วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

เช็คบิล 30 รพ.รัฐลอบนำสูโดฯไปผลิตยาไอซ์

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th


ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันนี้ (6 มี.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ได้เข้าพบและหารือกับนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะทำงานป้องกันปราบปราม ฟื้นฟูและเยียวยาด้านยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข
นายพิสิษฐ์ ให้สัมภาษณ์ “เดลินิวส์”ว่า  ได้เชิญทางอธิบดีดีเอสไอมาหารือเพื่อบูรณาการทำข้อตกลงการทำงานร่วมกัน ซึ่งขณะนี้แนวทางการดำเนินการควบคุมและแก้ไขปัญหาการลักลอบนำยาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนไปใช้ถือว่ามาถูกทางแล้ว โดยทางดีเอสไอจะเข้าเข้าไปตรวจสอบ รพ.ที่มีการใช้ยาสูงผิดปกติ ซึ่งในบางจังหวัดอาจจะต้องลงลึกถึงรายชื่อผู้ป่วย โดยดูจาก เอชเอ็น ( HN ) หรือเลขที่ผู้ป่วย โดยคาดว่าภายหลังจากการประชุมร่วมกับทางดีเอสไอในวันที่ 15 มี.ค. แล้วจะมีการลงพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อดูข้อเท็จจริงต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อมูลที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขสั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)รายงานข้อมูลการใช้ยาสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนมาที่ส่วนกลาง นายพสิษฐ์ กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานมี รพ.ประมาณ 10 แห่งส่วนใหญ่อยู่ทางภาคกลางและภาคอีสาน มีรายงานการสั่งซื้อยาดังกล่าวในปริมาณมากผิดปกติซึ่งทางผู้บริหาร รพ.น่าจะต้องมีการทบทวน แต่คงไม่สามารถบอกได้ว่ามีจังหวัดใดบ้าง เมื่อถามว่าแล้วข้อมูลจาก อย.มีกี่จังหวัด นายพสิษฐ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ อย.รายงานมาที่ตนโดยตรง มีมากกว่า 3 เท่าหรือประมาณ 30 แห่ง ดังนั้นเมื่อตัวเลขของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกับ อย.ไม่ตรงกัน ก็ต้องไปตรวจสอบดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ได้สั่งการให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และให้รายงานข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบทุกสัปดาห์
“ตัวเลขของ รพ.หลายแห่งมีการใช้ตั้งแต่หลักแสนเม็ดต่อปีไปจนถึงหลักล้าน อย่างคลินิกบางแห่งปีหนึ่งสั่งซื้อยาดังกล่าวนับแสนเม็ดต่อปีมากกว่า รพ.ขนาดใหญ่บางแห่งด้วยซ้ำ ก็ต้องดูว่าเอาไปทำอะไร ดังนั้นขอบอกเลยว่า หาก รพ.ใดจะทำลายหลักฐานที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ หรือทำหลักฐานเท็จเรื่องการใช้ยาตัวนี้จะมีการตรวจสอบให้ถึงที่สุดโดยร่วมมือกับทางดีเอสไอ”นายพสิษฐ์ กล่าว
ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า พร้อมสนธิกำลังในการดำเนินการเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าตอนนี้แนวทางที่นายพิสิษฐ์ทำอยู่มาถูกทางแล้ว เพราะเดิมที่รัฐบาลมุ่งแต่ปราบปรามยาเสพติดทั้งยาบ้า และยาไอซ์ แต่หากสามารถควบคุมสารตั้งต้นได้ก็จะทำให้ปัญหาหมดไป ในส่วนของดีเอสไอจะดูแล 2 ส่วนคือ การดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจพบความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่องซึ่งดีเอสไอจะนำข้อมูลตรงนี้ไปดำเนินการ นอกจากนี้จะป้องปรามไม่ให้มีการนำสารตั้งต้นไปผลิตยาเสพติด หากทได้ทั้ง 2 เรื่องก็จะเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองถือว่ามาถูกทางแล้ว

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th


แสดงความคิดเห็น

0 - ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ 083-792-5426:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources