วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

ไอ้เณรคลั่งกราดยิงผู้บังคับบัญชาดับ1เจ็บ3

วันที่ 5 มี.ค.  เวลา 07.45 น. พ.ต.ท.มุสตอพา มะนิ รอง ผกก.สส.สภ.กาบัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารร้อย ร.1513 ฉก.ยะลา 14 ว่า มีพลทหารเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนสงคราม M.16 ยิงทหารเสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ภายในฐานปฏิบัติการร้อย ร.1513 ฉก.ยะลา 14 ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านลาเต๊าะ ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางเข้าที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผกก.สภ.กาบัง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวอยู่ภายในฐานปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ พบศพ ส.อ.วิเชียร พริกสี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ภายในฐาน สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม M.16 เข้าที่บริเวณลำตัว นอกจากนั้นยังทราบว่ามีทหารได้รับบาดเจ็บอีก 3 นาย ถูกส่งนำตัวส่ง โรงพยาบาลกาบัง ทราบชื่อ คือ ส.อ.วชิระ บุญล้ำ สอ.สานนท์ หมวดทิพย์ อาการสาหัส และ จ.ส.อ.วิกรณ์ ชุมชาติ บาดเจ็บเล็กน้อย ล่าสุดทหารทั้ง 3 นาย แพทย์ต้องทยอยนำส่งไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ซึ่งภายหลังเกิดเหตุสามารถควบคุมผู้ก่อเหตุได้คือ พลทหารบัญชา รักแหลมแค อายุ 22 ปี พร้อมอาวุธปืนสงคราม M.16 ประจำกาย โดยพลทหารบัญชา อยู่ในสภาพหวาดระแวง ไม่มีสติ คล้ายคนเมายาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปสงบสติ ที่ สภ.กาบัง และ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำตัวพลทหารบัญชา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนทราบว่าในเบื้องต้น พลทหารบัญชา ให้การรับสารภาพว่า ติดยาบ้ามาก่อนที่จะเข้ามาเป็นทหาร และ แอบเสพยาบ้าอยู่เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุซึ่งได้เดินทางมาประจำการที่ฐานปฏิบัติการดังกล่าว และ เกิดอาการอยากเสพยามาก แต่เนื่องจากความเข้มงวดของทหาร ฉก.ยะลา 14 ที่เข้มงวดในเรื่องของยาเสพติด ทำให้ไม่สามารถหาซื้อยาบ้ามาเสพได้ จึงเกิดอาการคลุ้มคลั่งและก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาดังกล่าว.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

รถทัวร์คว่ำนศ.สาวม.ดังดับสยอง2ศพเจ็บระนาว

วันนี้ (5 มี.ค.) เวลา 18 .15 น. ร.ต.อ.สุดใจ กงทอง สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์นำเที่ยวพลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บนสะพานข้ามลำน้ำพองถนนมิตรภาพ อ.น้ำพอง จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์นำเที่ยวของบริษัท วิทวัสเรืองศิริกุล จำกัด หมายเลขทะเบียน 30-0267 ขอนแก่น สภาพพลิกคว่ำตะแคงขวา ขวางสะพานส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 37 รายถูกนำส่งโรงพยาบาลน้ำพอง ในจำนวนนี้มี 2 ราย เสียชีวิตระหว่างทาง ทราบชื่อ น.ส.กาสะลอง มหาวัลย์ อายุ 24 ปี และ น.ส.ทัศนีย์ รองรัตน์ ทั้งคู่เป็นนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามจำนวน 55 คน กลับจากการปัจฉิมนิเทศที่ จ.หนองคาย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวโชเฟอร์มาดำเนินคดีต่อไป.

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ผงะ3ขวบดูดนมศพแม่สุดเวทนาไร้เดียงสา

วันที่ 5 มี.ค. ร.ต.อ.ธงชัย ตอพิมาย ร้อยเวร สภ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุคนเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 11 บ้านขามเสม็ดน้อย ต.ไทยสามัคคี จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุภายในกระท่อมพบศพนางเดือน มันสลาย อายุ 33 ปี สภาพนอนหงายอยู่บนแคร่ และจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย รวมทั้งไม่มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด

จากการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางเดือน อยู่ที่กระท่อมกับลูกชายวัย 3 ขวบ และ 1 ขวบ รวม 3 คน ส่วนสามีและแม่สามีไปรับจ้างตัดอ้อย โดยนางเดือนได้ไปซื้อเหล้าขาวมาดื่มและได้นอนให้นมลูกชายวัย 3 ขวบไปด้วย จนกระทั่งมีชาวบ้านเดินผ่านมาเห็นนางเดือนนอนตัวแข็งทื่อเสียชีวิตในสภาพที่ลูกชายยังนอนดูดนมอยู่ สร้างความสลดหดหู่ต่อผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นางเดือน อาจเกิดอาจเกิดอาการช็อก เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัด ประกอบกับผู้ตายดื่มสุราด้วย จึงอาจทำให้เกิดหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะส่งศพนางเดือนให้แพทย์ชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

"ปู"แฮปปี้ สนามบินดอนเมืองคืนชีพ

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่5 มี.ค. ที่สนามบินดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเปิดสนามบินดอนเมือง ซึ่งกลับมาให้บริการเชิงพาณิชย์อีกครั้งอย่างเป็นทางการ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวระหว่างการเปิดสนามบินว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สนามบินดอนเมืองได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ซึ่ง บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูและกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยลดความแออัดสนามบินสุวรรณภูมิ และอยากให้ทอท. ทำให้สนามบินดอนเมืองอยู่ในใจของคนไทยและชาวต่างชาติต่อไป
ด้านนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้สนามบินดอนเมืองมีความพร้อมในการกลับมาให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว และได้ร่วมกับกองทัพอากาศ (ทอ.) ในการดำเนินการแผนป้องกันน้ำท่วม บริเวณสนามบินดอนเมือง โดยมีทั้งแผนเผชิญเหตุ ฉุกเฉิน และแผนถาวร โดยแผนถาวรคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค.นี้ โดย ทอท.จะสร้างแนวคันกั้นน้ำแบบคอนกรีตเสริมเหล็กแบบถาวร ป้องกันน้ำทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของสนามบิน โดยฝั่งกองทัพอากาศจะสร้างคันคอนกรีตยาว 6 กิโลเมตร ส่วนฝั่งตะวันตกของสนามบินจะสร้างคันคอนกรีตยาว 7.3 กิโลเมตร รวมทั้งสิ้น 13.3 กิโลเมตร โดยคันดังกล่าวจะเป็นคันกั้นน้ำแบบระยะยาว
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ ทอท. พิจารณาให้มีสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์ มาใช้สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อบรรเทาความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานจากทอท.ว่า สายการบินโอเรียนท์ไทยได้แสดงความสนใจ ที่จะเข้ามาทำการบินที่สนามบินดอนเมืองแล้ว โดยคาดว่าเร็วๆ นี้จะกลับมาเปิดให้บริการที่สนามบินดอนเมืองได้ ส่วนสายการบินอื่นๆ หากสนใจที่จะเข้ามาทำการบินสนามบินดอนเมืองนั้น ขณะนี้ได้รับการรายงาจากทอท.ว่า ได้มีสายการบินโลว์คอสต์สายอื่นๆ ติดต่อเข้ามา เพื่อทำการบินที่สนามบินดอนเมืองบ้างแล้ว
ส่วนว่าที่เรืออากาศโท อนิรุทธิ์ ถนอมกุลบุตร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ในการฟื้นฟูสนามบินดอนเมือง ทอท.ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล 392 ล้านบาท และงบประมาณของ ทอท.อีก 1,231 ล้านบาท และ ทอท.ยังให้ความสำคัญต่อการดำเนินการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมของท่าอากาศยาน โดยทำการอบฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นตามมาตรฐานสากลที่ไม่มีสารพิษตกค้าง สำหรับการตรวจด้านสุขาภิบาลนั้นยังมีหน่วยงานอื่นๆ ได้แก่ กรมอนามัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมให้คำแนะนำเข้ามาร่วมตรวจสอบอีกด้วย
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ กล่าวว่า นกแอร์มีความพร้อมในการเปิดให้บริการที่สนามบินดอนเมืองตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.เป็นต้นไป โดยจะเริ่มบินเที่ยวแรกเวลา 06.00 น. โดยนกแอร์จะไม่ทำการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว และได้จัดรถชัทเตอร์บัสจากสนามบินสุวรรณภูมิมายังสนามบินดอนเมืองทุกครึ่งชั่วโมง เพื่อแก้ปัญหาผู้โดยสารที่อาจไม่ได้รับข้อมูล ไปใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะให้บริการประมาณ 1 เดือน ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าสนามบินดอนเมืองจะไม่ถูกสุขอนามัย เนื่องจากยังไม่ผ่านการตรวจด้านอนามัย อาจมีเชื้อโรคจนเป็นอันตรายกับผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการนั้น เรื่องนี้นกแอร์ไม่มีความกังกล เนื่องจากน้ำไม่ได้ท่วมถึงตัวอาคารด้านใน จึงเชื่อว่า ในตัวอาคารไม่มีปัญหาความชื้นและมีเชื้อโรค.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

"เดลินิวส์"เจ๋งคว้ารางวัลชนะเลิศภาพถ่าย"รื้อบิ๊กแบ็ก"



วันที่ 5 มี.ค.ที่ห้องวอเตอร์เกท บอลรูม ชั้น 6 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการตัดสินรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภท “ข่าวยอดเยี่ยม” ได้ลงมติเลือกผลงานข่าว 6 ข่าว ที่ส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประจำปี 2554 ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ประกอบด้วย 1.ข่าวเจาะลึกธุรกิจยาพิษฆ่าแมลง 4 สารร้ายข้ามชาติหมื่นล้าน (นสพ.คมชัดลึก) 2.ข่าวเปิดโปงปฏิบัติการผลักดันชนกลุ่มน้อยบุกรุกป่าแก่งกระจาน เผา“บ้าน-ยุ้งข้าว”ไร้มนุษยธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชนคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง (นสพ.เดลินิวส์) 3.ข่าวทวงสิทธิ 10 ล้านคนลดเหลื่อมล้ำระบบสุขภาพ (นสพ.โพสต์ทูเดย์) 4.ข่าวท่วมทุบประวัติศาสตร์ เหตุปิดข้อมูล-บริหารผิด (นสพ.โพสต์ทูเดย์) 5.ข่าวเปิดโปงซื้อขาย ป.บัณฑิต ม.อีสานตีแผ่ บิ๊กคุรุสภาฯ (นสพ.มติชน) และ 6.ผ่า!!.. เงื่อนงำสัญญา “กสท”เอื้อ “ทรู” (นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

ส่วนรางวัลประเภท “ภาพข่าว” มีผลงานภาพข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน 210 ภาพ จากหนังสือพิมพ์ 14 ฉบับ ผลงานภาพข่าวที่เข้ารอบ 5 ภาพสุดท้ายได้แก่ 1.ภาพ“รื้อบิ๊กแบ็ก”ถ่ายโดยนายสุรเชษฏ์ วัชรวิศิษฏ์ (นสพ.เดลินิวส์) 2.ภาพ"เอาอยู่" ถ่ายโดยนายกุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร (นสพ.เดอะเนชั่น) 3.ภาพ"ไปด้วยกัน" ภาพโดยนายณัฎฐ์ฐิติ อำไพวรรณ (นสพ.โพสต์ทูเดย์) 4. ภาพ"ช่วยหนูด้วย" ถ่ายโดยนายธิติ วรรณมณฑา (นสพ.บางกอกโพสต์) และ 5. ภาพ"หยิกแก้ม" ภาพโดยนายสุรินทร์ สรรพคุณ (นสพ.ข่าวสด)
 
ต่อมาเวลา 18.00 น.ได้มีการประกาศรางวัลประเภท “ภาพข่าว” โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพ“รื้อบิ๊กแบ็ก”ถ่ายโดยนายสุรเชษฏ์ วัชรวิศิษฏ์ (นสพ.เดลินิวส์) รางวัลที่ 2 ได้แก่ภาพ "ไปด้วยกัน" ถ่ายโดยนายณัฎฐ์ฐิติ อำไพวรรณ (นสพ.โพสต์ทูเดย์) และรางวัลที่ 3 ภาพ"เอาอยู่" ถ่ายโดยนายกุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร (นสพ.เดอะเนชั่น).
ต่อมา เวลา 19.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาในงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตอบโจทย์ประเทศไทย” ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลต้องการให้สังคมสงบ ประชาชนมีคุณภาพชีวิต ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป สิ่งที่รัฐบาลมุ่งหวังคือต้องการลดความขัดแย้ง โดยให้ความเสมอภาคกับประชาชน และจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศในทุกมิติต่อไป
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดข่าว และภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุลด้วย.

คลิปกระเป๋ารถเมล์ตบผู้โดยสารฉาวว่อนเน็ต



จากกรณีมีคลิปวีดีโอเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ ระบุชื่อคลิปว่า "ตีกัน กระเป๋า กับ ผู้โดยสาร" เป็นเหตุการณ์ระหว่างสตรีสองคนกำลังตบตีทะเลาะวิวาทกัน บริเวณป้ายรถเมล์แห่งหนึ่ง ซึ่งผู้โพสต์คลิปวีดีโออ้างว่าคู่กรณีในคลิปคนหนึ่ง คือ กระเป๋ารถเมล์สาย 187 ส่วนหญิงอีกคนเป็นผู้โดยสาร โดยมีคนเข้ามาคลิกดูเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้จากการตรวจสอบภาพพบว่าเป็นการถ่ายจากบนรถโดยสารประจำทาง ความยาวคลิปวีดิโอประมาณ 41 วินาที 
เกี่ยวกับความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว วันนี้ (5 มี.ค.) นายโอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ( ขสมก.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือน ธ.ค. 54 โดยพนักงานเก็บเงินดังกล่าวเป็นของ บริษัทรถร่วม สาย 187 และเบื้องต้นได้แจ้งให้ทางบริษัทดังกล่าวดำเนินการ และทราบว่าบริษัทได้ไล่พนักงานคนดังกล่าวออกแล้ว
ด้านแหล่งข่าวกล่าวยอมรับว่า สาเหตุของเรื่องดังกล่าวมาจากการที่กระเป๋ารถเมล์ไม่มีเงินทอนผู้โดยสาร ก่อนจะเดินไปเก็บค่าโดยสารกับคนอื่น แต่พอถูกถามเรื่องเงินทอนทำให้ทั้งคู่ปะทะคารมกันจนเกิดเหตุวิวาทขึ้น ภายหลังเกิดเหตุทราบว่าผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ด้วย ส่วนบริษัทต้นสังกัดทาง ขสมก.ได้เรียกปรับและทำบันทึกลงประวัติไว้.

เกิดเป็นกระแสฮือฮาอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตขณะนี้ หลังมีผู้โพสต์คลิปของหญิง 2รายกำลังทะเลาะวิวาทตบตีกันอยู่บริเวณป้ายรถเมล์ริมถนนแห่งหนึ่งลงในเว็บไซต์ยูทูบ
โดยผู้โพสต์ได้อธิบายว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการทะเลาะกันของกระเป๋ารถเมล์ สาย 187 กับผู้โดยสารสาว ซึ่งเมื่อคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีความเห็นหลากหลายทำนองที่ว่าทำไมไม่เข้าไปห้ามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับคลิปดังกล่าวถูกโพสต์ไว้ตั้งแต่ 20 ก.ย. 54 ที่ผ่านมา แต่มาเป็นข่าวขึ้นหลังมีผู้คนส่งต่อๆ กันในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ค
ด้าน พ.ต.ฉัตรแก้ว โพธิ์ทองนาค รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ (ขสมก.) เผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และได้เรียกผู้ประกอบรถสายดังกล่าวมาสอบสวน พร้อมได้ไล่ออกพนักงานสาวแล้ว ซึ่งสาเหตุของการทะเลาะวิวาทดังกล่าว มาจากเรื่องการทอนเงินค่าโดยสาร.

ขสมก.สั่งให้กระเป๋ารถเมล์สาย 187 ออกแล้ว หลังสืบทราบเป็นคนอยู่ใน"คลิปกระเป๋ารถเมล์ตบผู้โดยสาร"ที่ถูกเผยออกไปว่อนเน็ต
หลังจากที่มีเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ต่าง ๆ มีการนำคลิปวิดีโอเหตุการณ์ ผู้หญิง 2 คน ทะเลาะวิวาทตบตีกัน ณ บริเวณป้ายรถเมล์แห่งหนึ่ง มาโพสต์เผยแพร่ โดยเป็นการถ่ายจากบนรถโดยสารประจำทาง ซึ่งผู้โพสต์อ้างว่าคู่กรณีในคลิปคนหนึ่ง คือกระเป๋ารถเมล์สาย 187 ส่วนหญิงอีกคนเป็นผู้โดยสาร 
โดยคลิปวีดิโอดังกล่้าวมีการอัพโหลดไว้ในเว็บไซต์ยูทูบ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 54 ระบุชื่อคลิปคือ "ตีกัน กระเป๋า กับ ผู้โดยสาร" พร้อมบรรยายใต้คลิปว่า สาย 187 คลอง 3 - สี่พระยา ตอนเช้า วันที่ 19/9/54 นั้น
ล่าสุด พ.ต.ฉัตรแก้ว โพธิ์ทองนาค รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ (ขสมก.) กล่าวว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 1 เดือนที่แล้ว จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ สาเหตุของเรื่องดังกล่าวมาจากการที่กระเป๋าไม่มีเงินทอนผู้โดยสาร แล้วเดินไปเก็บกับคนอื่น พอถูกถามเรื่องเงินทอน ทำให้ทั้งสองปะทะคารมจนเกิดเหตุวิวาทดังกล่าวขึ้น 
"ภายหลังเกิดเหตุขึ้นทราบว่าผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ด้วย ส่วนผู้บริหารขสมก. ได้เรียกบริษัทที่รับผิดชอบการเดินรถในเส้นทางพร้อมพนักงานเก็บค่าโดยสารมาสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว สำหรับฝ่ายพนักงานเก็บค่าโดยสารให้ออกจากงานไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนบริษัทต้นสังกัด ขสมก.เรียกปรับ และทำบันทึกลงประวัติไว้"พ.ต.ฉัตรแก้ว กล่าว
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th
                      mthai.com
                      sanook.com

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources