ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

"สนธยา"ยันทำเรื่องย้ายกำนันเป๊าะตามกฎหมาย


วันนี้( 5 ก.พ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม บุตรชายนายสมชาย หรือกำนันเป๊าะ ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งตัวนายสมชาย ไปเรือนจำกลางชลบุรี ว่า เรื่องนี้มีการแถลงข่าวไปแล้ว ตอนนี้ก็อยู่ใกล้ชิดแพทย์ และดูอาการอย่างใกล้ชิด ขั้นตอนต่อไปก็ดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายที่พึงมี เพราะกฎหมายบอกไว้ชัดในเรื่องการขออภัยโทษก็ดีหรือเรื่องอื่นๆก็ดีคงต้อง เป็นไปตามกฎหมายขั้นตอนทุกอย่าง ส่วนที่ว่าการรับพระราชทานอภัยโทษต้องรับโทษก่อนนั้น ตนว่าทุกวันนี้ท่านก็ได้รับโทษทางกฎหมายแล้ว เพราะอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่อยู่ในเรือนจำอยู่แล้ว ตอนนี้มีอาการเจ็บป่วยก็ต้องออกมารักษาพยาบาล ก็เป็นสิทธิของผู้ป่วยอยู่แล้ว
เมื่อ ถามว่าเรื่องนี้มีข่าวว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอยู่ นายสนธยา กล่าวว่า คงไม่มีอะไร เป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา อย่างตอนคุณพ่อเข้ามาเราก็ไม่ทราบว่าเขาเข้ามาหาหมอ ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติทุกคนก็ทำตามหน้าที่ ตนในฐานะที่เป็นลูกก็ทำตัวในฐานะที่เป็นลูก หรือมาเป็นรัฐมนตรีก็ทำงานในหน้าที่รัฐมนตรีอย่างเต็มที่ ส่วนประเด็นการให้ที่พักนายสมชายก่อนหน้านี้อาจจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวคุณ ปลื้มหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า ไม่มีความกังวล  เรื่องการเข้าอออกไปมาเป็นเรื่องของคุณพ่อที่เขาเข้าออกไปมาไปเที่ยวของเขาอยู่เรื่อยตลอด เขาชอบไปที่ไหนเขาก็ไป ตอนนี้คุณพ่อก็อายุ 76 แล้ว ส่วนจะกระทบต่อตำแหน่งหรือไม่นั้น ตนไม่ได้คิดว่าจะมีผลกระทบอะไร เพราะการทำงานทางการเมืองเราก็ทำหน้าที่ตามปกติ เพราะเรื่องนี้มีข้อกฎหมายระเบียบที่ทุกคนต้องยึดถือตามปกติอยู่แล้ว ไม่ได้ช้สิทธิพิเศษอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าการดำเนินคดีขณะนี้จะถือว่าได้เปรียบเพราะมีตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่หรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า  ตอน นี้ไม่มีการดำเนินคดี เพราะคดีถึงที่สุดแล้ว ส่วนการพระราชทานอภัยโทษผู้ที่จะขออภัยโทษต้องอยู่ในระหว่างการรับโทษ ก็เป็นสิทธิตามกฎหมายที่เราสามารถดำเนินการได้ เพราะขณะนี้คุณพ่ออยู่ในระหว่างการรับโทษก็เป็นสิทธิที่เราจะดำเนินการต่อไป ซึ่งจะมีกรอบเวลาอยู่ว่าเมื่อไหร่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่
“เรื่องนี้เราไม่ต้องอธิบายกับสังคม เพราะไปเปิดกฎหมายดูได้ว่าเรื่องป.วิอาญา  จะ มีการบอกถึงสิทธิ ของบุคคลไว้ในทุกสถานะเราก็ดำเนินการตามสิทธินั้น ตอนนี้ทางครอบครัวก็ดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเรามีพี่น้อง 5 คนก็ช่วยกันดูแล ส่วนการที่ตำรวจจะติดตามสืบสวนถึงรพ.ที่คุณพ่อพักเรือนจำที่อยู่เราก็ยินดีให้ความร่วมมืออยู่แล้ว”นายสนธยากล่าว.

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

"นพดล"ยันพระวิหารเป็นของเขมร


ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร วันนี้(24 ม.ค.) นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวต่อผู้เข้าร่วมสัมมนา มรดกโลกกับอาเซียน ในการสัมมนาทางวิชาการ”อาเซียนศึกษา” โดยนายนพดลกล่าวว่า ทางการกัมพูชายื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารพร้อมกับพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเปรียบประสาทพระวิหารเหมือนศาลพระภูมิ และพื้นที่โดยรอบ ที่เปรียบเหมือนสนามหญ้า รัฐบาลไทยในช่วงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ได้โต้แย้ง คณะกรรมการมรดกโลกจึงมีหลักการให้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท ไม่รวมพื้นที่ทับซ้อน   ต่อมา ถึงช่วงรัฐบาลที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และตนดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องรักษาตามอาการ ไม่ให้กัมพูชารวมพื้นที่ทับซ้อนในการขอเป็นมรดกโลก ต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และทำตามกฎหมาย จึงพยายามเจรจากับทางกัมพูชาว่า ปราสาทเป็นของกัมพูชาแต่สนามหญ้าให้ตัดออกมา ทางการกัมพูชาจึงยอม เอาพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร จากแผนที่ และมีแถลงการณ์ร่วมที่แสดงการยอมรับว่า สนามหญ้าหรือพื้นที่ทับซ้อนไม่ใช่ของกัมพูชาฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นการตัดพื้นที่ทับซ้อนออกเป็นครั้งแรก ยอมขึ้นทะเบียนปราสาทเป็นเพียงอย่างเดียว แต่ตนถูกหาว่าขายชาติ โดยนายนพดล กล่าวว่า หากได้กลับเข้ามาก็ทำอีก คือไม่ให้ขึ้นทะเบียนสนามหญ้า ปราสาทขึ้นได้
นายนพดลกล่าวอีกว่า สิ่งที่พูดถึงการตรวจสอบเอกสารการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก วันที่  7 กรกฎาคม 2551 ได้ว่า ให้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท แสดงว่าได้ปกป้องดินแดนแล้ว แต่ศาลปกครอง มีคำตัดสินว่าแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว เป็นโมฆะ
นายนพดล ยังท้าวความว่า ข้อเท็จจริงที่เป็นความจริง ก็คือ ศาลโลกได้เคยตัดสินว่า ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ตั้งแต่ พ.ศ.2505 แต่ไม่ได้บอกว่า ที่ดินเป็นของใคร ภายหลังการตัดสิน ประเทศไทยได้ขีดเส้นรอบปราสาทและส่งมอบปราสาทให้กัมพูชา เท่ากับว่า ปราสาทเป็นของกัมพูชาตั้งแต่ปี 2505 นอกจากนั้นในการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ปี 2541ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ก็ไม่รวมปราสาท โดยทุกฝ่ายยอมรับว่าปราสาทเป็นของกัมพูชามาตลอด..

“วราเทพ”มั่นใจคุณสมบัติการเป็นรมต.ครบถ้วน


วันนี้ (24 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมรอผลการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคุณสมบัติของนายวราเทพ ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะพิจารณาเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไปพร้อมกับตำแหน่ง ที่ว่างลงของพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า สำหรับตนไม่ทราบเรื่องการปรับครม. เพราะการปรับครม.เป็นอำนาจของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งในเมื่อนายกรัฐมนตรีบอกแล้วว่ารอให้เสร็จสิ้นงานศพของนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ก่อน แล้วเราก็ต้องรับฟัง รอฟังว่านายกรัฐมนตรีมีแนวทางอย่างไร
“ผมเรียนหลายครั้งตั้งแต่ปรากฏเป็นข่าวที่มีผู้ไปยื่นแล้วว่าเรื่องนี้ เป็นความเห็นทางกฎหมายที่ตีความเห็นเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งผมก็ต้องการให้เกิดความชัดเจน แต่ส่วนตัวทั้งผมและผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติก่อนรับตำแหน่งได้ยืน ยันตั้งแต่ต้นว่าเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ คือมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ และได้แสดงเจตนาบริสุทธิ์มาตั้งแต่ต้น โดยไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด และผมก็มั่นใจว่าคุณสมบัติเราถูกต้องมาตั้งแต่ต้น”นายวราเทพ กล่าว..

เครือข่ายงดเหล้าเข้าพบมท.1


วันนี้(24ม.ค.) ที่กระทรวงมหาดไทย เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มรุ่นใหม่ นำโดยนายสงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เข้าพบนายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย  เพื่อขอความอนุเคราะห์สนับสนุนนโยบายรณรงค์งานศพและงานบุญปลอดเหล้า พ.ศ. 2556 โดยขอให้กระทรวงมหาดไทยสนับสนุนให้ผวจ.ทุกจังหวัด ประกาศนโยบายงานศพและงานบุญปลอดเหล้าทุกปีอย่างต่อเนื่อง, สนับสนุนให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยและผวจ.ทุกจังหวัดรายงานผลการดำเนิน การรณรงค์งานศพและงานบุญปลอดเหล้า และยอดตัวเลขค่าใช้จ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลในงานศพและงานบุญรายหมู่บ้านทุก 6 เดือน โดยให้รายงานมาที่กระทรวงตั้งแต่เดือนมีนาคม 2556 เป็นต้นไป
ด้านนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า เครือข่ายฯขอกำลังใช้และความอนุเคราะห์ในการเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายและ การเตรียมการเทศกาลสงกรานต์ โดยให้มีการยกย่องจังหวัดที่มีผลงานจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผวจ., ขอให้เน้นย้ำนโยบายงานกาชาดปลอดเหล้า และขอให้เตรียมการกับผวจ. นายอำเภอ และหน่วยงานปฏิบัติการตำบล หมู่บ้าน เพื่อวางแผนรณรงค์ปลอดเหล้าในเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึง ทั้งนี้หากมีมาตรการชัดเจนให้เยาวชนเข้าถึงแอลกอฮอลได้ยากเชื่อว่าจะช่วยลด จำนวนผู้เสียชีวิตและลดจำนวนอุบัติเหตุให้น้อยกว่าปีที่ผ่านมา
ด้านนายจารุพงศ์กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอ พร้อมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อจัดกิจกรรมตามที่เสนอ และเพื่อให้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมคงจะมีการหารือกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ,กระทรวงศึกษาธิการ และกรมการศาสนาเพื่อจัดกิจกรรมเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนได้สั่งการให้มีการดำเนินการในเรื่องนี้โดยให้มีการ รณรงค์ทั้งในงานศพ งานบุญและงานประเพณีอื่นๆ ในอนาคตด้วย ทั้งนี้สำหรับการรณรงค์ในเทศกาลสงกรานต์จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสาน เพื่อให้มีการณรงค์หรือมีมาตรการในการดูแลการเล่นน้ำและงานบันเทิงในช่วง สงกรานต์ในวัดด้วย

"นายกฯปู" เปิดเครื่องเจาะอุโมงค์ “เจ้าพระยา”


ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้าง Cut&Cover สำนักงานสนามท่าพระ (ถนนเพชรเกษม) วันนี้ (24 ม.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี เริ่มเดินเครื่องหัวเจาะอุโมงค์ “เจ้าพระยา” โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายสัญญาที่ 2 ช่วงสนามไชย-ท่าพระ โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมต. คมนาคม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม.ให้การต้อนรับ โดยนายกฯ และคณะได้ดินลงไปดูการทำงานของเครื่องขุดเจาะในบริเวณก่อสร้าง ซึ่งอยู่ลึกลงไปในพื้นดิน 18 เมตรด้วย
สำหรับอุโมงค์"เจ้าพระยา" โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายสัญญาที่ 2 ช่วงสนามไชย-ท่าพระ นี้ บริษัท ช.การช่างจำกัด(มหาชน) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ได้นำหัวเจาะอุโมงค์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6.43 เมตร พร้อมอุปกรณ์สนับสนุน มีสมรรถภาพในการขุดเจาะเฉลี่ยวันละ 14 เมตร หรือเดือนละ 350 เมตร ดำเนินการขุดเจาะที่ระดับความลึก 20-30 เมตร เริ่มจากสถานีท่าพระ ไปยังสถานีอิสรภาพ 23 แล้วลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา  บริเวณวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สิ้นสุดที่สถานีสนามไชย รวมระยะทาง 2.6 กิโลเมตร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว นายกฯ พร้อมด้วย นายชัชชาติ และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เดินทางไปที่ห้างสรรสินค้าเดอะมอลล์ท่าพระ และได้นั่งทานกาแฟที่ร้านสตาร์บัคส์ โดยให้เหตุผลกับสื่อมวลชนที่ติดตามว่าเป็นการนั่งคุยงานกันเกี่ยวกับโครงการ ก่อสร้างรถไฟฟ้าซึ่งได้กางแผนที่ระหว่างการพูดคุยด้วย โดยใช้เวลานานกว่า1 ชั่วโมง ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจพร้อมกับขอถ่ายรูปนายกรัฐมนตรี และระหว่างที่นายกฯจะเดินออกจากร้านกาแฟดัง ได้มีประชาชนบางคนถามถึงเรื่องเส้นทางขับขี่รถจักรยานที่ปลอดภัยใน กทม. ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่าในนโยบายมีแน่นอน

จากนั้นนายกฯได้ออกจากห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ พร้อมกับนายชัชชาติ ข้ามถนนรัชดาท่าพระ มายังตลาดไทยช่วยไทยพลาซ่า เพื่อดูการคับคั่งของการจราจรช่วงเลิกงาน และได้ทักทายแม่ค้าประชาชนบริเวณดังกล่าว และระหว่างเดิน นายกฯ ได้พบกับยายตาบอดที่นั่งร้องเพลงหาเงิน ทราบชื่อภายหลังว่า นางชยานิสา แก่นจันทร์ อายุ 66 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่จังหวัดกาญจนบุรี โดยนายกฯ ได้ถามว่าทำไมถึงมานั่งตรงนี้ นางชยานิสา ได้กล่าวว่า ถ้าไม่ลำบากไม่มานั่งตรงนี้หรอก เมื่อก่อนทำอาชีพ ขายล็อตเตอร์รี่ แต่ตอนนี้ไม่มีทุน นายทุนเอาล็อตเตอร์รี่คืน จึงต้องมานั่งร้องเพลงข้างถนน ซึ่งนายกฯได้ให้ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รับเรื่องเพื่อประสานช่วยเหลือต่อไป จากนั้นได้เดินพบ นางเฮียง แซ่เฮ้ง อายุ 77 ปี เป็นคนขาพิการนั่งขอทานอยู่ริมถนน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สั่งการให้ทีมงานรวบรวมข้อมูล และให้การช่วยเหลือต่อไป ก่อนเดินทางกลับ นายกฯ ได้พบปะพูดคุยกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างปากซอยรัชดา-ท่าพระ 15 ซึ่งตัวแทนวินมอเตอร์ไซค์ ได้ขอบคุณนายกฯว่า ตั้งแต่ที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา ก็วิ่งวินมอเตอร์ไซด์ ได้ดีขึ้น ไม่มีมาเฟีย มาเรียกเก็บเงิน
จนกระทั่งเวลา 17.20 น. นายกฯได้เสร็จภารกิจ พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้มาภารกิจเปิดเครื่องเจาะอุโมงค์ ที่ท่าพระ และได้มาแวะทานกาแฟพร้อมกับคุยงาน เรื่องโครงการรถไฟฟ้า ที่จะต่อขยาย เลยถือโอกาสเดินเยี่ยมเยือนประชาชน ขณะที่นายชัชชาติ กล่าวว่า ประชาชนร้องเรียนเรื่องปัญหาการจราจรในจุดนี้มาก จึงถือโอกาสชวนนายกรัฐมนตรี มาดูสภาพการจราจร

ให้ 3 สถาบันศึกษาทำประชามติแก้รธน.ใน 60 วัน


วันนี้(24 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ  ให้สัมภาษณ์ถึงการมอบข้อเสนอเกี่ยวกับการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้กับคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไปศึกษา ว่า สถาบันการศึกษาเหล่านี้ยังดำเนินการศึกษาเรื่องดังกล่าวอยู่ โดยเขาขอเวลาว่าจะทำให้เสร็จภายในระยะเวลา 60 วัน ซึ่งเขาจะใช้เวลาทำการศึกษาประมาณ 45 วัน จากนั้นจะมีการเปิดเวทีให้มีการวิพากษ์ผลการศึกษา ที่ใช้เวลา 15 วันก่อนที่เขาจะทำการสรุปสุดท้ายอีกครั้ง รวมเวลาเป็น 60 วันเหมือนเดิม ไม่ได้มีการลดระยะเวลา 45 วันตามที่มีกระแสข่าว
อีกทั้งคณะทำงานศึกษาข้อกฎหมายและวิธีการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐ ธรรมนูญไม่ได้มีการกำหนดกรอบเวลาว่าเขาต้องทำเสร็จเมื่อใด เพราะเราต้องการทำให้เขาทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ส่วนการนัดหมายเข้าพบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ชุดใหญ่ เพื่อหารือถึงแนวทางการทำประชามตินั้น เรายังรอการตอบกลับจากกรรมการ กกต.ทั้ง 5 คนอยู่  เพราะเข้าใจว่าขณะนี้ท่านมีภารกิจในเรื่องของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร..

"อุกฤษ" เสนอศาลปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาการเมือง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ม.ค.) นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ(คอ.นธ.) ได้จัดทำข้อเสนอไปยังหน่วยงานและองค์กรของรัฐเพื่อให้สังคมไทยกลับสู่ความ สงบเรียบร้อย มีความสามัคคี ให้ประเทศมีความมั่นคงและเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดย 1. ศาลยุติธรรม ถือเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จึงควรพิจารณาและทบทวนแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการปล่อยตัว ชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา โดยเฉพาะการใช้ดุลยพินิจเพื่อปล่อยปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในทางการเมือง ควรใช้กรอบของหลักของเมตตาธรรม  และ2.การที่ประชาชนได้กระทำผิดในการชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่ 19 ก.ย. 2549-10 พ.ค. 2554 ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความสุจริตทางการเมือง และแสดงออกตามสิทธิในฐานะประชาชน รวมทั้งเป็นการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย หรือการเลือกตั้งส.ส.ตามวิถีทางระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของ ส.ส.และส.ว. ที่จะต้องดำเนินการตรากฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อสร้างความสามัคคีและความสมานฉันท์ของคนในชาติ และเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็ว ทั้งนี้ขอบเขตการนิรโทษกรรมต้องไม่รวมถึงผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในห้วงเวลาดังกล่าว และไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตามกฎหมาย ในการรักษาความสงบ หรือยุติเหตุการณ์
สำหรับร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่อง ในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ฯ มีทั้งหมด 6 มาตรา โดยมีสาระสำคัญที่ มาตรา 3 "ระบุว่าให้การทำใดๆของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองหรือการ แสดงออกทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนที่ห้ามการชุมนุม การกล่าววาจา หรือโฆษณาด้วยวิธีการใด เพื่อเรียกร้องหรือให้มีการต่อต้านรัฐ การต่อสู้ขัดขืนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือการประท้วงด้วยวิธีการ ใดๆ อันเป็นการกระทบต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการชุมนุม หรือการแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 – 10 พ.ค. 2554 ไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและความรับผิดโดยสิ้น เชิง  การกระทำในวรรคหนึ่งไม่รวมถึงการกระทำใดๆ ของบรรดาผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจหรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการ เมืองในห้วงเวลาดังกล่าว และไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตามกฎหมายในการ รักษาความสงบหรือยุติเหตุการณ์นั้น "
ด้านนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 กล่าวว่า การเสนอร่างกฎหมายต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด โดยต้องให้ประชาชนเข้าชื่อ 15,000 คนเพื่อเสนอกฎหมาย หรือให้รัฐบาล หรือให้ส.ส.และส.ว. เข้าชื่อเสนอ ซึ่งของนายอุกฤษ เป็นส่วนภาคประชาชน ก็สามารถเสนอได้ เมื่อถามว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมที่จะพูดถึงการนิรโทษกรรมหรือไม่ นายเจริญ กล่าวว่าหากสังคมร่วมพิจารณาว่าเป็นทางออกและแนวทางที่จะไปสู่การพัฒนา ประเทศ ถือว่ามีความเหมาะสม แต่ขณะนี้ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมยังวิตกกังวลว่าการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมจะทำเพื่อประโยชน์ของบุคคล กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ดังนั้นต้องพิจารณาดูหลักการเหตุผลมากกว่าใช้ความรู้สึก แต่หากสังคมยังแบ่งฝ่ายเรื่องนี้ก็จะสำเร็จได้
ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 กล่าวว่า การเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว มี ประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ 1.การกำหนดช่วงเวลา ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมทุกกลุ่มทุกสี ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และ 2. บุคคลที่จะได้รับสิทธิ์นิรโทษกรรม จะรวมถึงแกนนำผู้ชักชวน ยุยง ปลุกปั่นด้วยหรือไม่  ซึ่งประเด็นดังกล่าวต้องพิจารณาให้รอบคอบ ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือตีความภายหลัง  สำหรับห้วงเวลาที่เหมาะแก่การพิจารณา ช่วงนี้ก็สามารถพูดคุยกันได้ หากไม่มีนัยยะแอบแฝง..

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources