ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

แจ้งดำเนินคดีเจ้าหน้าที่สหกรณ์การทางพิเศษ


               เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 14 กันยายน นายปรีชา มหาสิงห์ อายุ 43 ปี พนักงานควบคุมงานจราจร การทางพิเศษแห่งประเทศไทย อยู่บ้านเลขที่ 52 ซอยประชาอุทิศ 69 แขวงและเขตทุ่งครุ กทม.พร้อมผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานการทางพิเศษฯ 15 ราย เข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดี น.ส.ไกรแก้ว หรือแก้ว สุราษฎร์ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่การเงินสหกรณ์ออมทรัพย์การทางพิเศษฯ อยู่เลขที่ 65/135 ซอยสายไหม 56/2 แขวงและเขตสายไหม กทม.ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
                นายปรีชา กล่าวว่า เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ของการทางพิเศษฯ ซึ่งส่วนใหญ่พนักงานทั้งหมดก็จะเป็นสมาชิกเพื่อสิทธิในการกู้ยืมเงิน และรับดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทน ก่อนหน้านี้ ได้รู้จักกับ น.ส.ไกรแก้ว เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน มีหน้าที่นำเงินออมของสมาชิกไปฝากถอนที่ธนาคาร ต่อมาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา น.ส.ไกรแก้ว ได้ชักชวนให้ร่วมนำเงินไปปล่อยกู้ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยที่สูง ซึ่งครั้งแรกตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ช่วยเหลือกันได้จึงให้เงินไป 7 แสนบาท แต่ภายหลังกลับไม่ได้รับเงินทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น โดยไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.ไกรแก้ว ได้อีก ภายหลังจึงทราบว่าลาออกจากงานไปแล้ว
                นายปรีชา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทราบว่า น.ส.ไกรแก้ว ยังหลอกลวงผู้เสียหายที่เป็นพนักงานของการทางพิเศษฯ อีกหลายสิบราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท โดยก่อนจะลาออกและหลบหนีไปได้ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ ว่า “ขอเอาเงินไปใช้ ขอโทษที่คืนให้ไม่ได้” อย่างไรก็ดี หลังจากผู้บังคับบัญชาทราบเรื่องได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับวางมาตรการป้องกันไม่เปิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินกระทำ ความผิดได้เช่นกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าว
                ขณะที่ พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.จิรัชชัย ศุภวิรัชบัญชา พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.รับเรื่องและสอบปากคำ นายปรีชา ไว้ในเบื้องต้น ก่อนจะพิจารณาดำเนินการต่อไป

โรงพิมพ์คุรุสภาแก๊สบึ้มเจ็บ3ราย พินาศกว่า 10 ล้าน


เวลา 13.00 น. วันนี้ (13 ก.ย.) ร.ต.อ.ไตรวิทย์ แก้วชนะ ร้อยเวร สน.โชคชัย รับแจ้งมีเหตุตู้อบกระดาษ ในอาคาร 18 ของโรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว แขวงและเขตวังทองหลาง ระเบิดมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล โชคชัย 4 จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ที่เกิดเหตุเป็นห้องขนาด 50 ตารางเมตร เป็นห้องที่ใช้สำหรับอบกระดาษ มีเศษกระจกแตกและเศษกระดาษขาด กระจัดกระจาย เกลื่อนห้อง
ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน ทราบชื่อคือนายสมศักดิ์ คงเมือง อายุ 36 ปี นายอร่ามศรีสมบูรณ์ อายุ 42 ปี และนายอรรถสิทธ์ นวกุลประสิทธิ์ อายุ 41 ปี มีเขม่าควันติดตามใบหน้า และเศษกระจกบาดตามแขน อาการบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นแพทย์จึงทำแผลแล้วอนุญาตให้กลับบ้านได้

สอบสวนทราบว่า ห้องดังกล่าวเป็นห้องอบกระดาษให้หมึกแห้งหลังการพิมพ์ หนังสือเรียน และเป็นห้องอบที่ใช้ระบบแก๊สเป็นองค์ประกอบด้วย จึงคาดว่าระหว่างอบกระดาษได้เกิดแก๊สรั่วแล้วเมื่อมีประกายไฟ จึงทำให้ห้องอบเกิดระเบิด เป็นเหตุให้เศษกระจกบาดตัวคนงาน แต่ใม่มีประกายไฟที่ทำให้ลุกลามบานปลาย ส่วนมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 10 ล้านบาท เบื้องต้นได้ประสานหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีก ครั้ง.

"ผกก.ยอด" นำทีมรวบเอเย่นต์ยาบ้าเครือข่ายบางขวาง


วันนี้(13 ก.ย.) พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก.สน.บางเขน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด คือ น.ส.อัจฉรา หรือเจี๊ยบ รัตนภักดิ์ อายุ 28 ปี ที่อยู่ 54 หมู่ 5 ต.ลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด ใบเสร็จรับเงินฝากของผู้ต้องขังเรือนจำบางขวาง เล่มที่ 57208 เลขที่ 30 ลง 16 ส.ค.55 และใบเสร็จรับเงินฝากของผู้ต้องขัง เรือนจำบางขวาง เล่มที่ 57208 เลขที่ 31 ลง 16 ส.ค.55โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณประตูทางเข้า-ออก หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาหลักสี่ ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กทม.

พ.ต.อ.ชยุต กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหากำลังจะนำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้า บริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาหลักสี่ เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์จนพบผู้ต้องหากำลังถือกระเป๋าหิ้วสีชมพูลาย การ์ตูนเดินมา จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด อยู่ในกระเป๋าหิ้วดังกล่าว จึงควบคุมตัวพร้อมเก็บของกลางเป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายธงชัย พานถิน อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำบางขวาง เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้าตามสถานที่ต่างๆ ได้รับค่าจ้างจำนวน 30,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ดำเนินคดีต่อไป. 

แจงข้อกฎหมายมรดก "ภาวนา ชนะจิต"


 วันนี้(13 ก.ย.)นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดก ของ น.ส.อรัญญาภรณ์ เหล่าแสงทอง หรือ “ ภาวนา ชนะจิต” อายุ 69 ปี อดีตนางเอกภาพยนตร์ไทยชื่อดัง ฉายา “ไข่มุกแห่งเอเชีย” ที่เสียชีวิตปริศนาในบ่อน้าบริเวณบ้านพัก จ.นครปฐมว่า ตามกฎหมายทายาทผู้ที่จะมีอำนาจยื่นขอจัดการมรดกได้เป็นไปตามลำดับ คือ สามีที่จดทะเบียนสมรส โดยระหว่างอยู่กินฉันท์สามี-ภรรยาตามกฎหมายแล้วทรัพย์สินที่ได้มาระหว่าง สมรสจะถือเป็นสินสมรสที่จะต้องแบ่งกันคนละครึ่ง เมื่อภรรยาเสียชีวิตทรัพย์สินในส่วนของภรรยา สามีที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายสามารถยื่นคำร้องต่อศาลขอจัดการมรดกใน ส่วนของภรรยาได้ ขณะที่หากมีบุตรซึ่งเป็นสายเลือดโดยกำหนด หรือมีบุตรบุญธรรมที่ได้จดทะเบียนรับรองเป็นบุตรบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็สามารถเป็นทายาทยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ เว้นแต่บุตรนั้นมีอายุยังไม่ถึง 20 ปีที่ถือว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะที่จะทำนิติกรรมทางกฎหมายได้ ก็จะต้องมีผู้แทนรับมอบอำนาจในการยื่นคำร้อง ทั้งนี้ ตามลำดับความสำคัญของทายาท สามีที่จดทะเบียนสมรส จะมีความสำคัญเท่าๆ กับบุตร
อย่างไรก็ดี หากนักแสดงดังกล่าวไม่มีสามี หรือบุตร ทายาทลำดับต่อมาที่จะสามารถยื่นคำร้องขอจัดการมรดกได้ ก็คือ บิดาและมารดา รองลงมาคือพี่น้องโดยสายเลือด ซึ่งหากจะยื่นคำร้องขอจัดการมรดกก็ต้องยื่นต่อศาลแพ่ง แต่ถ้าอยู่ต่างจังหวัดก็ต้องยื่นต่อศาลจังหวัดนั้นๆ แล้วศาลจะดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานที่ผู้ยื่นคำร้องต้องนำมาแสดง เพื่อยืนยันว่าเป็นทายาทตามกฎหมาย.

รวบแก๊งยานรกขนยาเสพติด 6 แสนเม็ด


             วันนี้(14 ก.ย.) ที่กองบินตำรวจ ดอนเมือง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผกก.สภ.พร้าว พร้อมกำลัง ตร.ภ.5 และ  ตร.สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดมูเซอร์ทางภาคเหนือ ประกอบด้วยผู้ต้องหา 4 ราย คือ นายสำราญ แสนหลวง อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 235หมู่ 13 ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นายพงศภัค เรืองกิจสุวรรณ  หรือ เลายี่ปา อายุ41 บ้านเลขที่ 223/3 หมู่ 13 ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นายสมยศ เลาหมี่ อายุ42 ปี บ้านเลขที่ 223/8 หมู่ 13 ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ และนายนพพร พนาศิริสมบูรณ์ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 223/3 หมู่ 13 ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด มูลค่ากว่า 180,000,000 บาท รถยนต์ปิคอัพ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์-ทอง หมายเลขทะเบียน บห 6485 เชียงใหม่ รถยนต์ปิคอัพแคป ยี่ห้อ อีซูซุ สีฟ้า-เทา หมายเลขทะเบียน ผท 8843 เชียงใหม่ และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง สามารถจับกุมตัวได้ที่บนถนนบ้านขุนแจ๋ - บ้านเวียงป่าเป้า อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
                  พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ก.ย.   ผกก.สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากศูนย์สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพ ติดในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังในการตั้งจุดสกัด บนถนนบ้านขุนแจ๋ -บ้านเวียงป่าเป้า อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พบรถกระบะต้องสงสัย 2 คัน จึงทำการตรวจค้น โดยรถกระบะคันแรก มีนายสำราญ เป็นผู้ขับขี่ และนายพงศภัค นั่งมาด้วย ซึ่งไม่พบสิ่งของผิดกฏหมาย แต่จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 2 มีประวัติและพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และตรวจค้นรถกระบะคันที่ 2 มีนายสมยศ เป็นผู้ขับขี่ และนายนพพร นั่งมาด้วย ผลการตรวจค้นพบยาบ้า บรรจุอยู่ในตู้เซฟ ในกระเป๋าเป้ จำนวน 6 ใบ มียาบ้ารวม 600,000 เม็ด ซึ่งมีถุงปุ๋ยขี้ไก่เต็มคันรถทับอยู่
                 จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน จึงน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาได้ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาเสพติด  แต่ทางนายสำราญ ได้ให้การปฏิเสธ ว่ายาเสพติดดังกล่าวไม่ใช่ของตน ซึ่งอ้างว่าได้ซื้อรถกระบะคันดังกล่าวมาจากเต็นรถแห่งหนึ่ง โดยไม่ทราบว่ามีตู้เซฟ ที่ซ่อนยาเสพติดอยู่ในรถ ทั้งนี้จากการสืบสวนทราบอีกว่าเครือข่ายยาเสพติดมูเซอร์ รับยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และจะมาจ้างผู้ต้องหาขนยาเสพติด เข้ามาตอนในของประเทศ โดยได้รับค่าจ้าง 500,000 บาท ซึ่งจะนำยาเสพติดมาพักไว้ที่ จ.เชียงใหม่ และในแต่ละครั้งจะมีการขนยาล็อตใหญ่ เพื่อเข้าสู้ตอนในของประเทศ
                พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ  โดยไปรับยาบ้ามาจากแนวชายแดนเพื่อมาส่งยังพื้นที่กทม.และขบวนการค้ายาเสพติด มีวิธีลบเลี่ยงด่านตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจแนบเนียนมากยิ่งขึ้น โดยนายสำราญผู้ต้องหามีขึ้นบัญชีดำอยู่ที่ตำรวจภูธรภาค 5สืบสวนทราบว่าทำมาแล้วหลายครั้ง และมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการอยู่อีก อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ตนเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ ก็ไม่กังวลว่าจะมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดมากขึ้น เนื่องจากได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ปราบปรามไว้หมดแล้ว ทั้งตำรวจบช.ปส. และหน่วยอื่นๆ ซึ่งคาดว่าขบวนการค้ายาคงหลบหนีไม่พ้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่ นอน
ด้าน พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในทางการข่าวของเจ้าหน้าที่พบว่ามีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาตอนในของประเทศ จำนวนมาก แต่สามารถจับกุมได้เพียงร้อยละ 15 ของยาบ้าที่เล็ดลอดเข้ามาภายในประเทศ ขณะที่เมื่อวานที่ผ่านมา มียาเสพติดล็อตใหญ่ประมาณเกือบล้านเม็ดลำเลียง เข้ามาตอนในของประเทศ แต่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหาไหวตัวทัน จึงยังไม่สามารถจับกุมตัวได้  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายอย่างไรก็ตามจะมีการสืบสวนติดตามจับ กุมเครือข่ายดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป

เผยแนวโน้มน้ำภาคเหนือน้อยลง


วันนี้( 14 ก.ย.)นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำและท่วมชุมชนริมตลิ่งหลายจังหวัดว่า สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับทั้งน้ำตอนบนเขื่อนเจ้าพระยา และปริมาณน้ำไหลผ่าน จ.นครสวรรค์มีแนวโน้มลดลงเพราะน้ำที่ไหลจากแม่น้ำปิง และแม่น้ำน่าน อยู่ในอัตราทรงตัว โดยแม่น้ำปิง วัดระดับที่อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มีปริมาณการไหล 829 ลบม.ต่อวินาทีแม่น้ำน่านที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปริมาณการไหล 1,092 ลบม.ต่อวินาที ซึ่งยังไม่ล้นตลิ่ง เพราะยังไม่มีผลกระทบจากปริมาณฝนมาเพิ่มเติมมากนัก
นายสุเทพ กล่าวว่า จาการที่กรมชลประทาน ได้ดำเนินการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ทำให้ระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมที่จะรับปริมาณน้ำใหม่จากทางเหนือในกรณีเกิดฝนตกในพื้นที่จากร่องมรสุม ช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยปริมาณน้ำหน้าเขื่อนอยู่มีอัตราการไหล 1,927 ลบมต่อวินาที ที่ไหลผ่านเขื่อน ทั้งนี้กรมชลประทานจะควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาในเบื้องต้นอยู่ ระดับ บวก 16.43เมตร.รทก หรือจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะนี้ปริมาณไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา  และมีแนวโน้มน้อยลง เนื่องจากน้ำด้านเหนือทรงตัว  จากการระบายขณะนี้ทำให้จังหวัดท้ายเขื่อน 7 จังหวัดมีระดับน้ำสูงขึ้นจากเดิม 25 เซนติเมตรจากเมื่ิอวันที่ 13 กันยายน ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไม่เกิดปัญหาต่อพื้นที่กรุงเทพฯและพื้นที่ เศรษฐกิจในปริมณฑลแน่นอน ซึ่งพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นชุมชนริมน้ำเช่น ชุมชนคลองโผงเผง อ.บางบาล อ. เสนา อ.สามโคก อ.เมืองปทุมธานี จะเพิ่มสูงอีก 25 เซนติเมตรในช่วง 2-3 วันนี้
อย่างไรก็ตามหากฝนตกหนักด้านเหนือและพื้นที่ภาคกลาง อาจจะมีปริมาณสูงขึ้นกว่านี้แต่ยังไม่ล้นตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา แตในพื้นที่ลุ่มต่ำเคยถูกเป็นประจำทุกปีขอให้เก็บไว้บนที่สูง ทั้งนี้จะยังไม่กระทบเขตมีนบุรี เขตหนองจอก รอบนอกแม้จะเป็นพื้นท่วมซ้ำซากก็ตามเพราะขณะนี้ยังไม่มีความจำ เป็นที่กรมชลฯจะผันไปทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯเพราะพื้นที่ด้านนี้ ต้องเตรียมไว้รองรับฝนที่ตกในพื้นที่ก่อน
ในส่วนอัตราการระบายเข้าฝั่งตะวันตกของพื้นที่ลุ่มตามลำน้ำเจ้าพระยา ยังสามารถระบายเข้าแม่น้ำน้อยได้เพิ่มขึ้นเพราะมีศักยภาพในการระบายอีกมาก โดยอัตราการระบายของแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านตัวเมืองจ.พระนครศรีอยุธยา ในระดับการไหล 873 ลบม.ต่อวินาที  ที่บ้านบางหลวงโดด สูงกว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 6  เซนติเมตร ที่คลองบางบาล อัตราการไหล 152 ลบมต่อวินาที สูงขึ้น5 เซนติเมตรและคลองโผงเผง 575 ลบม.ต่อวินาทีระดับสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งอัตราการระบายเข้าแม่น้ำน้อย ที่อ.เสนา 700 ลบม.ต่อวินาทีทำให้ท่วมพื้นที่แม่น้ำน้อยไหลผ่านด้วย อ.บางซ้าย อ.ลาดบัวหลวง ส่วนการระบายเข้าแม่น้ำสุพรรณ ปล่อยในอัตรา 20 ลบมต่อวินาทีเพราะมีปริมาณน้ำในพื้นที่จากฝนตกมาก โดยตรวจวัดอัตราการไหลได้ที่ประตูระบายน้ำโพพระยา จ.สุพรรณบุรี ประมาณ 130 ลบม.ต่อวินาทีโดยไม่กระทบพื้นที่ตลอดแนวแม่น้ำท่าจีน จ.นครปฐมแต่อย่างใด.

นายกฯรับมีคนใช้ช่องว่างทุจริตจำนำข้าว


วันนี้( 14 ก.ย.) ที่ จ.พิษณุโลก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจและติดตามโครงการรับจำนาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ที่บริเวณโรงสี ส. ธนวัฒน์พืชผล ต.ปรักแรด อ.บางระกำ โดยนายกรัฐมนตรี ได้ดูการสาธิตขั้นตอนและวิธีการรับจำนำข้าวอย่างละเอียด พร้อมกล่าวว่า ปัญหาต่างๆที่เกษตรกรร้องเรียนมา ตนและ รมว.พาณิชย์รับที่จะไปแก้ไขให้ โดยการปรับรอบการรับจำนำข้าวให้เป็นไปตามฤดูกาลของน้ำ และสอดคล้่องกับแผนบริหารจัดการนำ้ เพื่อให้ชาวนาทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง ไม่เกิดความกังวลใจ และในช่วงเวลา 4 เดือนที่ไม่ได้เก็บเกี่ยวแล้ว รัฐบาลจะได้เข้าไปบริหารจัดการน้ำได้อย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรี ยังได้แสดงความเป็นห่วงขั้นการรับจำนำข้าวนั้น โดยระบุว่า อยากทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใส เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง " และวันนี้อยากถามจากปากของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการว่าระบบนี้ดีกว่าอย่าง ไร ทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างไร อย่าเพิ่งฟังจากยิ่งลักษณ์เท่านั้น เพราะสิ่งที่เราทำทั้งหมด โดยเฉพาะการรับจำนำข้าวก็เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้น"

จากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมโกดังเก็บข้าวที่ โกดังกลาง PK Rice ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่าด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในวันนี้เราจะสามารถเก็บรักษา คุณภาพข้าวได้นาน 2 ปี แต่รัฐบาลกำลังศึกษาเทคโนโลยีระบบไซโลของประเทศออสเตรเลียเพื่อนำมาปรับใช้ ซึ่งจะทำให้เพิ่มระยะเวลาการเก็บรักษาคุณภาพข้าวได้ถึง 10 ปี ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลมีกฏระเบียบที่รัดกุมเพื่อดูแลไม่ให้ เกิดการทุจริตในขั้นตอนของการรับจำนำข้าวแต่ยอมรับว่ายังมีกลุ่มบุคคลที่ อาศัยช่องว่างของกฏเกณฑ์ทำให้เกิดการทุจริต ซึ่งก็ต้องหาแนวทางและปรับแก้กันต่อไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในที่สุดแล้วเกษตรกรจะเป็นผู้ลงโทษโรงสีที่ทุจริตเอง ด้วยการไม่นำข้าวไปจำนำ
นายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะยังสามารถรักษาตลาดการส่งออกข้าวของไทยไว้ได้ แต่การส่งออกข้าวหลังจากนี้รัฐบาลจะไม่ให้ความสำคัญในสัดส่วนของตลาดเพียง อย่างเดียวแต่จะคำนึงถึงราคาขายด้วย เพื่อที่สุดท้ายแล้วชาวนาจะมีรายได้จากการขายข้าวเพิ่มขึ้น

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources