วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

ศรัญยูนำเสื้อเหลืองรับทราบข้อหาเพิ่มคดีปิดสนามบิน


วันนี้ ( 12มี.ค.)   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมปิดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามหมายเรียก หลังจากพนักงานสอบสวนได้รับคำสั่งจากอัยการให้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม เติมกับกลุ่มผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีผู้ต้องหาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้วกว่า 10 คน อาทิ นายณรัณยู หรือ ศรัณยู วงษ์กระจ่าง นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ นายระพินทร์ พุฒิชาติ หรือ “น้าซู วงซูซู”
 นายปานเทพ กล่าวว่า การที่กลุ่มพันธมิตรฯ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนั้นมาจากการชี้นำของอัยการ โดยมีหนังสือจากสำนักงานคดีอาญา ส่งมาที่พนักงานสอบสวนว่ายังมีการแจ้งข้อกล่าวหาไม่ครบถ้วนจึงให้พนักงานสอบ สวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาหลายคน หลายข้อหา โดยตนถูกแจ้งข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปฯ โดยเป็นหัวหน้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรค 2 และ 3 ที่น่าสนใจคือคดีนี้อัยการส่งมาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และให้ส่งกลับในวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ก็ส่งไม่ทันอีกทั้งการลงเลขเอกสารก็มีการย้ายฝ่ายภายใน 6 นาที จากอีกฝ่ายไปอีกฝ่าย แสดงว่ามีการเร่งรัดคดีอย่างชัดเจน
โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวด้วยว่า อยากเรียนให้ทราบว่าทนายพันธมิตรฯ ได้รับการติดต่อจากทนายของฝ่ายระบอบทักษิณบางคนว่าขอให้พันธมิตรฯ ยอมเข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่าย ซึ่งทางพันธมิตรฯ ปฏิเสธไป เพราะต้องการรักษากระบวนการนิติรัฐ จากนั้นก็มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับพันธมิตรฯ ทั้งที่มีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในคดีดังกล่าวต่ออัยการสูงสุดไปแล้ว ก่อนหน้านี้
"กระบวน การดังกล่าวเป็นการบีบพันธมิตรฯ บีบทหาร บีบพรรคการเมืองให้เข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรม โดยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันเดียวกันนี้ก็มีความพยายามไต่สวนทหารคดี 16 ศพ แต่ตรวจสอบพบว่ามีการติดประกาศไม่ครบ 30 วัน ทำให้การไต่สวนทหารอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เราจึงเห็นทุกภาคส่วนที่อำนาจรัฐเข้าไปเกี่ยวพันจะมีความพยายามกดดันบุคคล ต่างๆให้ยอมจำนนกับการนิรโทษกรรม” นายปานเทพ กล่าว
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า สำหรับพันธมิตรฯ นั้น ขอเรียนว่าแรงกกดดันใดๆ ก็ตามไม่เป็นอุปสรรคต่อการที่พันธมิตรฯ คัดค้านการนิรโทษกรรม หรือทำให้พันธมิตรฯ ยอมจำนนต่อเรื่องนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมและเรียกร้องกลุ่มคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ยอมรับและเคารพกระบวนการยุติธรรม อย่าทำลายกระบวนการยุติธรรมด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่ใช้ชื่อว่าปรองดอง

นายปานเทพ กล่าวว่า การที่กลุ่มพันธมิตรถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนั้นมาจากการชี้นำของอัยการ โดยมีหนังสือจากสำนักงานคดีอาญาส่งมาที่พนักงานสอบสวนว่ายังมีการแจ้งข้อ กล่าวหาไม่ครบถ้วนจึงให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาหลายคน หลายข้อหา โดยในส่วนของตนถูกแจ้งข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปฯโดยเป็นหัวหน้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสองและสาม ที่น่าสนใจคือคดีนี้อัยการส่งมาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ และให้ส่งกลับในวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมาแต่ก็ส่งไม่ทัน อีกทั้งการลงเลขเอกสารก็มีการย้ายฝ่ายภายใน 6 นาทีจากอีกฝ่ายไปอีกฝ่าย แสดงว่ามีการเร่งรัดคดีอย่างชัดเจน
 นายปานเทพ กล่าวด้วยว่า อยากให้เรียนทราบว่าทนายพันธมิตรได้รับการติดต่อจากทนายของฝ่ายระบอบทักษิณ บางคนว่าขอให้พันธมิตรยอมเข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรมให้แก่ทุกฝ่ายซึ่งทาง พันธมิตรเองได้ปฏิเสธไปเพราะต้องการรักษากระบวนการนิติรัฐ หลังจากนั้นก็มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับพันธมิตร ทั้งที่ได้มีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในคดีดังกล่าวต่ออัยการสูงสุดไป แล้วก่อนหน้านี้
 “กระบวน การดังกล่าวเป็นการบีบพันธมิตร บีบทหาร บีบพรรคการเมืองให้เข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรมนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันเดียวกันนี้ก็มีความพยายามไต่สวนทหารคดี 16 ศพ แต่ตรวจสอบพบว่ามีการติดประกาศไม่ครบ 30 วัน ทำให้การไต่สวนทหารอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เราจึงเห็นทุกภาคส่วนที่อำนาจรัฐเข้าไปเกี่ยวพันก็มีความพยายามกดดันบุคคล ต่างๆให้ยอมจำนนกับการนิรโทษกรรม” นายปานเทพ กล่าว และว่า สำหรับพันธมิตรนั้นขอเรียนว่าแรงกกดดันใดๆก็ตามไม่เป็นอุปสรรคต่อการที่ พันธมิตรคัดค้านการนิรโทษกรรมหรือทำให้พันธมิตรยอมจำนนต่อเรื่องนี้ กลุ่มพันธมิตรพร้อมต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม และเรียกร้องกลุ่มคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยอมรับ เคารพกระบวนการยุติธรรม อย่าทำลายกระบวนการยุติธรรมด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่ใช้ชื่อว่าปรองดอง

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

แจ้งเอาผิดโรงแรมแกรนด์ ปาร์ค อเวนิว


วันนี้ ( 12 มี.ค.) ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารกทม.ว่า จากเหตุเพลิงไหม้ห้องจัดเลี้ยง ชั้น 5 โรงแรมแกรนด์ ปาร์ค อเวนิว เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบหลักฐานหนังสือขออนุญาตดัดแปลงอาคารแล้ว ที่ประชุมมีมติให้ทางเขตคลองเตย แจ้งความกับเจ้าของโรงแรมแกรนด์ ปาร์ค อเวนิว ที่ดำเนินการดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยได้มีการก่อสร้างทำเป็นห้องจัดเลี้ยง ทั้งที่ขออนุญาตดัดแปลงลานจอดรถโรงแรม เมื่อปี 2542  โดยให้ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตคลองเตยไปดำเนินการในวันนี้
ผู้ว่ากทม. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทางกทม.ได้ขอความร่วมมือภาคเอกชน สำหรับอาคารสูง 9 ประเภท ที่สร้างก่อนปี 2535 ให้ติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย อาทิการติดตั้งสปริงเกลอร์ โดยจะประสานกับทางสมาคมประกันภัย  เพื่อหาสินเชื่อระยะสั้นเพื่อช่วยเหลือเงินทุนผู้ประกอบการในการติดตั้ง ซึ่งจำนวนอาคารสูงกว่า 10,000 อาคาร  พร้อมกันนั้นได้แต่งตั้งคณะทำงานให้เข้าตรวจสอบอาคาร ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 15 มี.ค. นี้ และกำหนดให้แล้วเสร็จ เดือน เม.ย. โดยคณะทำงานจะต้องรายงานผลการตรวจสอบให้กับผู้บริหารทุกๆ 7 วัน

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

รัฐบาลตีตกข้อเสนอผลงานรอบ 3 เดือน คอ.นธ.


เมื่อวันนี้ (12 มี.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ในรอบ 3 เดือน โดยมีนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคอ.นธ. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม พร้อมผู้แทนจากศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) อัยการสูงสุดและสภาทนายความเข้าร่วมประชุม

พล.ต.อ.ประชา เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า จากข้อเสนอการทำงานในรอบ 3 เดือนของคอ.นธ.ที่ส่งให้รัฐบาลพบว่ามีทั้งสิ้น 5 ข้อ แต่เนื่องจากมี 1 ข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหมจึงได้มอบให้กระทรวงกลาโหมไปพิจารณาเอง ส่วนข้อเสนออีก 4 ประเด็น เช่น ข้อเสนอให้สตช. ปรับปรุงการปฎิบัติต่อการดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูงใหม่ โดยให้ตั้งคณะอนุกรรมการประกอบด้วยนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลั่นกรองคดีความผิดที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษมาตรา 112 และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ฐานความผิดดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง การขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางบังคับใช้กฎหมายเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราว  โดยเฉพาะการใช้ดุลยพินิจเพื่อปล่อยตัวชั่วคราวต้องใช้ทั้งหลักกฎหมายและหลักเมตตาธรรม ข้อเสนอให้สตช.ปรับเปลี่ยนอัตราโทษในความผิดเกี่ยวกับจราจร 100 บาททุกกรณี และข้อเสนอในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ซึ่งคอ.นธ.เสนอไม่ให้มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอคอ.นธ. ที่ได้ข้อสรุปเบื้องต้นขณะนี้คือการดำเนินคดีกับผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งคณะกรรมการฯได้ข้อยุติในระดับหนึ่งแล้ว  แต่ยังมีข้อกฎหมายในบางประเด็นที่จะต้องนำไปหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและสตช. รับไปดำเนินการตามกฎเกณฑ์ที่มีอยู่เดิม และเพิ่มมาตรการใหม่ให้มีความเข้มข้นมากขึ้นเพื่อให้ได้ข้อยุติต่อไป
 
“ส่วนประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยุติแล้วว่าไม่จำเป็นต้องมีการตั้งสสร.ขึ้นมาปฎิบัติหน้าที่จังหวัดละ 1 คนตามที่คอ.นธ.เสนอมา เช่นเดียวกับเรื่องค่าปรับทำผิดกฎหมายจราจรนั้นก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ” พล.ต.อ.ประชา กล่าว

สำหรับข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั้น คอ.นธ. เสนอให้หน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายต้องทำงานอย่างมีเอกภาพ  และที่สำคัญคือต้องมีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องลับมากในทุกขั้นตอนและทุกกรณี ไม่อนุญาตให้เปิดเผยข้อเท็จจริงได้จนกว่าศาลจะพิพากษาคดีจนถึงที่สุด นอกจากนี้ยังเสนอให้สตช.ปรับปรุงการปฏิบัติต่อการดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูงใหม่ ด้วยการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการที่เป็นที่ยอมรับทุกฝ่ายรวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการพิจารณาคดีหมิ่นเบื้องสูงของสตช. เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีการนำเอาฐานความผิดดังกล่าวไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองลดลง

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ผู้ชุมนุมเหลือง-แดงเข้าแถวรับเยียวยา



วันนี้ ( 12 มี.ค.)  ที่บ้านราชวิถี กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประชาชนจากกลุ่มนปช.และกลุ่มพันธมิตร ได้ทยอยเดินทางมาแสดงตัวพร้อมนำเอกสารมาลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากเหตุชุมนุมทางการเมืองอย่างคึกคัก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ชุมนุมกลุ่ม นปช.ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ซึ่งการลงทะเบียนในครั้งนี้นายไชยวัฒน์ พุ่มพวง ผู้สื่อข่าวจากเนชั่นเหยื่อกระสุนปืนจากเหตุสลายการชุมนุมได้เดินทางมาด้วย โดยกลุ่ม นปช. จากจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า เชื่อว่าการให้เงินเยียวยาจากเหตุชุมนุมทางการเมืองจะช่วยให้ผู้ที่สูญเสีย พิการ และบาดเจ็บ ได้เงินไปใช้จ่ายต่างๆ เพื่อรักษาตัว และการเยียวยาจะช่วยให้เกิดความปรองดอง
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

สลดหนูน้อย2ขวบตกฟูกดับปริศนา


วันนี้ ( 12 มี.ค.) ร.ต.อ.ประมินทร์ คงดี พงส.(สบ1) สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งมีเด็กวัย 2 ขวบกว่า ตกเตียงนอนเสียชีวิต ในบ้านพัก ภายในซอยพูลสวัสดิ์ ข้างวัดละไม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย ที่เกิดเหตุภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย ภายในบ้านเช่าดังกล่าว พบศพ ด.ญ.พรรณิกา สุขลัย วัย 2 เดือน 6 วัน นอนเสียชีวิตบนฟูกที่นอนขนาด 3 ฟุต ในสภาพเด็กสวมชุดเสื้อผ้าเด็กอ่อน จากการตรวจสอบตามร่างกายของหนูน้อย พบว่าที่แผ่นหลังมีรอยผื่นแดงเป็นจ้ำๆ ลักษณะเหมือนเลือดแข็งตัว ไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด จากการสันนิษฐานคาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 4-5 ช.ม.
เบื้องต้นจากการสอบสวน นายบุญมา  สุขลัย อายุ 31 ปี พ่อของหนูน้อย และนางสาวสมคิด บูรณะ อายุ 28 อยู่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่ 6 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความเศร้าสร้อยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ลูกสาว หรือ ผู้ตายได้นอนบนเบาะเด็กอ่อน โดยนอนข้างนายบุญมา ผู้เป็นพ่อ ส่วนนางสาวสมคิด นอนกับลูกสาวอีกคน อายุ 4 ขวบที่ติดมากับสามีเก่า และให้ลูกสาวคนเล็กนอนกับพ่อแบบนี้มาตั้งแต่แรกเกิด และในเช้าวันเกิดเหตุ เมื่อตื่นมาช่วงเช้า พบว่า ด.ญ.พรรณิกา ได้ตกจากเบาะที่วางซ้อนบนฟูกนขาด 3 ฟุต สูงจากพื้นประมาณ 20 ซ.ม.ตกลงมาเสียชีวิตแล้ว นางสาวสมคิดแม่ของหนูน้อยกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำศพหนูน้อยให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิฯ นำส่ง รพ.เกาะสมุย เพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกันนี้จะได้เรียกนายบุญมา พ่อของเด็ก มาทำการสอบปากคำในภายหลัง เนื่องจากวันนี้ พ่อของเด็กยังไม่พร้อมที่จะให้การเนื่องจากยังอยู่ในสภาวะเสียใจ ซี่งจากการสันนิษฐานสาเหตุการตาย ตำรวจเปิดเผยว่า จาการสอบถามพยานข้างห้องที่เกิดเหตุ เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายบุญมา มีอาชีพรับจ้างทำงานทั่วไปในเกาะสมุย และเป็นคนชอบดื่มสุรา และอาจเป็นไปได้ว่าพ่อของเด็กอาจเมาสุรา และนอนทับบุตรสาวของตัวเอง หรือเป็นไปได้ว่าหนูน้อยผู้ตายอาจนอนดิ้นและพลิกตัวตะแคงคว่ำหน้าทำให้หายใจไม่ออกและเสียชีวิตดังกล่าว แต่เป็นไปไม่ได้ที่หนูน้อยจะนอน และตกจากที่นอนและเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

เสี่ยเครียดป่วยเป็นอัมพฤกต์ยิงตัวตายลาโลก


วันนี้ (12 มี.ค.) ร.ต.อ.นฤมิตร คำวอน พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.เตาปูน รับแจ้งเหตุมีคนใช้อาวุธปืนยิงตนเองตายเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 891-893 ซอยประชานฤมิตร แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.พิสิฐชัย สุนทรธนปรีดา พงส.สบ.3 สน.เตาปูน แพทย์นิติเวช รพ.รามา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้น เปิดเป็นบริษัทค้าไม้แปรรูป ชื่อ “ณรงค์การช่าง” ภายในห้องทำงานชั้นล่างซึ่งอยู่ด้านในสุด เจ้าหน้าที่พบศพนายณรงค์ สุขรำมิ อายุ 50 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดสภาพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนกุด สีขาว กางเกงขาสั้นสีเทา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่ขมับขวาทะลุซ้าย 1  นัด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ข้างมือขวาของผู้ตาย 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน


ด้านนางสมศรี กล่าวทั้งน้ำตาว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ผู้ตายมีอาการป่วยแล้วจะเป็นคนไม่ค่อยพูดจา ตนเองได้พยายามพูดคุยเพื่อไม่ให้คิดมาก และบอกให้ผู้ตายยิ้มซะบ้าง แต่ผู้ตายก็ไม่เคยยิ้มเอาแต่เดินไปเดินมา ตนก็เลยบอกให้นอนพักผ่อนบ้างมันไม่เป็นอะไรมาก ให้พักผ่อนเยอะ ๆ ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมไปนอนพักผ่อน ซึ่งตนเองก็ไม่คิดว่าสามีจะคิดสั้นยิงตัวเอง จนกระทั้งวันนี้ ก่อนเกิดเหตุ หลังจากตื่นขึ้นมาก็ลงมาข้างล่างพร้อมกัน ผู้ตายยังบ่นให้ฟังว่าอยากจะตาย แต่ตนเองไม่คิดว่าสามีจะไปหยิบปืนมายิงตัวเอง ขณะทำอาหารอยู่ในครัวก็ได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พอวิ่งออมาดูก็เห็นผู้ตายนอนจมกองเลือดอยู่ ยังคิดว่าผู้ตายนั้นหกล้ม จึงได้เข้าไปอุ้มร่างของสามีแล้วดึงเข้ามากอดเอาไว้จึงรู้ว่าสามีเสียชีวิตแล้ว

ร.ต.อ.นฤมิตร กล่าวว่า ผู้ตายมีอาการเครียดเนื่องจากป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ จนกระทั่งมีอาการเป็นอัมพฤกต์ และเข้ารักษาตัวที่ รพ.เกษมราชประชาชื่น เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลา 06.30 น.ผู้ตายพร้อมด้วย นางสมศรี สุขรำมิ อายุ 47 ปี ภรรยา ได้ตื่นลงมาด้านล่างและพูดคุยกันถึงอาการที่เป็นอยู่ โดยภรรยาได้พูดให้กำลังใจสามี ว่า “อาการนั้นดีขึ้นมากแล้วพอขยับได้บางก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร ต้องใช้เวลาอีกหน่อยก็จะหาย” ก่อนจะเดินเข้าไปทำอาหารในครัว หลักจากนั้นก็ได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด นางสมศรี จึงได้วิ่งออกมาดูก็พบสามีนอนจมกองเลือดเสียชีวิตแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว


แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

รถพ่วงหลับในชนท้ายรถสิบล้อจอดข้างทางพังยับเยิน


กลางดึกวันนี้ (12 มี.ค.) พ.ต.ท.ปริญญา มั่งคั่ง  สว.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกสิบล้อชนกันจำนวนหลายคันจุดเกิดเหตุอยู่บนถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข9 บางปะอิน-บางนา ขาออกมุ่งหน้าบางปะอิน หลักกม.ที่14+800 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนถึงสถานีขนส่งเล็กน้อยหลัง ไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยบริการกู้ชีพบัวเพชรพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง รถกู้ชีพอบต.คลองสาม
ที่เกิดเหตุพบรถสิบล้อยี่ห้อฮีโน่ สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน82-4845 ชัยภูมิ  ตกลงไปอยู่บริเวณคูน้ำไหล่ทางด้านซ้าย สภาพรถกระจกด้านหน้าชนเข้ากับปูนกั้นทางและแผงเหล็กกั้นทางจนได้รับความเสียหายแผลเหล็กกั้นทางล้มลงยาวกว่า20เมตรหน้ารถพังยับเยิน ด้านท้ายรถมีร่อยรอยการเฉี่ยวชนจนยับเยิน ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นผู้ขับขี่และผู้ที่โดยสารมาด้านในจำนวน3รายทราบชื่อต่อมา1.นายเสถียร  สุจำนงค์ อายุ 51 ปี  2.ด.ช.ณัฐพงษ์   มาดี อายุ 5 ขวบ 3.นางดาหวัน สุจำนงค์ อายุ 51 ปี ภรรยาของผู้ขับขี่ ทั้งหมดถูกนำตัวส่งร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ห่างกันเล็กน้อยบริเวณเลนด์ซ้ายสุดพบรถพ่วงยี่ห้ออีซูซุสีขาวของ หจก.นครสวรรค์ตั้งประเสริฐ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 81-9948นครสวรรค์ ตัวลูก 81-9949 นครสวรรค์ ซึ่งนายอภิชาติ  แก้วพันธ์กิจ อายุ 43 ปี ผู้ขับขี่จอดรถนอนข้างทางแล้วถูกรถพ่วงยี่ห้ออีซูซุสีขาว หมายเลขทะเบียน84-7507 นครราชสีมา ตัวลูก85-3318 นครราชสีมา พุ่งชนบริเวณด้านท้ายจนได้รับความเสียหาย ทำให้นายคมเพชร  เลียบแหลม อายุ22ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ หน่วยกู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่ายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บก่อนจะนำออกมาจากซากรถได้ในเวลาต่อมาและนำตัวส่งร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

จากการสอบสวนนายอภิชาติ  ให้การว่า ตนได้นำกากถั่วเหลืองไปส่งให้ลูกค้าและกำลังกลับไปที่ หจก.นครสวรรค์ตั้งประเสริฐ จ.นครสวรรค์ แต่ร่างกายไม่ไหวจึงจอดรถนอนริมทางเพื่อหวังว่าตื่นมาจะได้ออกเดินทางต่อ แต่ทันใดนั้นตนได้ยินเสียงรถชนกันดังสนั่นก่อนที่จะมีรถพุ่งเข้ามาชนบริเวณด้านท้ายรถของตน    จากนั้นตนจึงเปิดประตูลงไปดูจึงพบว่ารถพ่วงคู่กรณีพุ่งชนด้านท้ายมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้มาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งคาดว่าผู้ขับขี่รถคู่กรณีนั้นหลับในจนรถเสียหลักพุ่งชนรถสิบล้อที่จอดนอนต่อท้ายรถดังกล่าว
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources