ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

สลดเหตุตชด.42ปราบยาบ้ายิงผิดตัวถูกแม่เฒ่าดับคารถ


วันนี้ (31 มี.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เดินทางไปยัง รพ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อร่วมตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ นางโสภา  พิบูลย์ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183/2 หมู่ 14 ต.ร่อนพิบูลย์  อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช หลังจากถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างว่าเป็นชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจตระเวณชายแดนที่ 42 ค่ายศรนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดระดมยิงเข้าใส่รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน กง-2425 พัทลุง โดยมี ร.ต.อ.สมชัย รักษ์ศรีทอง ร้อยเวร สภ.ร่อนพิบูลย์ และนายแพทย์ พีระ  คงทอง ผอ.รพ.ร่อนพิบูลย์ ร่วมชันสูตรพลิกศพนางโสภา พบว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดเข้าบริเวณแผ่นหลัง ลำคอ และแขนซ้าย รวม 4 นัด เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านหมู่ 14 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์  จ.นครศรีธรรมราช

โดย นายสุจินต์  พิบูลย์ สามีของนางโสภา ผู้ตาย เล่าเหตุการณ์ให้ พล.ต.ต.รณพงษ์ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถเก๋งกลับมาจากทำธุระนอกบ้านโดยมีนางโสภา ผู้ตายนั่งคู่มาด้านหน้า เพื่อกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึง 1 กม. ได้มีชายฉกรรจ์ประมาณ 5-6 คน ลักษณะใช้รถยนต์กระยนต์กระบะ ไม่ทราบสี่ ยี่ห้อและทะเบียนขับสวนทางมาและส่งสัญญาณไฟพร้อมส่งเสียงบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ตนหยุดรถ แต่ตนไม่ยอมหยุดเพราะไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่เกรงจะเป็นคนร้ายมาดักปล้นทรัพย์ก็เป็นได้ จึงตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์หลบหนี หลังจากนั้นจึงได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอย่างถี่ยิบกว่า 10 นัด กระสุนถูกนางโสภา ภรรยาล้มฟุบแน่นิ่งคาที่ ในขณะที่ล้อยางรถของตนโดนกระสุนจนระเบิด รถจึงหยุดไม่สามารถขับต่อไปได้

ชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวจึงกรูกันเข้ามาล้อมรถเก๋งของตน จนเมื่อตรวจสอบพบว่านางโสภา ภรรยาของตนถูกยิงแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ในรถ ชายฉกรรจ์ทั้งหมดแสดงอาการตกใจและพูดกันว่า "ไม่ใช่ ยิงผิดตัว" ในขณะเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.จุฬาภรณ์ ซึ่งมีพื้นที่ติดกันขับรถสายตรวจมายังที่เกิดเหตุ ช่วยน้ำร่างโชกเลือดของนางโสภา ส่ง รพ.ร่อนพิบูลย์ พร้อมแจ้งว่าชายฉกรรจ์ที่ยิงถล่มรถของตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจตระเวณชายแดนที่ 42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ที่ออกปฏิบัติการไล่ล่าจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด โดยได้วิทยุให้ตำรวจสายตรวจ สภ.จุฬาภรณ์ และตำรวจสายตรวจ สภ.ร่อนพิบูลย์ ช่วยสกัดจับคนร้ายที่ขับรถเก๋งหลบหนี โดยเชื่อว่าชุดปราบปรามยาเสพติด ตชด.ชุดดังกล่าวเข้าใจผิดคิดว่ารถเก๋งของตน เป็นรถของคนร้ายจึงใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่ทำให้นางโสภา ภรรยาตนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนตนรอดตายราวปาฏิหาริย์

ในขณะที่นายไพโรจน์ ศิริมี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 14 ต.ร่อนพิบูลย์  อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า จุดที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านของตนเพียงไม่ถึง 300 เมตร โดยก่อนเกิดเหตุตนได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาและหยุดอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยสุนัขของชาวบ้านหลายตัวส่งเสียงเก่ากรรโชกอย่างต่อเนื่อง ตนจึงถืออาวุธปืนลูกซอง 5 ออกมาซุ่มดูอยู่ข้างบ้าน ได้เห็นชายฉกรรจ์ยืนอยู่บนรถกระบะหลายคน จนกระทั้งมีรถเก๋งของนายสุจินต์ ขับผ่านมาตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 10  นัด รอจนกระทั้งเสียงปืนสงบลงและมีรถตำรวจสายตรวจ สภ.จุฬาภรณ์ ผ่านมาจึงได้ออกมาร่วมตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุซึ่งตนพอจะจำไดว่าเป็น ตชด.เมื่อตำรวจ สภ.จุฬาภรณ์ นำนางโสภา ส่ง รพ.ร่อนพิบูลย์ ส่วนตำรวจตระเวณชายแดนชุดที่ก่อเหตุพากันขับรถออกจากที่เกิดเหตุหายไป
 
“เรื่องนี้ตนจะร้องขอความเป็นธรรมจนถึงที่สุด เพราะการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ของ ตชด.ในลักษณะนี้อันตรายมาก ๆ ตนและชาวบ้านไม่รู้ว่าใครเป็นใครเพราะล้วนแต่งกายนอกเครื่องแบบซึ่งอาจจะปะทะกับชุดรักษาความสงบหมู่บ้านก็ได้ ตำรวจที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ควรจะแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่ทราบบ้าง  ถ้าเข้ามาเช่นนี้ไม่รู้ว่าโจรหรือตำรวจตนอาจจะยิงตำรวจตายก็ได้  ซึ่งตนและญาติ ๆ ของนางโสภา ผู้ตายและชาวบ้านจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเรื่องที่เกิดขึ้นตนและชาวบ้านจะรวมตัวกันร้องเรียนและเรียกร้องความเป็นธรรมจนถึงที่สุด”
 
ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงนายหนึ่งว่า ตำชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจตระเวนชายแดนได้บุกเข้าตรวจค้นบ้านเพื่อจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดใน อ.ร่อนพิบูลย์  แต่ผู้ต้องหาคนดังกล่าวไหวตัวทันขับรถเก๋งหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด  จากการตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหาที่หลบหนีตำรวจตระเวณชายแดนสามารถตรวจค้นบ้านยึดยาไอซ์หนัก 1 ก.ก. ยาบ้าอีก  4,000 เม็ด หลังจากนั้นจึงได้วิทยุขอการสนับสนุนจากตำรวจ สภ.ร่อนพิบูลย์ และ สภ.จุฬาภรณ์ ให้ช่วยสกัดจับรถเก๋งของคนร้าย ในขณะที่ตำรวจตระเวณชายแดนชุดดังกล่าวขับรถกระบะมุ่งหน้าไปบ้านญาติของผู้ต้องหาที่หลบหนีเพราะได้รับรายงานว่ามียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งถูกเก็บไว้ที่บ้านพ่อตาของผู้ต้องหา แต่ระหว่างทางนายสุจินต์ ขับรถเก๋งสวนทางมา และรถเก๋งของนายสุจินต์เป็นรถที่มีลักษณะใกล้เคียงกับรถของผู้ต้องหาที่หลบหนี เจ้าหน้าตำรวจตระเวณชายแดนเข้าใจว่าเป็นรถของผู้ต้องหาจึงส่งสัญญาณพร้อมตะโกนให้หยุดรถเพื่อตรวจค้น แต่นาย   สุจินต์ ไม่ยอมหยุดรถให้ตรวจค้น  ตำรวจตระเวนชายแดนจึงเข้าใจว่าเป็นรถของผู้ต้องหาที่พยายามจะขับหลบหนีจึงระดมยิงใส่นับ 10 นัด กระสุนถูกนางโสภา ที่นั่งคู่มากับนายสุจินต์ เสียชีวิตดังกล่าว.ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

ยันรอบ6เดือนสถานการณ์ไฟใต้สงบขึ้น


วันนี้(31 มี.ค.) ที่ห้องแถลงข่าว ภายในศูนย์ประชาสัมพันธ์  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า  ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี  พ.อ.ปราโมทย์  พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์  และ รองโฆษก กล่าวว่า  การปฏิบัติงานของ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมา ปฏิบัติงานตามกรอบยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ด้วยการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นยุทธศาสตร์หลักในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และ นำยุทธศาสตร์กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร โดยใช้นโยบายสานใจสู่สันติ มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อมุ่งสู่ผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการคือ ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และ อยู่ร่วมกันอย่างสันติภายใต้ความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และ วัฒนธรรม ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมานั้น ทำให้สถานการณ์ในภาพรวมมีความก้าวหน้าในทางที่ดีขึ้น ด้วยการบังคับใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรม ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยธรรม ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น ศรัทธาในอำนาจรัฐมากขึ้นตามลำดับ โดยมีผลการดำเนินการในรอบ 6 เดือนที่สำคัญ  โดยการสร้างความรู้ และ ความเข้าใจในเรื่องประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ที่ถูกต้อง สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนพื้นฐานของความแตกต่างผ่านทางผู้นำศาสนา  โดยเชิญชวนบุคคลเป้าหมายเข้าร่วมโครงการประชาร่วมใจทำความดีเพื่อแผ่นดิน  ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 51 ถึงปัจจุบัน มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 3,975 คน สำหรับในรอบ 6 เดือน มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 400 คน  และใช้การเข้าพบปะพูดคุยอย่างต่อเนื่องในชุมชน และ สถานศึกษา ส่งผลให้ประชาชนเข้าใจนโยบายการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล และหน่วยงานในพื้นที่
ส่วนยุทธศาสตร์การป้องกัน และ แก้ไขปัญหาภัยแทรกซ้อน เพื่อให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่ได้รับการสนับสนุนเครื่องมือและปัจจัยที่จำเป็นในการก่อเหตุ ด้วยการดำเนินการใน 2  เรื่องหลัก ได้แก่ ปัญหายาเสพติด และน้ำมันเถื่อน โดยได้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษดำเนินการแก้ไขปัญหา มีการปฏิบัติที่สำคัญ 1.การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบบูรณาการของศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเพื่อเอาชนะยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  มีผลการปฏิบัติที่สำคัญ คือ 2. การปฏิบัติต่อปัญหาภัยแทรกซ้อน  ทาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  ได้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษ ด้วยการบูรณาการกำลังร่วมหลายฝ่าย ประกอบด้วย ทหาร, ตำรวจ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามยาเสพติด, ศุลกากร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  เข้าจัดการกับปัญหาภัยแทรกซ้อน ซึ่งมีเครือข่ายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ โดยใช้กฎหมายพิเศษเข้าดำเนินการอย่างจริงจัง  การดำเนินการต่อขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนในห้วงที่ผ่านมาสามารถตรวจยึด ของกลาง จำนวนกว่า 300,000  ลิตร สำหรับในรอบ 6 เดือน(ต.ค. 54 – มี.ค. 55) สามารถจับกุมและตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย รถกระบะ จำนวน  76 คัน, เรือ จำนวน  2 ลำ, สถานที่เก็บน้ำมัน  จำนวน 10 แห่ง, น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 84,295ลิตร และ ผู้กระทำความผิด จำนวน 84 ราย

การดำเนินการต่อขบวนการค้ายาเสพติดในห้วงที่ผ่านมาได้จัดกำลังเข้าดำเนินการกดดัน ปราบปราม และสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่  150 ครั้ง ผู้ต้องหา  211 คน ตรวจยึด  ของกลาง ยาเสพติดประเภทอื่น ๆ อีกจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังสามารถขยายเครือข่ายจากผลการจับกุมที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ เครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ ทั้งเงินสด, รถยนต์, ทองคำ, ที่ดิน และทรัพย์สินอื่น ๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 300  ล้านบาท  ซึ่งการเข้าดำเนินการดังกล่าวได้พบหลักฐานสำคัญที่เชื่อถือได้ว่า  เครือข่ายยาเสพติด  ที่ถูกจับกุม  เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพ่อค้ายาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งเชื่อมโยงกับแกนนำ ผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่อย่างชัดเจน
ส่วนยุทธศาสตร์การดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน  เพื่อให้สถานการณ์ในพื้นที่ไม่ถูกยกระดับเข้าสู่เวทีสากล ด้วยการดำเนินการ มีการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม “ตามหลักนิติธรรม ” การนำกฎหมายพิเศษมาบังคับใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้. ทั้ง พรบ. กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และ พรบ. การรักษาความมั่นคงภายใน พ.ศ.2551  โดยได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่  เคารพในหลักกฎหมาย  ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเคร่งครัด  ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีกรณีร้องเรียนจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

"ชูวิทย์"เผยมีคลิปเด็ดบ่อนเส้นใหญ่ลอบเปิดภูเก็ต


วันนี้( 31 มี.ค.) ที่พรรครักประเทศไทย ซอยสุขุมวิท 10 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ แถลงข่าวกรณีบ่อนการพนันที่ลักลอบเปิดใน จ.ภูเก็ต  โดยมีการนำแผงผังการรับเงินจากบ่อนการพนัน และวีดีโอคลิปมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน

นายชูวิทย์ แถลงว่า หลังจากที่ตนได้ลงพื้นที่ในจ.ภูเก็ต ได้สืบทราบว่า มีการเปิดบ่อนการพนันทั้งหมด 4 จุดใหญ่ ๆ คือ อ่าวฉลอง ทุ่งทอง ในตัวเมืองภูเก็ต และป่าตอง ซึ่งในขณะนี้ได้ทำการปิดแล้ว คือ อ่าวฉลอง กับ ทุ่งทอง ทั้งนี้ในการเรียกเก็บเงินบ่อนเหล่านี้ แบ่งออกเป็น หวย บ่อน ซ่อง สถานบริการ บุหรี่หนีภาษี แสดงโชว์ เก็บเดือนละ 5 หมื่นบาท ร้านนวด เดือนละ 3.5 หมื่นบาท ส่วนร้านคาราโอเกะ ผับ บาร์ จะมีหลายราคา นอกจากนี้ คิวแท็กซี่ป้ายดำ รถสองแถว ก็จะเก็บตามขนาดของกิจการ และมีการเก็บเงินอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ได้นำแผนผังการเก็บเงินมาแสดงถึงขั้นตอนการเก็บเงินด้วย พร้อมทั้งอ้างว่ามีคลิปภายในบ่อนดังกล่าวอยู่ในมือแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่เปิดเผย เพราะหากเปิดเผยไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่จะได้รับการเพิกเฉย นอกจากนี้นายชูวิทย์ ยังได้ท้า ผบช.ภ.8 ด้วยว่า หากนำคลิปภายในบ่อนมาเปิดเผย แล้วมีการตรวจสอบว่าเป็นสถานที่จริง ก็ขอให้ทำการย้ายนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ลงไปประจำการที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่ใน 3 จังหวัดนั้น ขึ้นมาทำหน้าที่แทนใน จ.ภูเก็ต

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายชูวิทย์ ยังได้มีการแจกคลิปให้แก่สื่อมวลชน โดยอ้างว่าเป็นคลิปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่กรุงเทพมหานครรับส่วย โดยเนื้อหาในคลิปปรากฏว่า ขณะชายสองคนขับรถอยู่ ซึ่งนายชูวิทย์อ้างว่าเป็นลูกน้องและนักข่าวต่างประเทศ กำลังขับรถช่วงค่ำคืน ปรากฏว่าได้มีตำรวจนายหนึ่งเรียกตรวจ ซึ่งลูกน้องและนักข่าวคนดังกล่าว ได้ยื่นเงินให้ไป 400 บาท ก่อนที่ตำรวจคันนั้นจะปล่อยตัวไปในที่สุด
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

ตะครุบยกทีมแก๊งค์ตระเวนลักรถจยย.


วันนี้ (31 มี.ค.) พ.ต.อ.สิทธิชัย ทนันไชย  ผกก.สภ.เมืองน่าน พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมศักดิ์ ธิคำ  สว.สส.สภ.เมืองน่าน นำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าจับกุมแก็งค์วัยรุ่น 4 คน อายุระหว่าง 14-15 ปี ได้ที่บ้านเช่า บ้านท่าลี่ ต.ในเวียง อ.เมือง  หลังสืบทราบว่าทั้งหมดมีพฤติกรรม พากันตระเวนขโมยรถจยย.ตามหอพัก และหน้าร้านเกมส์ ในเขต อ.เมือง และ อ.ภูเพียง  พร้อมของกลางอะไหล่รถ จยย.  โครงรถ  และซากรถจยย. ถูกชำแหละจำนวนมาก สอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพ ควบคุมตัวดำเนินคดีต่อไป
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 


ยิงพ่อค้าอาหารอ.ห้วยยอดดับคาดปมขัดแย้งส่วนตัว


วันนี้ (31 มี.ค.) ร.ต.อ.กิตติศักดิ์  ไข่ทองมาก  ร้อยเวรฯ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง  รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส  ที่บริเวณหน้าวัดเขาปูน  ม.2 ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง  หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ปัญจพล  ชำนาญหมอ  ผกก.สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง  ทราบ  พร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิง สุชาดา  กัวหา  รองสารวัตรพิสูจน์หลักฐานจังหวัดตรัง  และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานอำเภอห้วยยอด รุดไปตรวจสอบ
 
ที่เกิดเหตุเป็นร้านค้าที่ตั้งหน้าวัดฯ  จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เชือกกั้นบริเวณ  จากการตรวจสอบพบร่องรอยกองเลือดขนาดใหญ่อยู่บริเวณหน้าร้านค้าฯ  นอกจากนี้ก็ยังพบชิ้นส่วนพลาสติกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 2 ชิ้น  และชิ้นส่วนกระดาษรองกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 5 ชิ้น  ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นทางพลเมืองดีได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลห้วยยอดไปก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บได้มีอาการเสียเลือดมากจนทนพิษบาดแผลไม่ไหว  และเสียชีวิตในเวลาต่อมา  ทราบชื่อคือ  นายอำนาจ  ณ นคร  อายุ 45 ปี  อาชีพพ่อค้าขายอาหาร  อยู่บ้านเลขที่ 172  หมู่ 1 ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง  จากการชันสูตรพลิกศพพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้น เข้าที่บริเวณท้อง จำนวน 1 นัด  มีบาดแผลจำนวน 8 รู  และคมกระสุ นปืนได้โดนอวัยวะสำคัญจำนวนหลายจุดจนเป็นเหตุให้เสียเลือดมากและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
 
จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์  ทราบว่า  ก่อนหน้านี้ นายอำนาจฯผู้ตาย ได้เดินทางไปซื้อของที่ตลาดห้วยยอด เพื่อนำมาใช้ประกอบอาหารที่ร้าน  จนกระทั่งกลับมาถึงหน้าร้าน  ก็ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงนายอำนาจฯจนล้มลงกับพื้น  และมีพลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลห้วยยอดในเวลาต่อมา
 
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สันนิษฐานว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุน่าจะรู้จักกับผู้ตาย  เนื่องจากวิถีกระสุนอยู่ในระยะใกล้   และคนร้ายคงจะฉวยโอกาสที่ผู้ตายกำลังยุ่งกับนำของเข้าร้าน  พร้อมกับใช้อาวุธปืนที่เตรียมมาจ่อยิงในระยะประชิดตัว  ก่อนที่จะหลบหนีไป  ส่วนประเด็นการสังหารโหดในครั้งนี้  น่าจะมาจากขัดแย้งเรื่องส่วนตัว  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพอจะทราบปมขัด แย้งแล้วขณะนี้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากกลัวเสียรูปคดี  อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเร่งรวบรวมพยานและหลักฐาน  เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

ผู้การฯเมืองน้ำดำสั่งลากคอแก๊ง “ซูโด”พันยาบ้า


วันนี้ (31 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.คณิสร  น้อยนารถ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ , พ.ต.อ.วิเชียร  พินดวง รองผู้บังคับการได้ประชุมนายตำรวจทั้ง 23 สถานีเพื่อกำหนดทิศทางการทำงาน คดี ซูโดอีเฟดรีน สารตั้งต้นยาเสพติดซึ่งหายจากโรงพยาบาลกมลไสยกว่า 3 แสน 5 หมื่นเม็ด หลังจาก ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ

พล.ต.ต.คณิสร  น้อยนารถ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการประสานงานและดีเอสไอ ก็ได้รับสำนวนคดียาแก้หวัด ที่มีสารซูโดอีเฟดรีน ซึ่งหายไปจากโรงพยาบาลกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ไปแล้ว อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนพื้นที่จะต้องเป็นคณะกรรมการสอบสวนร่วมด้วย  อีกทั้งตำรวจพื้นที่ก็จะต้องให้ความร่วมมือ เนื่องจากเหตุการณ์บางเรื่อง ซึ่งดีเอสไปที่ทำงานอยู่ส่วนกลางการจะเดินทางไปมาค่อนข้างจะลำบาก บางเรื่องที่เร่งด่วนจะต้องสอบพยานบุคคลหรือต้องการพยานเอกสารบางเรื่อง ก็จะมอบหมายให้พนักงานสอบสวนท้องที่เป็นคนดำเนินการและจัดส่งให้ดีเอสไอเป็นคนรวบรวม
 
พล.ต.ต.คณิสร  กล่าวอีกว่า ผลทางคดีนี้ได้มีความเชื่อมโยงถึงเครือข่ายผลิตยาเสพติดที่โยงใยไปในหลายจังหวัด อีกทั้งพบว่ามีการนำยาออกไปตามตะเข็บชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดังนั้นตนจึงได้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่คอยอำนวยความสะดวกกับดีเอสไอทุกเรื่อง พร้อมกับเพิ่มความรัดกุมในการสืบหายาและซองยา ซึ่งอาจจะถูกนำไปทำลายในพื้นที่ อีกทั้งยังจะให้ความคุ้มครองเภสัชกรรมโรงพยาบาลกมลาไสย ผู้ต้องหายักยอกยา นอกจากนี้จากความเชื่อของ ป.ป.ส. สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องถูกสืบประวัติ และฐานะทางการเงิน โดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้หากได้รับผลสรุปแนวทางการทำงานของ ดีเอสไอ ในวันที่ 2 เมษายนนี้ตำรวจพื้นที่ก็พร้อมที่จะทำงานทันที เพื่อร่วมกันนำคนกระทำผิดมาลงโทษและทำลายเครือข่ายยาเสพติดให้หมดสิ้นไป
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

เพื่อไทยเตรียมยื่นสอบจริยธรรม ส.ส.ปชป.ล้อม “บิ๊กบัง”


วันนี้ ( 31 มี.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลุกขึ้นไปรุมล้อมพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ  ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎรระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมานั้นว่า  พรรคเพื่อไทยได้หารือกันว่าถึงแม้ว่าทางพรรคประชาธิปไตยใหม่ได้ยื่นต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์  ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสอบประมวลจริยธรรมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางคนแล้ว พรรคเพื่อไทยมองว่ากรณีดังกล่าวเป็นการไม่ให้เกียรติสภาฯ และถือเป็นยุคตกต่ำทางจริยธรรมของสภาฯในยุคที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งต่างจากสมัยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯที่มีความสุภาพมากกว่า แต่ในยุคนี้ดูเหมือนจะไร้ระเบียบวินัย
 
“ขอเรียกร้องผู้นำฝ่ายค้านควรวางกฎเกณฑ์เรื่องมารยาทมากกว่านี้  โดยส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติตนของส.ส.ฝ่ายค้านจะร่วมกันลงชื่อในสัปดาห์หน้าเพื่อให้สภาฯได้สอบประมวลจริยธรรม และขอเรียกร้องให้รัฐสภานำเทปบันทึกภาพและเสียงมาพิจารณาด้วย เนื่องจากในวันดังกล่าวมีเสียงของส.ส.สุภาพสตรีที่มีภาพของความสง่าเรียบร้อยแสดงออกถึงความไม่เหมาะสมออกมา จึงเรียกร้องฝ่ายค้านว่าหากวันนี้ยังไม่เคารพสภาฯ เกิดความแตกแยกในสภาฯ ข้างนอกก็จะวุ่นวายด้วย” รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources