เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก พ.อ.ปิยะวัฒก์
กิ่งเกตุ อดีต ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ
ดีเอสไอ พร้อมด้วย นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความโจทก์
ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และนายชาญเชาวน์
ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นจำเลยที่ 1 - 2 เรื่องละเมิด
เรียกค่าเสียหาย จำนวน 10 ล้านบาท
กรณีที่จำเลยทั้งสอง กลั่นแกล้งโยกย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษประเภทวิชาการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต่ำกว่า โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าตัว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ ที่โจทก์สะสมคุณงามความดีและปฏิบัติราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด นอกจากนี้โจทก์ยังเสียหายต่อทางทำมาหาได้ในการประกอบอาชีพนักกฎหมายในอนาคต ซึ่งศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 4308/2555 พร้อมนัดพิจารณาในวันที่ 17 ธ.ค.เวลา 13.30 น.
ต่อมา พ.อ.ปิยะวัฒก์ พร้อมทนายความมายื่นคำร้องแจ้งความประสงค์ไม่ขอไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอม คดีที่ได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ และนายชาญเชาน์ ไชยานุกิจ เป็นจำเลย ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตาม ป.อาญา มาตรา 157 โดยอ้างในคำร้องสรุปว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย และโจทก์ต้องการให้จำเลยได้รับโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามมิให้ผู้บังคับบัญชากระทำต่อผู้ใต้ บังคับบัญชา ในการโยกย้ายในระดับต่ำกว่าเดิม โดยคดีนี้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันที่ 19 พ.ย. นี้ เวลา 09.00 น .
ด้านนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ กล่าวว่า ในวันไต่สวนมูลฟ้องโจทก์จะนำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับคดีสำคัญ ซึ่งเป็นมูลเหตุที่ทำให้โจทก์โดนโยกย้ายจึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการตรวจสอบการทุจริต เช่น ปปช. ปปท. พรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคฝ่ายค้าน ได้มาฟังการพิจารณาคดี เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และคาดว่า วันดังกล่าวจะมีข้าราชการทั้งในดีเอสไอและหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรมเดินทางมาให้กำลังใจด้วย .
กรณีที่จำเลยทั้งสอง กลั่นแกล้งโยกย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษประเภทวิชาการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต่ำกว่า โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าตัว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ ที่โจทก์สะสมคุณงามความดีและปฏิบัติราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด นอกจากนี้โจทก์ยังเสียหายต่อทางทำมาหาได้ในการประกอบอาชีพนักกฎหมายในอนาคต ซึ่งศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 4308/2555 พร้อมนัดพิจารณาในวันที่ 17 ธ.ค.เวลา 13.30 น.
ต่อมา พ.อ.ปิยะวัฒก์ พร้อมทนายความมายื่นคำร้องแจ้งความประสงค์ไม่ขอไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอม คดีที่ได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ และนายชาญเชาน์ ไชยานุกิจ เป็นจำเลย ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตาม ป.อาญา มาตรา 157 โดยอ้างในคำร้องสรุปว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย และโจทก์ต้องการให้จำเลยได้รับโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามมิให้ผู้บังคับบัญชากระทำต่อผู้ใต้ บังคับบัญชา ในการโยกย้ายในระดับต่ำกว่าเดิม โดยคดีนี้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันที่ 19 พ.ย. นี้ เวลา 09.00 น .
ด้านนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ กล่าวว่า ในวันไต่สวนมูลฟ้องโจทก์จะนำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับคดีสำคัญ ซึ่งเป็นมูลเหตุที่ทำให้โจทก์โดนโยกย้ายจึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการตรวจสอบการทุจริต เช่น ปปช. ปปท. พรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคฝ่ายค้าน ได้มาฟังการพิจารณาคดี เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และคาดว่า วันดังกล่าวจะมีข้าราชการทั้งในดีเอสไอและหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรมเดินทางมาให้กำลังใจด้วย .
0 - ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ 083-792-5426:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น