1)
      • ►  พ.ย. 14 (1)
      • ►  พ.ย. 13 (13)
      • ►  พ.ย. 09 (2)
      • ►  พ.ย. 08 (19)
      • ►  พ.ย. 07 (1)
    • ►  กรกฎาคม (8)
      • ►  ก.ค. 18 (8)
    • ►  มิถุนายน (44)
      • ►  มิ.ย. 17 (7)
      • ►  มิ.ย. 13 (4)
      • ►  มิ.ย. 11 (31)
      • ►  มิ.ย. 10 (2)
    • ►  มีนาคม (1)
      • ►  มี.ค. 07 (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (28)
      • ►  ก.พ. 23 (10)
      • ►  ก.พ. 05 (18)
    • ►  มกราคม (149)
      • ►  ม.ค. 24 (10)
      • ►  ม.ค. 16 (25)
      • ►  ม.ค. 13 (4)
      • ►  ม.ค. 10 (37)
      • ►  ม.ค. 06 (28)
      • ►  ม.ค. 05 (26)
      • ►  ม.ค. 03 (4)
      • ►  ม.ค. 02 (15)
  • ▼  2012 (5018)
    • ►  ธันวาคม (478)
      • ►  ธ.ค. 30 (6)
      • ►  ธ.ค. 28 (47)
      • ►  ธ.ค. 26 (4)
      • ►  ธ.ค. 25 (38)
      • ►  ธ.ค. 23 (13)
      • ►  ธ.ค. 22 (41)
      • ►  ธ.ค. 21 (13)
      • ►  ธ.ค. 20 (89)
      • ►  ธ.ค. 19 (74)
      • ►  ธ.ค. 18 (1)
      • ►  ธ.ค. 17 (70)
      • ►  ธ.ค. 16 (5)
      • ►  ธ.ค. 13 (12)
      • ►  ธ.ค. 12 (4)
      • ►  ธ.ค. 10 (12)
      • ►  ธ.ค. 09 (45)
      • ►  ธ.ค. 08 (4)
    • ►  พฤศจิกายน (368)
      • ►  พ.ย. 29 (3)
      • ►  พ.ย. 28 (59)
      • ►  พ.ย. 27 (10)
      • ►  พ.ย. 26 (1)
      • ►  พ.ย. 25 (15)
      • ►  พ.ย. 19 (4)
      • ►  พ.ย. 18 (16)
      • ►  พ.ย. 17 (4)
      • ►  พ.ย. 14 (35)
      • ►  พ.ย. 13 (103)
      • ►  พ.ย. 08 (51)
      • ►  พ.ย. 07 (5)
      • ►  พ.ย. 06 (15)
      • ►  พ.ย. 05 (15)
      • ►  พ.ย. 04 (27)
      • ►  พ.ย. 03 (1)
      • ►  พ.ย. 01 (4)
    • ►  ตุลาคม (363)
      • ►  ต.ค. 30 (23)
      • ►  ต.ค. 29 (28)
      • ►  ต.ค. 26 (20)
      • ►  ต.ค. 25 (20)
      • ►  ต.ค. 24 (29)
      • ►  ต.ค. 23 (28)
      • ►  ต.ค. 22 (24)
      • ►  ต.ค. 21 (31)
      • ►  ต.ค. 19 (22)
      • ►  ต.ค. 18 (26)
      • ►  ต.ค. 14 (13)
      • ►  ต.ค. 13 (25)
      • ►  ต.ค. 12 (32)
      • ►  ต.ค. 11 (22)
      • ►  ต.ค. 01 (20)
    • ►  กันยายน (557)
      • ►  ก.ย. 30 (2)
      • ►  ก.ย. 29 (16)
      • ►  ก.ย. 24 (2)
      • ►  ก.ย. 22 (66)
      • ►  ก.ย. 21 (37)
      • ►  ก.ย. 19 (121)
      • ►  ก.ย. 18 (27)
      • ►  ก.ย. 17 (58)
      • ►  ก.ย. 16 (49)
      • ►  ก.ย. 15 (2)
      • ►  ก.ย. 14 (36)
      • ►  ก.ย. 11 (20)
      • ►  ก.ย. 10 (37)
      • ►  ก.ย. 08 (26)
      • ►  ก.ย. 05 (24)
      • ►  ก.ย. 04 (16)
      • ►  ก.ย. 03 (1)
      • ►  ก.ย. 01 (17)
    • ►  สิงหาคม (470)
      • ►  ส.ค. 29 (27)
      • ►  ส.ค. 27 (33)
      • ►  ส.ค. 25 (19)
      • ►  ส.ค. 23 (6)
      • ►  ส.ค. 22 (29)
      • ►  ส.ค. 21 (14)
      • ►  ส.ค. 20 (27)
      • ►  ส.ค. 19 (6)
      • ►  ส.ค. 18 (21)
      • ►  ส.ค. 17 (11)
      • ►  ส.ค. 16 (1)
      • ►  ส.ค. 14 (54)
      • ►  ส.ค. 13 (24)
      • ►  ส.ค. 12 (2)
      • ►  ส.ค. 10 (28)
      • ►  ส.ค. 09 (31)
      • ►  ส.ค. 08 (24)
      • ►  ส.ค. 07 (31)
      • ►  ส.ค. 04 (28)
      • ►  ส.ค. 03 (2)
      • ►  ส.ค. 02 (26)
      • ►  ส.ค. 01 (26)
    • ►  กรกฎาคม (461)
      • ►  ก.ค. 31 (17)
      • ►  ก.ค. 30 (8)
      • ►  ก.ค. 28 (4)
      • ►  ก.ค. 26 (28)
      • ►  ก.ค. 23 (26)
      • ►  ก.ค. 22 (12)
      • ►  ก.ค. 21 (2)
      • ►  ก.ค. 20 (18)
      • ►  ก.ค. 19 (25)
      • ►  ก.ค. 18 (20)
      • ►  ก.ค. 17 (25)
      • ►  ก.ค. 16 (27)
      • ►  ก.ค. 15 (11)
      • ►  ก.ค. 14 (39)
      • ►  ก.ค. 13 (5)
      • ►  ก.ค. 12 (28)
      • ►  ก.ค. 10 (51)
      • ►  ก.ค. 07 (19)
      • ►  ก.ค. 06 (43)
      • ►  ก.ค. 04 (10)
      • ►  ก.ค. 03 (16)
      • ►  ก.ค. 02 (27)
    • ►  มิถุนายน (577)
      • ►  มิ.ย. 30 (18)
      • ►  มิ.ย. 29 (12)
      • ►  มิ.ย. 28 (43)
      • ►  มิ.ย. 27 (40)
      • ►  มิ.ย. 24 (22)
      • ►  มิ.ย. 21 (35)
      • ►  มิ.ย. 20 (128)
      • ►  มิ.ย. 19 (29)
      • ►  มิ.ย. 17 (29)
      • ►  มิ.ย. 16 (28)
      • ►  มิ.ย. 15 (36)
      • ►  มิ.ย. 14 (19)
      • ►  มิ.ย. 13 (28)
      • ►  มิ.ย. 12 (4)
      • ►  มิ.ย. 11 (13)
      • ►  มิ.ย. 10 (13)
      • ►  มิ.ย. 09 (10)
      • ►  มิ.ย. 08 (29)
      • ►  มิ.ย. 07 (17)
      • ►  มิ.ย. 06 (19)
      • ►  มิ.ย. 05 (5)
    • ►  พฤษภาคม (240)
      • ►  พ.ค. 29 (16)
      • ►  พ.ค. 25 (8)
      • ►  พ.ค. 22 (41)
      • ►  พ.ค. 21 (19)
      • ►  พ.ค. 20 (14)
      • ►  พ.ค. 18 (9)
      • ►  พ.ค. 17 (4)
      • ►  พ.ค. 16 (31)
      • ►  พ.ค. 15 (36)
      • ►  พ.ค. 14 (21)
      • ►  พ.ค. 13 (40)
      • ►  พ.ค. 05 (1)
    • ▼  เมษายน (426)
      • ►  เม.ย. 26 (20)
      • ►  เม.ย. 25 (21)
      • ▼  เม.ย. 24 (24)
        • วาดฝันภาคใต้ตอนบนศูนย์กลางโลจิสติกส์ พัฒนาท่าเรือน...
        • สองหนุ่มสาวชาวสตูลจัดวิวาห์สุดชื่นมื่นบนเตียงผู้ป่วย
        • คุมไอ้หื่นขืนใจแหม่มสาวสวิสเซอร์แลนด์ทำแผนโฉด
        • 4 ไอ้โม่งยำเละรปภ.-จุดไฟเผาโรงโชว์งูดังภูเก็ตวอด
        • กยอ.สั่งสศช.-คลังเร่งสรุปแหล่งเงินทุนลงทุนระบบโครง...
        • เปิดใจ'บุญทรง เตริยาภิรมย์'รมว.พาณิชย์ รับของแพงแก...
        • คปภ. เผยตัวเลขการจ่ายค่าสินไหมน้ำท่วมกว่า76% แล้ว
        • อำมหิตแก๊งโหดล่าพะยูนตัดเขี้ยวทำเครื่องรางของขลัง
        • "อียู" ขานรับประชาธิปไตยพม่า ยกเลิกคว่ำบาตร
        • นักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านถอดเสื้อประท้วงตำรวจยูกันดา
        • ช็อก "เสก โลโซ" วูบระหว่างเดินสายโชว์คอนเสิร์ต
        • ชน หมดสิทธิรีเทิร์น ต่าย ไม่ฟันธงขายขนมจีบ เฟื่อง
        • 'ส้ม-สิชา' ร้อนกาย ไม่ร้อนรัก
        • ช็อก!!!นางเอกสาว“พลอย จินดาโชติ”ซุ่มวิวาห์เงียบ
        • ตรียมออกหมายจับสองผัวเมียชิงทองย่านเสรีไทย
        • เสื้อแดงยิ้มร่า ศาลเลื่อนนัดสืบพยานโจทย์คดีก่อการร้าย
        • เลื่อนไต่สวนการตาย “พัน คำกอง” แนวร่วมกลุ่มเสื้อแด...
        • เท็กซี่คนซื่อเก็บเงินแสนคืนเจ้าของ
        • หนุ่มใหญ่จิตหลอน ดิ่งสะพานลอยเจ็บ
        • รุมแทงยับหลานรองผู้การฯชุมพร ทิ้งศพหมกโรงเก็บไม้เก่า
        • โจรใต้ฝังบึ้ม 20 กิโล กะลอบสังหารหมู่ตำรวจ-ชรบ.
        • "จรัมพร" ซัดพวกคลั่งไสยศาสตร์ เจาะกะโหลกปลุกเสกปั้...
        • ชุมชนสะพานพระราม9 เพลิงไหม้ ตาย 1 เจ็บ 1
        • “ซูดานใต้”ยอมถอนทหารออกจากแหล่งน้ำมันแล้ว
      • ►  เม.ย. 22 (7)
      • ►  เม.ย. 21 (26)
      • ►  เม.ย. 20 (11)
      • ►  เม.ย. 19 (32)
      • ►  เม.ย. 18 (8)
      • ►  เม.ย. 17 (13)
      • ►  เม.ย. 12 (31)
      • ►  เม.ย. 11 (24)
      • ►  เม.ย. 10 (30)
      • ►  เม.ย. 09 (12)
      • ►  เม.ย. 08 (31)
      • ►  เม.ย. 07 (9)
      • ►  เม.ย. 06 (13)
      • ►  เม.ย. 04 (24)
      • ►  เม.ย. 03 (19)
      • ►  เม.ย. 02 (23)
      • ►  เม.ย. 01 (48)
    • ►  มีนาคม (1065)
      • ►  มี.ค. 31 (35)
      • ►  มี.ค. 30 (7)
      • ►  มี.ค. 29 (8)
      • ►  มี.ค. 28 (34)
      • ►  มี.ค. 27 (17)
      • ►  มี.ค. 26 (16)
      • ►  มี.ค. 25 (16)
      • ►  มี.ค. 24 (8)
      • ►  มี.ค. 23 (27)
      • ►  มี.ค. 22 (20)
      • ►  มี.ค. 21 (32)
      • ►  มี.ค. 20 (46)
      • ►  มี.ค. 18 (8)
      • ►  มี.ค. 17 (24)
      • ►  มี.ค. 16 (19)
      • ►  มี.ค. 15 (41)
      • ►  มี.ค. 14 (50)
      • ►  มี.ค. 13 (34)
      • ►  มี.ค. 12 (46)
      • ►  มี.ค. 11 (80)
      • ►  มี.ค. 10 (31)
      • ►  มี.ค. 09 (62)
      • ►  มี.ค. 08 (72)
      • ►  มี.ค. 07 (83)
      • ►  มี.ค. 06 (27)
      • ►  มี.ค. 05 (33)
      • ►  มี.ค. 04 (42)
      • ►  มี.ค. 03 (80)
      • ►  มี.ค. 02 (66)
      • ►  มี.ค. 01 (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (12)
      • ►  ก.พ. 29 (11)
      • ►  ก.พ. 28 (1)
    • ►  มกราคม (1)
      • ►  ม.ค. 29 (1)
  • ►  2011 (580)
    • ►  พฤศจิกายน (45)
      • ►  พ.ย. 30 (1)
      • ►  พ.ย. 22 (36)
      • ►  พ.ย. 06 (5)
      • ►  พ.ย. 05 (2)
      • ►  พ.ย. 02 (1)
    • ►  สิงหาคม (4)
      • ►  ส.ค. 10 (2)
      • ►  ส.ค. 07 (2)
    • ►  กรกฎาคม (278)
      • ►  ก.ค. 20 (15)
      • ►  ก.ค. 18 (16)
      • ►  ก.ค. 17 (21)
      • ►  ก.ค. 16 (28)
      • ►  ก.ค. 15 (25)
      • ►  ก.ค. 14 (44)
      • ►  ก.ค. 13 (57)
      • ►  ก.ค. 12 (40)
      • ►  ก.ค. 11 (18)
      • ►  ก.ค. 08 (11)
      • ►  ก.ค. 01 (3)
    • ►  มิถุนายน (13)
      • ►  มิ.ย. 30 (11)
      • ►  มิ.ย. 28 (1)
      • ►  มิ.ย. 24 (1)
    • ►  พฤษภาคม (84)
      • ►  พ.ค. 27 (11)
      • ►  พ.ค. 25 (4)
      • ►  พ.ค. 24 (19)
      • ►  พ.ค. 22 (23)
      • ►  พ.ค. 21 (11)
      • ►  พ.ค. 20 (14)
      • ►  พ.ค. 09 (2)
    • ►  มีนาคม (156)
      • ►  มี.ค. 28 (1)
      • ►  มี.ค. 25 (1)
      • ►  มี.ค. 21 (2)
      • ►  มี.ค. 20 (3)
      • ►  มี.ค. 19 (1)
      • ►  มี.ค. 18 (4)
      • ►  มี.ค. 17 (5)
      • ►  มี.ค. 15 (24)
      • ►  มี.ค. 14 (2)
      • ►  มี.ค. 12 (1)
      • ►  มี.ค. 10 (10)
      • ►  มี.ค. 09 (1)
      • ►  มี.ค. 08 (7)
      • ►  มี.ค. 07 (37)
      • ►  มี.ค. 06 (55)
      • ►  มี.ค. 05 (2)

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

เกี่ยวกับฉัน

netdesign
ดูโปรไฟล์ทั้งหมดของฉัน

Pages

  • หน้าแรก
  • พุทธวจน
  • บริการ By Becomz.com
  • เกี่ยวกับเรา
  • ข่าว
  • Ghost windows XP
  • Ghost windows 7
  • Ghost windows 8
  • Ghost windows 10
  • Download
  • Training
  • ดูหนัง online
  • ผลบอลสด
  • สอน Mocrosoft office
  • รวมพรบ ต่างๆ

Popular Posts

  • Ghost Windows 10 [64 bit] All Driver Lite edition [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost Windows 10 [64 bit] All Driver Lite edition [ ลิงค์เดียว ] ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด Ghost Windows 10 [64 bit] All Dr...
  • Ghost KKD Windows7 x 32 bit All Programs Auto Drivers V. 3 [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost KKD  Windows7 32 bit All Programs Auto Drivers V. 3 [ ลิงค์เดียว ]   ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด คัดลอก :  V. 3  ผ...
  • Ghost WIndows7 X 64 BIt Original All Programs [ ลิงค์เดียว ] พร้อมใช้งานทั่วไป อัพเดท ตัวล่าสุดครับ
    Ghost WIndows7 X 64 BIt Original+ All Programs [ ลิงค์เดียว ]  พร้อมใช้งานทั่วไป อัพเดท ตัวล่าสุดครับ ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โ...
  • Ghost KKD Windows 7 Ultimatet V.12 x 64 BIT All Programs Auto Drivers [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost KKD Windows 7 Ultimatet V.12 x 64  BIT  All Programs Auto Drivers  [ ลิงค์เดียว ] ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด Ghost KK...
  • Ghost KKD Win7 x 64 bit V. 9 [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost KKD Win7 x 64 bit V. 9 [ ลิงค์เดียว ] ข้อมูลทั่วไป  ชื่อเรื่อง: ดาวน์โหลด Ghost KKD Windows7 V.9_x64.Gho  คัดลอก: V.9_x64...
  • KKD Windows8.1 V.8 x86 All Programsไฟล์ Ghost | วินโดว์ 8.1 32 บิท
    KKD Windows8.1 V.8 x86 All Programsไฟล์ Ghost | วินโดว์ 8.1 32 บิท โหลดวินโดว์ KKD Windows8.1 V.8 x86 All Pr...
  • Adobe Illustrator CC 2015 v19.0 Incl Crack (x86x64) [ลิงค์เดียวแรง]
    Adobe Illustrator CC 2015 v19.0 Incl Crack (x86x64) [ลิงค์เดียวแรง] ข้อมูลทั่วไป ชื่อเรื่อง: ดาวน์โหลดโปรแกรม Adob​​e Illustrator...
  • KKD Windows XP V.12 ไฟล์ Ghost | วินโดวส์เอ็กซ์พียอดนิยม
    KKD Windows XP V.12 ไฟล์ Ghost | วินโดวส์เอ็กซ์พียอดนิยม KKD Windows XP V.12 ไฟล์ gho | วินโดวส์เอ็กซ์พียอดนิยม ...
  • Ghost Windows XP SP3 Ori+App Full Pro App 32 Bit [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost Windows XP SP3  Ori+App Full Pro App 32 Bit [ ลิงค์เดียว ] ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด Ghost Windows XP SP3  Ori+App Ful...
  • Ghost Win 10 Pro X 64 Bit 2016 เป็นตัวมาตรฐาน ไฟล์เล็ก[ 5.65 Gb. ]
    Ghost Win 10 Pro X 64 Bit 2016 เป็นตัวมาตรฐาน ไฟล์เล็ก[ 5.65 Gb. ]  ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด Ghost Win 10 Pro X 64 Bit 2016 ...
netdesign. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

Copyright © 2012 Luevipan Computer | Powered by Becomz.com
Design by Fabthemes | Blogger Template by ซ่อมคอม
Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources