วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

2นักศึกษามาเก๊าร้องตำรวจถูกลอบทำร้าย


เมื่อเวลา 02.30 น. วันนี้ ( 17 เม.ย.)  ขณะที่ พ.ต.ท.เกรียงไกรวุฒิ บัวกล้า สวส. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กำลังเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่บนโรงพัก  นายแมน เต็ก เลย (Mr.Man Tek  Lei ) อายุ 22 ปี และนายคา ฮอง อัน (Mr.Ka Hong un) อายุ 22 ปี นักศึกษาเขตปกครองพิเศษเมืองมาเก๊า ประเทศจีน ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกผู้ประกอบเรือเจ็ทสกีที่ให้เช่าข่มขู่เรียกและเก็บค่าเสียหายจากเรือเจ็ทสกีเฉี่ยวชนเกินความเป็นจริง และยังดักทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
โดยผู้เสียหายให้การเพิ่มเติมว่า ตนทั้งคู่ได้ชักชวนกันมาเที่ยวเมืองพัทยา ในช่วงปิดภาคเรียน  โดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านพัทยากลาง  ก่อนเกิดเหตุได้ชวนกันเช่าเรือเจ็ทสกีขับเล่นบริเวณชายหาดพัทยา ซึ่งขับได้ประมาณ 45 นาที ผู้ประกอบการเรือให้เช่าได้กวักมือเรียกว่าหมดเวลาแล้ว จากนั้นจึงสำรวจรอบๆเจ็ทสกี พร้อมกับชี้ร่องรอยบริเวณท้ายเรือว่าได้รับความเสียหายจากการเฉี่ยวชนกับเรือลำอื่น และได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 1 แสนบาท แต่ตนทั้งสองยืนยันว่าไม่ได้ขับเฉี่ยวชนกับลำอื่นแต่อย่างใด  จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นจนต้องพากันไปพูกคุยกันต่อหน้าตำรวจสภ.เมืองพัทยา  และมีการเจรจาไกล่เกลี่ยซึ่งผู้ประกอบการเรือลดราคาลงมาเหลือเพียง 15,000 บาท แต่ตนทั้งสองมีเงินติดตัวกันมาเพียง 8,000 บาท จึงยอมจ่ายไปเพื่อตัดความรำคาญและได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันก่อนที่จะเดินทางกลับโรงแรม
แต่ระหว่างที่เดินทางใกล้ถึงโรงแรมที่พัก ปรากฏว่ามีชายฉกรรจ์ 2 คน ซึ่งจำหน้าได้ว่าเป็นลูกน้องของผู้ประกอบการเรือเจ็ทสกี ตรงเข้ารุมทำร้ายชกต่อยได้รับบาดเจ็บโดยตนทั้ง 2 กลัวความไม่ปลอดภัยจึงได้กลับมาแจ้งความอีกครั้ง หลังจากเสร็จเรื่องนี้แล้วตนทั้งสองจะไม่มาเที่ยวเมืองไทยอีก เพราะเข็ดขยาดกับความไม่ปลอดภัยและขูดรีดอย่างไร้ยางอายของคนไทย  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อนุมัติขอหมายจับ2คนร้ายที่ดักลอบทำร้ายนักศึกษาเมืองมาเก๊าต่อไป.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

หนุ่มใหญ่โดดน้ำตายหนีโรครุมเร้า



จากการสอบถามคนในพื้นที่ต่างระบุตรงกันว่าไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ามาก่อน ไม่ทราบว่าคนทราบว่าคนตายเป็นใครมาจากไหน แต่ก่อนหน้าที่จะมาพบศพ ได้เห็นคนตายเดินวนเวียนอยู่ภายในวัดไทรใต้นานร่วมชั่วโมง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นไม่พบเห็นอีกเลย กระทั่งมาเห็นว่ากลายเป็นศพจมน้ำไปแล้ว เบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายน่ามีโรคประจำตัวหลายอย่าง คงจะเครียดและไม่อยากให้เป็นภาระครอบครัว เลยโดดน้ำตายหนีโรครุมเร้า ซึ่งจะติดตามญาติมาสอบปากคำต่อไป.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

กองปราบฯ โชว์แกะรอยรวบ"ฆาตกรต่อเนื่อง"


กองปราบฯโชว์ผลงานชิ้นโบว์แดง ตามแกะรอยรวบฆาตกรต่อเนื่อง วางยาคนขับรถรถรับจ้าง 9 รายซ้อน ดับสังเวย 4 ศพ สูญหาย 2 รอดตาย 3 ก่อนลงมือโจรกรรมรถส่งแก๊งลักรถ
เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ ( 17 เม.ย.) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล  พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี  พ.ต.อ.ชัชชม คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน ผกก.5 บก.ป. แถลงข่าวจับกุมนายนิรุต หรือ จำลอง สอนคำหาร อายุ 43 ปี ชาวจ.สงขลา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.238/2555 ลงวันที่ 16 เม.ย.55 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนและชิงทรัพย์รถยนต์ พร้อมของกลางเสื้อยืดคอปกแขนสั้น สีเขียวและสีขาวสลับเทาที่ใส่ในวันที่เกิดเหตุ 2 ตัว หมวกสีเทา 1 ใบ ใบเสร็จรับเงินร้านสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมันในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เงินสด 17,600 บาท กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และยาฆ่าแมลง 1 ขวด 
โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ภายในห้องพักเลขที่ 7 ชั้น 2 อพาร์ทเม้นต์ไม่มีชื่อ ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า บก.ป.ได้รับการประสานงานจากมูลนิธิกระจกเงาว่า มีญาติผู้เสียหายมาร้องเรียนว่านายวัชระ สืบเชื้อ และนายรอบ รอบแคว้น อาชีพขับรถกระบะรับจ้างทั่วไป ถูกคนร้ายหลอกว่าจ้างรถกระบะขนของไปที่ จ.ชุมพร แล้วทั้งสองคนหายตัวไปพร้อมรถ นอกจากนี้ยังมีคนขับรถกระบะรับจ้างอีกหลายรายซึ่งสูญหายไปในลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่ใกล้เคียงกันคือที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร
จากนั้น พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป.ลงพื้นที่ทำการสืบสวนถึงตำหนิรูปพรรณและพฤติกรรมของคนร้าย รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดตามร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากเหยื่อที่รอดชีวิตให้ข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุมีการชักชวนให้แวะจอดรถเพื่อพักซื้อเครื่องดื่มตามร้านสะดวกซื้อ ภายในปั้มน้ำมันระหว่างเส้นใกล้กับ อ.ชะอำ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต้องสงสัย พบคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับคนร้ายที่ก่อคดีฆ่านายสมศักดิ์ ศรีจำปา คนขับรถกระบะรับจ้าง เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณริมถนนเพชรเกษม หมู่ 7 ต.คอลงวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนพบภาพกล้องวงจรปิดยืนยันว่าคนร้ายขับขี่รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเทา ทะเบียน ตน 8513 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายไป  ยืนยันว่าคนร้ายรายนี้ คือ นายนิรุต หรือ จำลอง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในคดีฆ่านางยุพิน จอนเข็ม และชิงรถกระบะพร้อมทรัพย์สินมีค่าของผู้ตายไปโดยมีการบิดบังอำพรางศพ ด้วยการนำก้อนหินขนาดใหญ่ผูกเข้ากับศพโยนทิ้งน้ำ ในเขื่อนลำปาว อ.หนองกรุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เมื่อเดือนม.ค.54
ต่อมาสืบทราบว่าผู้ต้องหาพักอยู่ที่ห้องพักเลขที่ 7 ชั้น 2 อพาร์ทเม้นต์ไม่มีชื่อดังกล่าวจึงนำกำลังเข้าทำการจับกุม สอบสวนเบื้องต้นนายนิรุต รับสารภาพว่า มีอาชีพขับรถรับจ้างส่งผลไม้จากทั่วประเทศมาส่งยังตลาดไท ได้รู้จักกับแก๊งโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งจะมีออร์เดอร์ส่งให้ตนจัดหารถตามที่ลูกค้าต้องการ ตนจึงวางแผนสวมรอยเป็นลูกค้าติดต่อรถกระบะรับจ้างทั่วไปให้ไปขนของในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากมีความชำนาญในเส้นทาง เมื่อคนขับรถกระบะรับจ้างหลงเชื่อก็จะนัดให้มารับ ก่อนจะทำทีแวะวื้อเครื่องดื่มตามร้านสะดวกซื้อแล้วแอบผสมยาฆ่าแมลงให้คนขับกิน จนมีอาการมึนงง ก่อนจะเหยื่อไปทิ้ง แล้วนำรถกระบะไปขายให้แก๊งโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ราคาคันละ 5 หมื่น สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการเงิน แต่ไม่คิดว่าเหยื่อจะเสียชีวิต แต่คนขับบางรายดื่มกาแฟจนหมดแก้วจึงทำให้เสียชีวิต ซึ่งบางรายก็จำไม่ได้ว่านำไปทิ้งไว้จุดใดเพราะเป็นช่วงเวลากลางดึก
สำหรับเหยื่อที่ผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุนั้นมีทั้งหมด 9 คน เสียชีวิต 4 คน รอดมาได้ 3 คน ส่วนอีก 2 คนยังสูญหาย โดยคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดประกอบด้วย 1.คดีฆ่านางยุพิน จอนเข็ม อายุ 67 ปี ที่ จ.กาฬสินธุ์ ถูกออกหมายจับแล้ว 2.คดีชิงทรัพย์รถยนต์กระบะของนายมนตรี กาลาม เมื่อเดือนมี.ค.54  พื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งนายมนตรีรอดชีวิตมาได้ 3.คดีชิงทรัพย์รถกระบะโตโยต้า วีโก้ ของนายรอบ รอแคว้น โดยนำร่างนายรอบไปทิ้งไว้ในสวนปาล์ม ใกล้ป้อมตำรวจทางหลวง ถนนเส้นทางระหว่าง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวนายรอบ
4.คดีชิงทรัพย์รถกระบะของนายวัชระ สืบเชื้อ เมื่อต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แล้วนำตัวนายวัชระไปทิ้งไว้ข้างถนนเพชรเกษม บริเวณคอสะพานระหว่าง อ.หลังสวน และ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ขณะนี้ยังไม่พบร่างนายวัชระ 5.คดีชิงทรัพย์รถกระบะของนายเจริญ ดาราน้อย เมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยถูกวางยานอนหลับแต่นายเจริญรู้ตัวว่าถูกวางยาจึงไล่ผู้ต้องหาลงรถแล้วรีบขับรถออกไปทำให้รอดชีวิตมาได้
6.คดีชิงทรัพย์รถกระบะของนายไพฑูรย์ ปัตตาลาโพธิ์ เมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมาโดยวางยาฆ่าแมลงก่อนนำร่างนายไพฑูรย์ไปทิ้งไร่อ้อย อ.ชะอำ แต่โชคดีที่นายไพฑูรย์รอดชีวิตมาได้ 7.คดีชิงทรัพย์รถกระบะของนายจุลศิล สลางสิงห์ โดยวางยาฆ่าแมลงจนนายจุลศิลเสียชีวิตโดยพบศพในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร    8.คดีชิงทรัพย์รถกระบะนายจำนงค์ ศรีระชาติ โดยครั้งนี้ผู้ต้องหาพาภรรยาไปด้วย เมื่อวางยาแล้วนำตัวไปทิ้งไว้ใกล้แยกปฐมพร อ.เมือง จ.ชุมพร ส่วนคดีสุดท้าย คดีที่ 9 คือ คดีฆ่านายสมศักดิ์ ศรีจำปา ท้องที่ สภ.คลองวาฬที่มีการออกหมายจับไว้แล้ว
                   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังนายนิรุตถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมาและตำรวจนำตัวมาควบคุมไว้ที่ห้องขัง บก.ป.นั้น ผู้ต้องหาได้พยายามฆ่าตัวตายด้วยการนำสายไฟฟ้าจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลางที่เก็บไว้ห้องขังข้างๆมาผูกเข้ากับซี่ลูกกรงและแขวนคอตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายแต่สายไฟขาดทำให้ผู้ต้องหาหล่นลงมาหัวกระแทกพื้นแตกเล็กน้อย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรดูแลห้องขังได้ยินเสียงผิดสังเกตจึงรีบเข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ที่ทราบเรื่องดังกล่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกี่ยวกับอาถรรพ์ห้องขังกองปราบที่มีผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศซึ่งใส่เสื้อกร้ามสีแดงเคยผูกคอตายภายในห้องขัง และต่อมาก็มีผู้ต้องหาอีกรายหลายที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังแห่งนี้พยายามฆ่าตัวตายหรือถูกสิ่งเร้นลับรบกวน จากนั้นมาก็มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ปิดภาพสเก็ตช์มือปืนเหี้ยมยิงแสกหน้า "วิศวกร" ดับคาแท็กซี่


ตำรวจได้ภาพสเก็ตช์คนร้ายฆ่าหนุ่มวิศวกรดับคาแท็กซี่ เตรียมออกหมายจับทันที เผยสาเหตุสังหารปมขัดแย้งจีบสาวสถานบันเทิง
จากกรณีที่นายจิรโรจน์ รักวงษ์วาน อายุ 30 ปี ชาวสุพรรณบุรี วิศวกรของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) ถูกคนร้ายขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ตามประกบและลงมาจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยม จนเสียชีวิตภายในรถแท็กซี่ บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 เม.ย. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น. เดินทางมาที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อเข้าร่วมประชุมวางแนวทางการสืบสวนและหาตัวผู้ต้องหา พร้อม พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.อ.นิติพันธุ์ โรหิโตปการ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น.
ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เมื่อช่วงเช้าทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำพยาน พร้อมได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการสเก็ตภาพผู้ต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว หลังจากที่ได้ภาพก็จะทำการออกหมายจับทันที ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แบ่งงานกันทำ โดยมีตำรวจฝ่ายสืบสวน บช.น. และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง กระจายกำลังกันออกหาข้อมูล รวมทั้งหารถคันก่อเหตุ พร้อมผู้ต้องหา เบื้องต้นข้อมูลรถที่ใช้ก่อเหตุเป็นทะเบียนจริง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลอะไรได้มาก คาดว่าน่าจะได้ตัวคนร้ายในไม่ช้า
ด้าน พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า เบื้องต้นทราบที่อยู่ของผู้ก่อเหตุแล้ว น่าจะอยู่ย่านมีนบุรี ขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบส่วนเร่งค้นหาอยู่ พร้อมประสานกับตำรวจทางหลวง และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตามด่านผ่านแดนต่างๆ แล้วให้ช่วยสอดส่องรถที่มีลักษณะดังกล่าวแล้ว คาดว่าอีกไม่นานคงได้ตัวคนร้าย ส่วนสาเหตุนั้น น่าจะมาจากเรื่องแย่งกันจีบผู้หญิง หรือไม่ก็มีการกระทบกระทั่งกันในสถานบริการ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ตัดปมสังหารอื่นๆ ทิ้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพหน้าเจ้าของรถคันก่อเหตุไปให้พยานดู ซึ่งพยานยืนยันว่าไม่ใช่คนที่ลงมือยิงวิศวะหนุ่มดับคารถ โดยคาดว่าอาจเป็นเพื่อนของเจ้าของรถที่เป็นคนลงมือ สำหรับประวัติของนายจิรโรจน์ รักวงษ์วาน อายุ 30 ปี ทำงานเป็นเป็นวิศวกร บริษัทซีพี มหาชนจำกัด ประจำประเทศจีน จบปริญญาตรี คณะวิศวะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

จ่อออกหมายจับ 2โจ๋ทมิฬฆ่าอริงานสงกรานต์สีลม


กรณีแก๊งเด็กแว๊น ก่อเหตุยิงกันบริเวณหน้าอาคารรัจนาการ ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร จนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นาย วิษณุ วิไลแก้ว อายุ 16 ปี ถูกยิงเข้าหน้าอกซ้าย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่รพ.เซ็นหลุยส์ ในเวลาต่อมา ภายหลังจากการมีการเขม่นภายในงานสงกรานต์ที่ถนนสีลม เมื่อคืนวันที่ 14 เม.ย.และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการเรียกพยานเข้ามาสอบปากคำและได้สเก็ตภาพหน้าคนร้าย ขณะที่ พ.ต.ท.อัครวุฒิ ธานีรัตน์ รอง ผกก.ป. และตำรวจฝ่ายสืบสวน เร่งคลี่คลายคดีเพื่อตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ ( 17 เม.ย.) พ.ต.อ. ธนาทิศ วงศ์วัยรักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา  เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งสำนวน และหลักฐาน ให้กับทางศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อขออนุมัติออกหมายจับกุมแล้ว โดยเจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้าย ทั้ง 2 รายคือคนขับขี่จยย.ที่ใช้ในการก่อเหตุ กับคนที่ใช้อาวุธปืนกราดยิง จากการให้ประจักษ์พยาน 4 ปากชี้ภาพจริงจากผู้ต้องสงสัยที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการติดต่อจากทางญาติว่าผู้ต้องหาได้ติดต่อมาขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตร.แล้วแต่ขอเวลาอีกสักพัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 16.00 น. นายแจ๊ค ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 20 ปี หนึ่งในกลุ่มคนร้ายก่อเหตุได้เดินทางเข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายแจ๊คให้การว่า ในวันเกิดเหตุได้ขี่จยย.เดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนในกลุ่มประมาณ 20คน จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ตนและกลุ่มเพื่อนเล่นน้ำสงกรานต์กันนั้น หนึ่งในกลุ่มของผู้ตายได้เดินเข้ามากระชากเสื้อ และใช้มีดคัตเตอร์กรีดจนเกิดมีปากเสียง และยกพวกทำร้ายกัน
ตามแนวทางการสืบสวน ขณะนี้รู้ตัวคนร้ายแล้ว และได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามจับกุม แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปแล้วตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

โจรเมืองกรุงฆ่าเสี่ยชิงทอง13บาทดับ2ศพ


โจรกรุงโหดฆ่าเสี่ยร้านตัดสูท จับศรีษะกระแทกกระถางต้นไม้ตายชิงสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท อีกรายเสี่ยร้านเด่นข้าวมันไก่ถูกซุ่มยิงชิงทอง10บาทตายคาลานจอดรถวัดดัง
เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (18 เม.ย.) ร.ต.อ. ชนินทร ง่วนสน พงส.สน.ปทุมวัน  ได้รับแจ้งเหตุพบศพชายนอนเสียชีวิตอยู่หน้าหจก.ไทรอัมพ์ สปอร์ต  เลขที่ 66 ถนนพระราม 1  แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพ  ไปตรวจสอบพบศพนายศิริพงษ์  จิระพงศ์สกุล อายุ 68 ปี เจ้าของร้านตัดสูทชื่อเงาะ  เลขที่ 66 ติดกับสถานที่เกิดเหตุ สภาพศพมีบาดแตกเหนือคิ้วซ้าย     โดยพยานเห็นเหตุการณ์ระบุว่า คนร้ายเป็นชายกำลังทำร้ายนายศิริพงษ์ โดยจับศรีษะกระแทกกระถางต้นไม้  ก่อนชิงสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท  พร้อมพระเลี่ยมทองไป ตำรวจจะหาภาพวงจรปิด  ตามตัวคนร้ายต่อไป

อีกรายเมื่อเวลา 22.00 น. วันนี้ (17 เม.ย.)  ร.ต.อ.ธวัชชัย เดชอุปการ พงส. (สบ1) สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุชายถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดมัชฌันติการาม(วัดน้อย) ซอยวงศ์สว่าง11 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ  ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.จักร อ่อนนิ่ม ผกก.สน.ประชาชื่น แพทย์นิติเวช รพ.รามา พฐ. และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถภายในวัดเจ้าหน้าที่พบศพนายอุดมพร ไพงาม อายุ 35 ปี เจ้าของร้านเด่นข้าวมันไก่หน้าปากซอยวงศ์สว่าง11 ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะ 1 นัด นอนหงายเสียชีวิตสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีเทา กางเกงยีนต์มีกระเป๋าสีน้ำตาลสะพายคาดหน้าอก  ข้อมือซ้ายสวมนาฬิกา  ตรวจสอบโดยละเอียดพบสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาทมูลค่ากว่า 2 แสนบาทหายไป   ส่วนข้างรถกระบะเลขทะเบียน สว 8904 กรุงเทพมหานครพบพระเลี่ยมทองตกอยู่ใต้ท้องรถจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนายจิรานุวัฒน์ ยืนนาน อายุ 24 ปี ลูกจ้างร้านข้าวมันไก่ ให้การหน้าตาตื่นว่า ก่อนเกิดเหตุทุกวันตนและผู้ตายจะมาเปิดร้านขายข้าวมันไก่ตั้งแต่เช้าจนค่ำ ก่อนเก็บร้านประมาณ 20.00 น.ของทุกวัน  พอใกล้เก็บร้านเสร็จนายอุดมพรจะเดินไปที่รถที่ลานจอดภายในวัดเพื่อกลับมาล็อกกุญแจและเดินทางกลับบ้านพักที่ย่านอ.ลำลูกกาคลอง 3 จ.ปทุมธานี แต่ตนผิดสังเกตและเอะใจว่า ปกตินายอุดมพรจะเดินไปขับรถมาปิดร้านไม่เกิน 10 นาที แต่ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มาเสียที  จึงตัดสินใจปั่นจักรยานไปดู เมื่อไปถึงก็พบนายอุดมพรนอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์ของตนเอง  จึงรีบโทรไปแจ้งญาติและแฟนสาวผู้ตายก่อนโทรแจ้งตำรวจ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะมีคนร้ายสะกดรอยตามมาหรือดักซุ่มอยู่ที่เกิดเหตุ เพราะที่ลานจอดรถไม่มีใครเข้าออกนอกจากเจ้าของรถที่จอดไว้เท่านั้น ประกอบกับลานจอดรถมืด เชื่อว่าคนร้ายน่าจะทราบว่า ผู้ตายสวมใส่สร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะประสานร้านเกมใกล้ที่เกิดเหตุเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด และจะเรียกสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์หรืออยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ชนประสานงาหญิงท้อง 2 เดือนดับสยอง


ชนประสานงา รถกระบะหมุนพลิกควํ่า คนนั่งท้ายกระเด็นจากรถบาดเจ็บ 4 ราย ตาย 2 ศพ ชาย 1 พร้อมหญิงสาวตั้งท้อง 2 เดือนดับอนาถ
เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 18 เม.ย. ร.ต.อ.สมศักดิ์ แก้วทอง พงส.(สบ1) สน.โคกคราม รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณกลางสี่แยกเสนา ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
               
ที่เกิดเหตุอยู่กลางสี่แยกถนนประเสริฐมนูกิจฝั่งมุ่งหน้าไปแยกสี่แยกเกษตร พบรถแวน ซูซูกิ เอพีวี สีดำ ทะเบียน ญต 7683 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถบุบจนถึงห้องเครื่อง มีนายวีระวัฒน์ วงศ์วิฑูลวิช อายุ 37 ปี เจ้าของร้านทำป้ายโฆษณาแห่งหนึ่งย่านเสนานิคม เป็นผู้ขับได้รับบาดเจ็บที่สีข้างด้านซ้ายเป็นรอยช้ำ ใกล้กันนั้นพบศพนายอดิศักดิ์ อินมอญ อายุ 25 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นลายสก๊อตสีน้ำเงิน สภาพศพนอนหงายใบหน้าฉีกขาดตาซ้ายหลุดหายไปเห็นนื้อด้านในเป็นที่สยดสยอง
 
นอกจากนี้ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ 4 ประตู สีเทา-ดำ ทะเบียน  ศฮ 5527 กรุงเทพมหานคร สภาพรถหงายท้องล้อชี้ฟ้าหลังคาและตัวถังบุบรอบคัน ใต้ท้องรถพบศพนางสาวศศิธร ดีดวงพันธ์ อายุ 23 ปี ทำงานอยู่แผนกบีเทรน ร้านไนท์เทอร์นิตี้ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สภาพศพโดนทับครึ่งท่อนด้านล่าง มีกองเลือดกระจาย ทราบจากญาติว่าตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายสิทธิพล ศรีบ้าน ,นายนพณัฐ สุรังศิมันตุ์กุล ,นายวิสิฐ์พงศ์ ฉกามาพร และนายเบนท์ ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง นำส่งรพ.เปาโลเมมโมเรียลนวมินทร์ ทั้งนี้นายเสรีภาพ อินจีน อายุ 27 ปี คนขับรถกระบะคู่กรณ์ยืนรอให้การในที่เกิดเหตุ
 
สอบสวนนายวีระวัฒน์ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนกำลังออกจากบ้านที่ย่านเสนา 2 เพื่อเดินทางไปที่ออฟฟิศซึ่งเปิดเป็นร้านปริ้นท์ อินเจท ที่ย่านเสนา 1 ขณะที่ตนกำลังขับรถผ่านแยกดังกล่าว รถกระบะคู่กรณีซึ่งขับมุ่งหน้าไปทางแยกเกษตร แหกไฟแดงออกมาด้วยความเร็ว ทำให้ตนเบรกรถไม่ทัน จึงเกิดการชนประสานงาอย่างจัง ทำให้รถกระบะหมุนพลิกคว่ำทันที คนที่นั่งกระบะหลังกระเด็นตกลงมาจากรถทันที
 
ด้านนายเสรีภาพให้การว่าพวกตนไปกินเลี้ยงกันที่ร้านบิ๊ก แอปเปิ้ล ย่านเกษตร-นวมินทร์ ก่อนจะขับรถออกมา โดยมากันทั้งหมด 11 คน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ชนกับรถอีกฝ่ายอย่างแรงจนรถพลิกคว่ำ ทั้งนี้นายเสรีภาพยืนยันว่าไม่ได้ขับรถฝ่าไฟแดงแต่อย่างใด
 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตั้งข้อหาให้ฝ่ายใด โดยขอสอบปากคำคู่กรณีทุกฝ่าย อีกทั้งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

พลิกกรุงเทพฯไล่ล่ามือยิงวิศวกรหนุ่มคาแท็กซี่


จากกรณีที่นายจิรโรจน์ รักวงษ์วาน อายุ 30 ปี ชาวสุพรรณบุรี วิศวกรของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) ถูกคนร้ายขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ตามประกบและลงมาจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยม จนเสียชีวิตภายในรถแท็กซี่ บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่17 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. เปิดเผยว่า ขณะนี้พอจะรู้ตัวผู้ที่ก่อเหตุแล้ว แต่ขอเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการออกหมายจับ คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะรู้จักกับผู้ตายด้วย จากการสอบปากคำเพื่อนของผู้ตายและพยานแวดล้อมเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายทำงานเป็นวิศวกรควบคุมการก่อสร้างให้กับบริษัทซีพี ที่ประเทศจีน เพิ่งจะเดินทางกลับมาเที่ยวที่ประเทศไทยเมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มของผู้ตายได้เข้าไปในร้านข้าวต้มและมีการดื่มสุรากัน  จากนั้นผู้ตายได้ลุกไปนั่งโต๊ะคนอื่น แต่ระหว่างนั้นไม่ได้มีการทะเลาะวิวาทใด ๆ เกิดขึ้นในร้านเลย กระทั่งเพื่อนของผู้ตายชวนขึ้นรถแท็กซี่กลับ ต่อมาคนร้ายขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ทราบหมายเลขทะเบียนเพียง 3006 ยังไม่ทราบหมวดอักษรที่แน่ชัด เข้ามาประกบบีบแตรไล่ และปาดหน้ารถแท็กซี่ที่ผู้ตายนั่งอยู่กับเพื่อน จากนั้นลงมาจ่อยิงจนผู้ตายเสียชีวิต และเพื่อนของผู้ตายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว มีหมายจับเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจำนวน 2 หมาย แต่ตัวผู้ก่อเหตุไม่น่าจะมีหมายจับ อาจจะนำรถยนต์ของคนที่รู้จักกันมาขับ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคลและจากกล้องวงจรปิด และติดตามตัวเจ้าของรถยนต์มาทำการสอบปากคำเพื่อคลี่คลายคดีต่อไป
ด้านพ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่กลุ่มผู้ตายได้เดินทางไปเที่ยวจนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าก่อนที่จะมากินข้าวต้มที่ย่านรัชดา ได้ไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อน ๆ และรุ่นน้องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ย่านเกษตรนวมินทร์ เนื่องจากมีตราปั๊มของชื่อร้านที่แขนด้านซ้าย จากนั้นเวลาตี 3 พากันมาเที่ยวที่สถานบันเทิงฮอลลีวู้ด แต่ร้านปิดจึงไปนั่งกินข้าวต้ม โดยที่ทั้งหมดมีอาการเมาสุรามากพอสมควร
พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวอีกว่า จากนั้นผู้ตายกับเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บหายจากโต๊ะไป โดยที่เพื่อน ๆ ไม่มีใครรู้เพราะต่างเมาสุราด้วยกัน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ตายกับเพื่อนได้เรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน โดยมีรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว จอดรออยู่ริมถนน เมื่อรถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกไป คนร้ายขับตามและบีบแตรไล่พยายามจะให้จอด คนขับแท็กซี่คิดว่าเป็นเพื่อนของผู้ตายขับตามมาจึงจอดรถ จากนั้นคนร้ายเปิดประตูด้านหลังพร้อมกับพูดสั้น ๆ ว่า “เดี๋ยวกูไปส่ง” จากนั้นใช้ปืนยิง 2 นัดถูกคนตายและเพื่อนดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะมีเรื่องกับคนร้ายมาก่อนที่จะมาร้านข้าวต้ม และตามมาดักยิง อย่างไรก็ตามจะเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources