วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555

ปิดคดีฆ่า-เผานิสิตม.เกษตร


วันนี้ (10เม.ย.)  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วยพ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนขันติ ผกก.สน.พหลโยธิน และพ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.บก.น.2 แถลงข่าวผลการจับกุมนายโต้ง (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี  ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าและเผาอำพรางคดีนายทศพร เลี้ยงใจ อายุ 19 ปี นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยของกลาง โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง ลำโพง และกล้องเว็บแคม 1 ชุด
พล.ต.ท.วินัย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่หอพักต้นมะยม ซอยงามวงศ์วาน 52 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. และพบศพของนายทศพร นิสิต คณะวิศวรกรรมศาสตร์ ม.เกษตร สภาพศพถูกไฟคลอกนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักเลขที่ 201 ซึ่งต่อมาหลังจากการชันสูตรศพพบว่าผู้ตายถูกทุบด้วยของแข็งที่ศีรษะและถูกแทงที่ลำคอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงเร่งหาเบาะแสของคนร้าย โดยจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดภายในซอยดังกล่าวพบนายประสิทธิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายเดินออกมาจากซอยในเวลาที่ไล่เลี่ยกันหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ กระทั่งต่อมาผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นคนลงมือทำ แต่เมื่อถูกซักถามเป็นเวลานานหลายชั่วโมงก็ยอมรับสารภาพ
จากการสอบสวนนายโต้ง ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่าผู้ตาย โดนวันเกิดเหตุได้มาหาผู้ตายที่ห้องพัก และเล่นพนันบอลออนไลน์ จากนั้นผู้ตายก็มาขอเล่นด้วย แต่ตนไม่ยอมให้เล่น ผู้ตายจึงทวงบุญคุณที่เคยให้ยืมเงินสมัยเรียน และยังด่าว่า ทำให้ไม่พอใจและชกผู้ตาย จากนั้นได้ใช้ก้อนอิฐทุบที่ศีรษะและใช้มีดแทงคอ พร้อมกับเผาศพของผู้ตายเพื่ออำพรางคดี ก่อนจะขโมยเอาโน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ และเงินสดของผู้ตาย ใส่กระเป๋าสะพายหลบหนีไป และนำไปขายที่ห้างพันธุ์ทิพย์ หลังเกิดเหตุไม่ได้ไปหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ยังเดินทางไปทำงานที่จ.นนทบุรี ตามปกติ ส่วนนายนัท ที่ตนอ้างว่าเป็นคนลงมือฆ่าผู้ตายนั้นไม่มีตัวตนจริง เพียงแต่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองพ้นความผิด ทั้งนี้ตนเป็นเพื่อนกับผู้ตายตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว และพอมาเรียนที่ม.เกษตร ได้สักพักก็ออกมา เพื่อจะไปเรียนที่เดียวกับแฟนสาว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา วางเพลิงฯทำลายศพเพื่อปิดบังสาเหตุในการตายและลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ซิวอดีตครูค้ากามชายรักชาย


วันนี้ ( 10 เม.ย.)  พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ธวัชชัย ธาระรูป ผกก.3 บก.ปคม.พร้อมกำลังจับกุมนายชัชวาลย์  ศิริขันธ์ หรือ อาจารย์อัท อายุ 64 ปี พร้อมของกลางเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้อบริการ 2,000 บาท  ได้ที่บ้านพักเลขที่ 117 หมู่ 11 ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร              
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.3 บก.ปคม.สืบทราบว่า นายชัชวาลย์ อดีตครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร มีพฤติกรรมลักลอบพาชายหนุ่มและเด็กชาย มาขายบริการทางเพศให้กับกลุ่มชายรักชาย ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงวางแผนเข้าล่อซื้อบริการดังกล่าวโดยติดต่อซื้อบริการทางเพศ นายเอก อายุ 17 ปี และนายเอส อายุ 15 ปี (ทั้งสองนามสมมติ) เป็นเงิน 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าตัวและค่าห้องพัก เมื่อนายชัชวาลย์ รับเงินไว้เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม นอกจากนี้ในระหว่างการจับกุม ยังมี นายหนึ่ง อายุ 16 ปี นายเก้า อายุ 15 ปี และ ด.ช.โอ อายุ 14 ปี (ทั้งหมดนามสมมติ) เดินทางมาที่บ้านพักของนายชัชวาลย์ เพื่อขายบริการทางเพศอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ โดยชายหนุ่มทั้งหมดเจ้าหน้าที่นำส่งบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สกลนคร               
สอบสวนนายชัชวาลย์ ให้การว่า เคยอดีตครูโรงเรียนประถมในพื้นที่ จ.สกลนคร แต่ได้ลาออกมาตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากตนมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ เกรงว่าหากยังสอนหนังสือต่อไปจะทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยหลังจากลาออกมาแล้ว จึงมีเวลาว่างมากขึ้นประกอบกับมีเพื่อนๆ ที่มีรสนิยมทางเพศเหมือนกันมาเที่ยวกับตนบ่อยครั้ง โดยระหว่างนั้นก็มีเด็กชายที่อาศัยอยู่ในละแวกบ้านพักมาหาตนอยู่เสมอ ต่อมาพวกเพื่อนๆ ตนกับชายหนุ่มที่มาจึงรู้จักกันและมีการตกลงซื้อขายบริการทางเพศกันเอง ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ติดต่อ แต่เป็นการยินยอมด้วยกันทั้งสองฝ่าย ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้รับเงินค่านายหน้า มีเพียงบางรายที่ช่วยเหลือให้เงินเป็นค่าน้ำค่าไฟกับตน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับนายชัชวาลย์ ตามความผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และข้อหาเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชาย แม้ผู้นั้นจะยินยอม โดยกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี และบุคคลอายุกว่า 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคม.รับไว้ดำเนินคดีต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

บช.น.คุมเข้มสงกรานต์โชว์เต้า


วันนี้ (10 เม.ย.)  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยถึงมาตรการการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ทางตำรวจได้มีมาตรการในการป้องกันด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งได้มีการประชุมสั่งการไปแล้ว โดยให้ทุกท้องที่ที่มีการจัดงานจัดกำลังเข้าไปดูแล รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ส่วนในเรื่องการข่าวและการป้องกันเหตุร้ายได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงออกสืบสวนหาข่าว ขณะนี้ยังไม่พบว่าจะมีการก่อเหตุรุนแรงใดๆ ทางบช.น.เชื่อว่าจะสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยและให้ความสะดวกในด้านการจราจรแก่ผู้ที่ออกมาเล่นน้ำในช่วงสงกรานต์ได้
เมื่อถามถึงการตั้งจุดตรวจในแต่ละพื้นที่ พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งด่านตรวจทุกคืนอยู่แล้ว เพื่อเป็นการป้องกันเหตุและยังมีรถวิทยุสายตรวจของบช.น. ออกตรวจตราในจุดที่คาดว่าน่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยง เช่นถนนข้าวสาร และถนนสีลม นอกจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่คอยตักเตือนกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ออกมาเล่นน้ำ ไม่ให้ประพฤติตัวไม่เหมาะสมเช่นการโชว์อนาจารเหมือนที่ผ่านมา

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ดีเอสไอจ่อเค้นขรก.3 รพ.คายข้อมูลแก๊งยาเสพติด


วันนี้ ( 10 เม.ย.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายสรรเสริญ  ปาลวัฒน์วิไชย  รองอธิบดีดีเอสไอ  เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ 8 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีลักลอบนำยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีนออกจากระบบเพื่อนำไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดว่า  ที่ประชุมได้หารือเพื่อหาแนวทางดำเนินทางกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางเดียวกัน เนื่องจากคดีดังกล่าวมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เบื้องต้นได้ข้อสรุปสำนวนคดีบางส่วนที่พบว่ามีความชัดเจนในการกระทำความผิด 3 โรงพยาบาล ประกอบด้วย รพ.ศูนย์อุดรธานี จ.อุดรธานี รพ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ และรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถดำเนินคดีได้ทันที โดยเบื้องต้นจะเรียกผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดที่ถูกกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ตั้งกรรมการลงโทษทางวินัยแล้วมาสอบข้อมูลเพิ่มเติม หากพบว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ยา และพ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม
นายสรรเสริญ  กล่าวอีกว่า  ขณะนี้ยังพบข้อมูลความผิดปกติของอีกหลายรพ. ซึ่งมีทั้งรพ.รัฐ เอกชน และคลินิก ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดตามกฎหมายต่อไป  โดยสถานพยาบาลที่เข้าข่ายถูกดำเนินคดียาเสพติดจะต้องครอบครองซูโดอีเฟดรีนตั้งแต่ 80-100 เม็ดขึ้นไป ในส่วนรพ.ศูนย์อุดรฯค่อนข้างชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการผลิตยาเสพติด เนื่องจากพบล็อตนัมเบอร์ยาแก้หวัดจากรพ.ศูนย์อุดรฯปรากฏในการจับกุมยาแก้หวัดล็อตใหญ่ที่ อ. สันกำแพง จ.เชียงใหม่  แต่จะสอบสวนจนได้หลักฐานที่แน่นหนาก่อนจึงจะแจ้งข้อหาในคดียาเสพติด”นายสรรเสริญ กล่าว
ด้านนายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางเข้าพบกับร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี  เพื่อรายงานความคืบหน้าการสอบสวนคดีดังกล่าว  ซึ่งขณะนี้พบความเชื่อมโยงระหว่างรพ.ต่าง ๆ แล้ว แต่ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกต่อไป
อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้กลุ่มประชาชนปฏิวัติองค์กรอิสระทุจริตเงินแผ่นดิน นำโดยนายนพพล  อภินันท์  เดินทางเข้าพบอธิบดีดีเอสไอ เพื่อเร่งรัดให้มีการตรวจสอบคดีกล่าว  เนื่องจากถือเป็นความเสียหายต่อประชาชนโดยตรง  รวมถึงมีความกังวลกรณีที่มีผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปเกี่ยวข้องในการได้รับผลประโยชน์จากขบวนการดังกล่าว

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

นักท่องเที่ยวอเมริกันเครียดดิ่งตึกหรูกลางเมืองเชียงใหม่



นักท่องเที่ยวอเมริกัน เครียดจัดดิ่งตึกหรูกลางเมืองเชียงใหม่ ดับอนาถ
วันน้ี้  (10 เม.ย. ) 55 พ.ต.ท.สินธร แก้วนันท์ สารวัตรเวรสภ.ช้างเผือก ได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติกระโดดตึกเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณวิวดอยแมนชัน เลขที่ 36 ถ.มรกต ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังจากได้รับแจ้งจึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาพร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพบศพชายชาวต่างชาติต่อมาทราบชื่อคือ นายดั๊กลาส สมิธ อายุ 43 ปี นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณลานจอดรถของแมนชั่น ในสภาพไม่สวมเสื้อผ้า มีบาดแผลบริเวณกระโหลกศรีษะ มีเลือดและสมองไหลออกมา เป็นที่น่าสยดสยองแก่ผู้พบเห็น โดยมีสาวประเภทสองซึ่งเป็นแฟนของผู้ตาย นั่งร้องไห้อยู่ใกล้ๆกับศพ
จากการสอบสวน นาย นุ้ย สาวประเภทสองซึ่งคบหาเป็นแฟนกับผู้ตายให้การว่า ผู้ตายได้พักอยูในประเทศไทยนานกว่า 1 ปีแล้ว โดยได้ซื้อห้อง 606 ในคอนโดแห่งนี้ไว้ ตนกับผู้ตายได้ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง โดยตนได้มาอยู่อาศัยกับนาย ดั๊กลาส 2 วันก่อนหน้านี้ และได้สังเกตเห็นว่านาย ดั๊กลาสมีอาการเครียด และมักบ่นให้ตนฟังว่านอนไม่หลับ เนื่องจากมีคนจะมาทำร้าย โดยในวันเกิดเหตุนั้น ตนได้พานายดั๊กลาส ไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาลมหาราช ซึ่งแพทย์คาดว่านาย ดั๊กลาส มีความเครียดส่วนตัว ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุนั้น ตนเห็นผู้ตายยืนเปลือยกายอยู่บริเวณระเบียงก่อนจะกระโดดลงมาจากระเบียงดิ่งลงสู่พื้น
ในเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสภาพภายในห้องอย่างละเอียด เพื่อหาหลักฐาน จากนั้นจะส่งศพไปยังแผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชเพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างแน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง
พ.ต.ท.สามารถ บุญตันสา รองผกก.สส.สภ.ช้างเผือก เปิดเผยว่าเบื้องต้นก็มีพยานเห็นเหตุการณ์หลายคนว่าผู้ตายออกมายืนอยู่นอกระเบียงและทำท่าจะกระโดดก่อนจะกระโดดลงมาคดีนี้คงไม่ใช่ฆาตกรรม ซึ่งต้องสอบสวนปากคำพยานให้แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนผู้ตายตายเบื้องต้นทราบว่าประกอบธุรกิจอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งจะได้แจ้งให้สถานกงศุลติดต่อญาติมารับศพไปภายหลัง

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ป.ป.ง.ยึดทรัพย์แก๊งยาเสพติดฟอกเงินป่วนใต้


วันนี้ (10เม.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการป.ป.ง.แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 4/2555 ว่า คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ 1 .มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดจำนวน 27 คดี โดยมีคดีที่เกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ จำนวน 2 คดี เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลในการค้าน้ำมันเถื่อนและขนของหนีภาษี และมีการร่วมลงทุนในธุรกิจร้านทองและร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราโดยไม่ได้รับอนุญาตบังหน้า ซึ่งถือว่ามีพฤติการณ์ในการฟอกเงินให้กับเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญมีการทำธุรกรรมทางการเงินและทรัพย์สินที่สลับซับซ้อน มีกระแสเงินหมุนเวียนรวมเป็นเงินกว่า 40 ล้านบาท ในช่วงเวลาเพียง 6 เดือน และมีกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง และ 2.มีมติให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติด และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 8 คดี ซึ่งประกอบด้วยเงินสด เงินในบัญชีธนาคาร รถยนต์ ทองรูปพรรณ รถจักรยานยนต์ รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ผีพนันโหดกระหน่ำแทงเซียนสนุ๊ก



ผีพนันโหดรุมกระหน่ำแทงเซียนสนุ๊ก เหตุไม่พอใจเสียพนันจำนวนมาก ตำรวจเร่งติดตามหาคนร้าย
วันนี้ ( 11 เม.ย.)  เมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.ท.เมธัส อยุ่คุ้ม พงส.สบ.1สน.ท่าข้าม รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตบริเวณหน้าอาร์เอ็ม แมนชั่น เลขที่ 32/14 ซอยพระรามสอง 50 ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.นิพนธ์ ฤกษ์นิยม รองผกก.สส. เจ้าหน้าที่ตร.ฝ่ายสืบสวน แพทย์ รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

  ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณกลางถนนหน้าอาร์เอ็ม แมนชั่น เจ้าหน้าที่พบศพ นายประจักร์ ประดิษฐพงษ์ อายุ 36 ปีอาชีพขับรถส่งขนมจีน  ที่อยู่ 14 หมู่ 9 ต.เนินแจง อ.เมือง จ.อุทัยธานี  สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีดำ กางกางขายาวสีเขียวนอนจมกองเลือด จากการตรวจสอบตามร่างกายเจ้าหน้าที่พบถูกแทงด้วยของมีคมที่บริเวณราวนมและบริเวณชายโครง
 
จากการสอบสวน นายนพรัตน์ ฉลูรัตน์ อายุ 28 ปี พยานในที่เกิดเหตุ ให้การว่า  ก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตายได้เดินทางมาเล่นสนุ๊กเกอร์ที่ร้านไม่มีชื่อ ตรงข้ามกับที่เกิดเหตุ ซึ่งระหว่างที่เล่นอยู่นั้นก็ได้มีกลุ่มคนร้ายเป็นชายฉกรรจน์ 3 คนได้เข้ามาในร้านและเล่นอยู่อีกโต๊ะใกล้กัน จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็ได้ชักชวนนายประจักษ์ ไปเล่นสนุ๊กเกอร์ที่โต๊ะด้วย และก็ได้มีการเดิมพันกัน ซึ่งกลุ่มคนร้ายได้เสียพนันเป็นจำนวนมากจนเกิดมีปากเสียงกัน ต่อมาผู้ตายเดินออกมาจากร้านก็ได้มีปากเสียงกันอีกครั้ง จนกระทั่งถูกคนร้ายแทงเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
 
ทางด้านพ.ต.ท.นิพนธ์ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ตายกับกลุ่มคนร้ายน่าจะรู้จักกันผ่านการเล่นสนุ๊กเกอร์ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาทั้งสองได้มีการชักชวนกันเล่นเดิมพัน  จนกระทั่งเกิดมีการทะเลาะวิวาท ซึ่งจากการสอบพยานแวดล้อมเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นคนละแวกที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบภาพวงจรปิดที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ พร้อมกับสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ติดตามหาคนร้ายรายนี้มาดำเนินดำเนินคดีต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

จับหนุ่มลวงเด็ก11ขวบไปฆ่าระบายแค้น



จับสองหนุ่มใช้อีโต้กระหน่ำฟันเด็กชายอายุ 11ขวบดับ สารภาพสุดแค้นถูกผู้ตายเหยียบมือไม่ยอมขอโทษ จึงลวงไปฆ่าทิ้ง
วันนี้ (10 เม.ย.)  ที่ห้องประชุม สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมืองนครราชสีมา พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.กรกต สาริยา รอง ผบช.ภาค 3 พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา  ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคนร้ายก่อเหตุใช้มีดอีโต้ฟันเด็กชายอายุ 11 ขวบดับสยอง ได้ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายสถาพร หรือโก้ วิสันเทียะ อายุ 20 ปี มือมีด และนายธวัชชัย หรือช้าง แช่มพรมราช อายุ 27 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุ พร้อมของกลางมีดอีโต้ยาว 2.5 ฟุต 1 เล่ม และเชือกไนล่อน

พล.ต.ท.ภาณุ  กล่าวว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 9 เม.ย. ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง รับแจ้งพบศพด.ช.สหภาพ หรือม่อน ร่มแสง อายุ 11 ปี ถูกทิ้งไว้ริมคลองส่งน้ำ ซอยข้างปฐพีทอง บ้านคนชุม หมู่ 1 ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองนครราชสีมา ในสภาพมีบาดแผลถูกฟันบริเวณศีรษะ ใบหน้า และแขนจนเหวอะหวะ มีเชือกไนล่อนมัดที่ลำคอ หลังสืบสวนสอบสวนแล้วทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เป็นคนลงมือก่อเหตุ จึงไปติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ผู้ต้องหามีอาชีพรับซื้อของเก่า ก่อนเกิดเหตุได้ร่วมวงดื่มเหล้ากันกับพวกอีก2-3คน  ระหว่างนั้น ด.ช.สหภาพ ซึ่งตามบิดามาร่วมวงด้วย ได้บังเอิญเดินไปเหยียบมือนายสถาพร แต่ไม่ยอมขอโทษแถมยังพูดจาไม่เข้าหู  ด้วยความแค้นจึงออกอุบายชักชวนผู้ตายนั่งรถ จยย.พ่วงข้าง ไปเที่ยวต่อ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ด.ช.สหภาพ ยังพูดจายั่วโมโห นายสถาพรจึงใช้มีดอีโต้ที่พกมาในรถฟันเข้าที่ท้ายทอย 1 ครั้ง จนล้มฟุบคารถ ก่อนจะกระหน่ำฟันซ้ำแล้วใช้เชือกไนล่อนผูกคอผู้ตาย ก่อนช่วยกันกับนายธวัชชัยลากศพไปทิ้งในคลองส่งน้ำ แต่ลากไปไม่ไหว จนต้องแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งถูกตำรวจตามจับกุมตัวในที่สุด 

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

บุกเดี่ยวชิงเงินเกือบ8แสนแบงก์รวงข้าว



20 วินาทีคนร้ายบุกเดี่ยวควงปืนชิงเงินเกือบ 8 แสน แบงก์กสิกรไทย สาขานิคมฯลาดกระบัง หลบหนีลอยนวล
วันนี้ (10 เม.ย. ) พ.ต.ท.ทองอยู่ เงินสุข พงส. (สบ3) สน.ฉลองกรุง  ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ภายในธนาคารกสิกรไทย สาขานิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ตั้งอยู่เลขที่ 40 อาคารสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม.  ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.3 พ.ต.อ.ลาภ ศรีสำอาง ผกก.สน.ฉลองกรุง พ.ต.ท.ประเสริฐ รัตนรุ่งโรจน์ สว.สส.  และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสำนักงานสูง 5 ชั้น บริเวณชั้น 1 ด้านหน้าอาคาร ตรงประตูทางเข้าพบตู้รับบัตรคิวล้มที่พื้น ภายในพบนายธนกฤต จำปาลี อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่ประจำธนาคารหน้าเคาน์เตอร์ อยู่ในอาการตกใจ  กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ขณะที่ตนกำลังปฎิบัติหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ช่องที่ 2 มีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงพักเที่ยง ระหว่างนั้นมีคนร้าย 1 คน สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีดำ ใส่ถุงมือสีขาว สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ กางเกงขายาวสีดำ เปิดประตูเข้ามา โดยมือขวาของคนร้ายถืออาวุธปืนสีเงินไม่ทราบขนาด มือซ้ายถือกระเป๋าสีดำ จากนั้นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขึ้นเพดานทันที 1 นัด แล้วเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์ 2 พร้อมวางกระเป๋าบนเคาน์เตอร์และเอาปืนส่ายไปมา ก่อนกวาดเงินสดในตะกร้าสีน้ำตาลซึ่งวางอยู่บนโต๊ะจำนวน 732,000 บาท ใส่กระเป๋า แล้ววิ่งหลบหนีไปขึ้นรถจยย. ยี่ห้อยามาฮ่า  มีโอ่ สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้านทะเบียน ขับย้อนศรมุ่งหน้าไปทางนิคมอุตสาหกรรม  โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียง 20 วินาทีเท่านั้น ทั้งนี้ธนาคารเปิดทำการได้เพียง 2 ปี ไม่มีรปภ.และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำธนาคาร มีเพียงรปภ.ที่ดูแลอาคารประจำอยู่ด้านนอกเท่านั้น เมื่อเกิดเหตุจึงไม่สามารถเข้าไประงับเหตุได้ทันที อีกทั้งธนาคารเพิ่งเปิดทำการวันแรกหลักจากหยุดยาว 4 วัน จึงทำการเบิกเงินสดสำรองไว้ให้บริการลูกค้าจำนวนมาก
พล.ต.ท.วินัย  เปิดเผยว่า  ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งหาภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย นอกจากนี้จะได้ประชุมชุดสืบสวนเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ยิงร่างทรงพระแม่อุมาเทวีดับคาบ้าน


มือปืนทมิฬบุกยิงสาวใหญ่ร่างทรงเจ้าแม่อุมาเทวีดับคาบ้าน ตร.คาดปมทำไสยศาสตร์เป็นชนวนสังหาร
วันนี้ (10เม.ย.)  พ.ต.ท.วัชระชัย  พันทอง  พงส.( สบ2  ) สน.บางชัน รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่  63/1529  หมู่บ้านเคหะธานี 4  ถนนราษฎ์พัฒนา แขวงและเขตสะพานสูง  ไปตรวจสอบพร้อม  พล.ต.ต.พิสิษฐ์ พิสุทธิศักดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ชาญ   วิมลศรี  ผบก.น. 4  แพทย์ รพ.ตำรวจ  เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง  ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 1 ชั้น ปลูกในเนื้อที่  50  ตารางวา  บริเวณพื้นกลางห้องโถงของบ้านพบศพนางยุพดี  สุดทำ   อายุ  58  ปี  ร่างทรงพระแม่อุมาเทวีถูกยิงที่บริเวณท้ายทอย 5 นัด บริเวณที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนขนาด 9  มม.ตกอยู่  1 หัว เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายนันทิชา วิรัชชนม์  อายุ 63 ปี สามีผู้ตาย  เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายนั่งเย็บผ้าอยู่บนจักร  ส่วนตนกำลังฉาบปูนซ่อมแซมกำแพงอยู่ที่รั้วหน้าบ้าน ระหว่างนั้นมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเทียน ขับเลยบ้านไปเล็กน้อย ก่อนเลี้ยวกลับมาจอดหน้าบ้าน หลังจากนั้นชายคนที่ซ้อนท้าย สูงประมาณ  160  ซ.ม. สวมกางเกงสีกรมท่า เสื้อเชิ้ตลายสก็อต  ไว้หนวดเคราได้ลงจากรถเดินเข้ามากระหน่ำยิงผู้ตายถึงในบ้าน ก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถหลบหนีไป
พล.ต.ต.พิสิษฐ์  กล่าวว่า  สาเหตุที่คนร้ายลงมือก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเกี่ยวกับอาชีพของผู้ตายที่เป็นร่างทรง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่น ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้สายตรวจออกติดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี รวมถึงให้ตรวจสอบประวัติผู้ที่มาให้ผู้ตายดูดวงหรือทำพิธีให้ด้วย

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

เสื้อแดงรำลึกทหารสลายการชุมนุม



กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมรำลึกวันทหารสลายการชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บ ล้มตายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
วันนี้ (10เม.ย.)  นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด อาสาสมัครพยาบาลที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี2553 พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 200 คน รวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร เพื่อรวมรำลึกถึงผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553
นางพะเยาว์  กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของครอบครัววีรชน กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ครบรอบ 2 ปีที่เสียชีวิต ไม่มีครอบครัวผู้เสียชีวิตใดที่จะลืมวันนี้ได้ ถึงแม้ว่านักการเมืองบางคนจะออกมาบอกว่าให้ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประเทศได้เดินหน้าต่อไป ซึ่งจริงแล้วเวลานี้ประเทศชาติก็กำลังเดินหน้าอยู่ ภายใต้ผู้นำคือนายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้นในวันนี้ทางครอบครัวของผู้สูญเสียจึงอยากจะขอรำลึกถึงวีรชนที่ได้จากไป
สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ทางผู้ชุมนุมได้มีการจุดเทียนที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและบริเวณสี่แยกคอกวัว ก่อนจะเดินทางไปร่วมชุมนุมกันต่อที่ด้านหน้ารัฐสภา
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources