ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

นายกฯ รับมอบดอกกุหลาบจากคนเสื้อแดง



วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2555 เวลา 16:15 น.
ต่อมาเวลา 16.00 น. การประชุมมอบนโยบายให้หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารระดับสูงระดับปลัดกระทรวงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมเชอราตัน พัทยา ได้เสร็จสิ้นลง โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เน้นให้มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดเอกภาพ และขับเคลื่อนนโยบายสำคัญให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะกาทำงานเพียงกระทรวงเดียวอาจทำได้ยาก จึงได้มาพูดคุยกันว่าส่วนไหนบ้างที่จะต้องทำงานบูรณาการร่วมกัน  เช่นการเตรียมอัตรากำลังคน หรือการรองรับภาคแรงงานต่าง ๆเป็นต้น

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินไปพบกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดทางให้มาดักรอ พบเพื่อให้กำลังใจและมอบดอกกุหลาบแดงให้กับนายกรัฐมนตรีถึงบริเวณด้านหน้า โรงแรมเชอราตันตั้งแต่ช่วงบ่าย โดยนายกรัฐมนตรี ได้เดินจับมือทักทายคนเสื้อแดงอย่างอารมณ์ดีไปตลอดเส้นทาง โดยคนเสื้อแดงต่างตะโกนสู้ ๆ เสียงดังลั่น จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับไปยัง กทม. เพื่อร่วมงานวันตำรวจที่สโมสรตำรวจ ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงได้สนใจจดและถ่ายรูปทะเบียนรถของนายกรัฐมนตรี นบ 1 กรุงเทพมหานคร กันจำนวนมาก

รองโฆษกรัฐ ยันออกหมายจับ"ทักษิณ" แค่เรื่องเก่า


วันนี้ ( 13 ต.ค.)  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีอนุมัติให้ธนาคารกรุงไทย ปล่อยสินเชื่อจำนวน 9,000 ล้านบาท ให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่คดีใหม่ แต่เป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่ศาลต้องออกหมายเรียก แต่เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ต่างประเทศนานกว่า 5 ปี เดินทางมาไม่ได้ จึงเป็นดุลพินิจที่ศาลจะออกหมายดังกล่าว และหมายที่ออกมาไม่ได้ชี้ว่าผิดหรือถูก เพราะยังมีขั้นตอนดำเนินการต่อไป  ขอย้ำว่าเรื่องนี้คดีเป็นคดีการเมือง หลังรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ประชาชนเขายอมรับไม่ได้เพราะผิดหลักนิติธรรมชัดเจน แสดงให้เห็นว่ามีความพยายามที่จะทำให้ความปรองดองของบ้านเมืองต้องทอดเวลา ออกไปอีก
                
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า เห็นว่าไม่ใช่เรื่องของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ เวลาที่เป็นเรื่องของตัวเอง เช่น กรณีที่กระทรวงกลาโหม เตรียมดำเนินการถอดยศ หรือคดี 98 ศพ บอกว่าเป็นเรื่องการเมือง มีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้น แต่พอเป็นเรื่องของฝ่ายคู่ขัดแย้งบอกว่า ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แบบนี้ไม่ใช่การมองแบบสองมาตรฐาน แต่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์แบบไร้มาตรฐานมากกว่า

นายกสมาคมชาวนาไทย ชี้วงจรทุจริตข้าวอยู่ระดับบน


วันนี้ ( 13 ต.ค.) นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย เปิดเผยถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไปว่าชาวนาดีใจกันมากเพราะข้าวเกี่ยวมาแล้วจะ ไปขายใครหากไม่มีโครงการเพราะขณะนี้โกดังข้าวโรงสีเต็มเกือบทุกแห่ง ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ รับพิจารณาจะรับผิดชอบกับชาวนาทั่วประเทศหรือไม่ โครงการรับจำนำเป็นโครงการที่ดีมีประโยนช์ต่อชาวนา มากกว่าโครงการประกันราคา ทำให้ชาวนาได้เงินมากกว่าเพราะราคาข้าวไม่ถูกโรงสีกดราคา หากไม่มีโครงการรับจำนำ จะราคาข้าวจะอยู่ที่ 8-9 พันบาทต่อตันเท่านั้น ซึ่งราคาจำนำอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท ชาวนาเอาข้าวเข้าโครงการจำนำ ถ้าความชื้น 20 เปอร์เซนต์ ได้ราคา 1.3 หมื่นบาท ความชื้น 25 ได้ราคา 1.2 หมื่นบาท ความชื้น 29-30 ได้ราคา 1.1 หมื่นบาท หากไม่มีโครงการเงินจะหายไปตันละเกือบ 4 พันบาท ซึ่งชาวนาไม่ยอมให้ยกเลิกแน่
อย่างไรก็ตามขณะนี้ชาวนาจำนวนหลายหมื่นครัวเรือน รอเงินจากโครงการจำนำข้าวรอบพิเศษนาปีและนาปรัง ที่เกี่ยวหนีน้ำท่วม เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จำนวน 1.5 หมื่นตันประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ยังไม่ได้รับเงินกันเลย ตอนนี้เกษตรกรหลายจังหวัด เช่น ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา นครนายก อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม จะเริ่มรวมตัวกันแล้วหากไม่ได้เงินจำนำข้าวภายในเดือนนี้ รวมทั้งรัฐบาลเปิดโครงการจำนำข้าวนาปี 55/56 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ขณะนี้ทางโรงสียังไม่เปิดรับข้าวเข้าโครงการเลยเพราะโรงสีไม่มีที่เก็บข้าว เนื่องจากข้าวโครงการรับจำนำรุ่นแรกโรงสียังปิดบัญชีไม่ได้ เพราะรัฐบาลยังไม่ขนออกไปซึ่งชาวนาฝากท้วงถามว่ารัฐบาลทำไมไม่เร่งระบายข้าว เมื่อเปิดโครงการมาแล้วแต่ชาวนาเอาข้าวเข้าจำนำไม่ได้รัฐบาลจะแก้ปัญหาได้จบ เมื่อไหร่
ในส่วนปัญหาการทุจริต ชาวนาส่วนใหญ่เชื่อว่ามีแน่ แต่ยืนยันว่าไม่เกิดจากชาวนาเพราะชาวนาอยากได้โครงการ แต่ที่ผ่านมาทุกฝ่ายก็รู้ดีว่าโครงการรับจำนำทุกครั้งมีการทุจริตแบบเดิมๆใน วงจรระดับบน ทั้งนักการเมือง เจ้าหน้าที่ บริษัทส่งออกเกี่ยวข้องเป็นของใครใกล้ชิดกันอย่างไรอยากให้รัฐบาลแก้ไขอย่าง จริงจังเพราะทุกโครงการเป็นโครงการที่ดีและช่วยเกษตรกรได้

“ทักษิณ” ร่อนจดหมายชื่นชม “ยงยุทธ” เสียสละเพื่อพรรค



วันนี้ ( 13 ต.ค.) นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์รูปภาพจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลงวันที่ 8 ต.ค.ต่อกรณีการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่า “ท่านยงยุทธ ที่รักและเคารพ วันนี้ขอเขียนโน้ตสั้นๆ มาขอบคุณท่านที่ได้เสียสละแสดงสปิริตที่หาได้ยากในสังคมการเมือง ผมและพี่ๆ น้องๆ ในพรรคเพื่อไทยขอแสดงความชื่นชมมา ณ ที่นี้ และจะจารึกไว้กับประวัติศาสตร์ของพรรคตลอดไปครับ ขณะนั้นพรรคเรายังเปราะบางกับการไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่มาก ไม่อยู่ในฐานะที่จะวางใจได้ จึงต้องมีผู้เสียสละและปลดชนวนกันอีกหลายครั้งอยู่จนกว่าเราจะมีประชาธิปไตย ที่แท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เปลือก คนไทยยังลำบากอยู่อีกมากครับ เราจะมุ่งมั่นช่วยคนไทยให้ยืนบนขาตัวเองอย่างเข้มแข็งต่อไปโดยไม่ย่อท้อครับ และท่านก็ยังต้องช่วยพรรคทำต่อไปนะครับ รักและเคารพในน้ำใจ "

ปชป.จัดเวทีผ่าความจริงตามหาชายชุดดำคึก ไร้แดงป่วน


วันนี้ ( 13 ต.ค.). ที่อาคารสโมรสรพลเมืองอาวุโสฯ สวนลุมพินี พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดนิทรรศการ “เดินหน้าผ่าความจริง “ผ่าความจริง ใครบงการมัจจุราชชุดดำรับจ้างฆ่าประเทศไทย” ควบคู่กับการเปิดเวทีผ่าความจริงหยุดความผิดล้มล้างรัฐธรรมนูญ โดยมีแกนนำพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรค รวมถึงนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเสื้อหลากสี และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งภายในงานมีการตั้งบูธจำหน่ายเสื้อ และของที่ระลึก รวมทั้งหนังสือ “ความจริงไม่มีสี” ที่เขียนโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 1,000 เล่ม ในราคาเล่มละ 120 บาท ซึ่งปรากฎว่าจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นภายในนิทรรศการเป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นที่กลุ่มแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2552 -2553

โดยแบ่งออกเป็นโซนเพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง โดยมีการฉายคลิปจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นซึ่งมีภายชายชุดดำปราก ฎอยู่ รวมถึงการอภิปรายของแกนนำนปช.ที่ปลุกระดมจนเกิดความรุนแรง โดยมีการตั้งหัวข้อแต่ละเหตุการณ์อาทิ ผ่าเหตุการณ์คนใจดำสั่งฆ่าประเทศไทย,ผ่าความจริงคนบงการ, 10 เมษายน 53 มัจจุราชชุดดำปฏิบัติการ, 63 จุดปฏิบัติการป่วนเมือง รวมถึงรายงานของคอป.ที่มีการระบุว่ามีการใช้อาวุธ และจุดที่พบชายชุดดำ เป็นต้น ทั้งนี้ได้มีการจำลองภาพขนาดเท่าตัวจริง อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธแดง) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายอริสมัตน์ พงศ์เรืองรอง และชายชุดดำ ประกอบตามนิทรรศการ ทั้งนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยอยู่รอบ ๆงานดังกล่าว โดยไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาป่วนแต่อย่างใด
          
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาของหนังสือ “ความจริงไม่มีสี” นั้นเป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 15ธ.ค. 2551 ซึ่งเป็นวันที่นายอภิสิทธิ์ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี โดยบรรยายถึงความรู้สึกในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่า มีคนในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้ยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่สรุปแล้วส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เรื่อง เพราะสิ่งที่เขาต้องการเราให้ไม่ได้ เนื่องจากขัดกับหลักการของบ้านเมือง และแม้ว่าตนจะตายไปในวันไหนก็ขอยืนยันว่า การจัดการปัญหาสถานการณ์ปี 2552 – 2553 ไม่มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ นอกรัฐธรรมนูญ หรือผู้มีบารมี นอกรัฐธรรมนูญ หรือใครอื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหา

หนังสือ “มาร์ค” เปิดโปง “ฮุนเซน อินไซท์” คนเสื้อแดง


วันนี้ (13 ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหนังสือ "ความจริงไม่มีสี" ที่เขียนโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีตอนหนึ่งระบุในหัวข้อ “ฮุนเซน อินไซท์”ว่า ในช่วงการประชุมผู้นำอาเซียนที่พัทยา และมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มาคุยกับตนโดยแสดงความยินดีที่รัฐบาลไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินในวันก่อนการ ประชุมและวันประชุม เมื่อการประชุมถูกคนเสื้อแดงขัดขวางจนต้องยุติลง เราส่งผู้นำประเทศต่าง ๆ กลับ พอตนพูดขึ้นว่าจะทานข้าวกลางวันกันก่อน นายกฯฮุนเซน ก็รีบรวบรัดบอกทันทีว่าไม่ต้องทาน หลังจากนั้นเพียงครูเดียว คนเสื้อแดงก็บุกเข้ามาไล่ล่าภายในโรงแรมรอยัลคลิฟฯ ซึ่งเมื่อตนมองย้อนกลับไปจึงคิดได้ว่า ท่านค่อนข้างจะ “อินไซท์” มีความสนใจและรู้เรื่องราวการเมืองไทยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเสื้อแดงในไทย

รอยล เผยแผนใช้น้ำหน้าแล้งให้ทำนา



วันนี้ ( 13 ต.ค.) นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และจัดสรรน้ำเพื่อดูแลบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ของ กบอ.เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำของประเทศว่าขณะนี้ไม่มีพายุเข้ามาภาคกลางและภาค เหนือแล้ว อาจจะเข้าภาคใต้เพราะเป็นช่วงฤดูมรสุม ทั้งนี้ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าจะมีฝนตกอีกครั้งในช่วง 15-17 ต.ค.นี้มาจากร่องความกดอากาศสูงจากจีน มาปะทะกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ปริมาณฝนที่ตกไม่มากเรียกว่าเป็นปลายฝนต้นหนาวแล้ว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธาน กบอ.ได้วางแผนการใช้น้ำในหน้าแล้งไว้แล้วจากปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่สองแห่ง คือเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ คาดว่าจะมีน้ำ 9,000 กว่าล้านลบม.ซึ่งยืนยันว่าเป็นตามเป้าที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นฤดูฝนว่าจะได้น้ำ ฝนเข้าเขื่อนเท่านี้ และเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในภาคกลาง ซึ่งใช้น้ำสำหรับทำนาปรัง 6-7 ,000 ล้านลบม. และเก็บไว้ 2,000 ล้านลบม. ไว้ใช้ให้กับทำนานาปีก่อนฤดูฝนจะมาในปีหน้า โดยแบ่งน้ำไว้สำหรับการอุปโภค บริโภค 10 เปอร์เซนต์ ซึ่งไม่เกิดการขาดแคลนน้ำแน่นอน ยกเว้นภาคอีสานบางแห่ง ที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินทร์  มีปริมาณน้ำไม่ถึงครึ่ง ต้องเร่งทำความเข้าใจกับเกษตรให้หันไปปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยเช่น ดอกดาวเรืิอง พริกขี้หนู หรือแตงกวา ซึ่งมีรายได้ดีกว่าปลูกข้าวทั้งปี
"ปริมาณน้ำต้นทุนมีให้ทำนาปรังรุ่นแรกได้ไม่เกิน 5-6 ล้านไร่ ต้องช่วยกันใช้น้ำอย่างสมดุลไม่ใช่เห็นมีน้ำในคลองก็ปลูกกันไม่หยุดหากปลูก มากไม่ฟังคำแนะนำไม่มีน้ำให้แน่นอนเพราะเขื่อนมีน้ำแค่นั้น เท่าที่ทราบทุกปีปลูกข้าวนาปรังมากถึง 13 ล้านไร่ต่อครั้งขณะนี้หลายจังหวัดภาคกลางเริ่มลงมือปลูกข้าวกันแล้วขอเตือน ว่าอย่าเสี่ยงปลูกเกินพื้นที่ที่กำหนด จะทำให้ได้ผลผลิตไม่ดีเพราะน้ำมีไม่มาก ชาวนาควรหันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยอีกหลายชนิดที่มีราคาดีกว่าข้าวจะทำให้ลดการ ใช้น้ำด้วยเพราะนาข้าวใช้น้ำมากถึงไร่ละ 1 พันลบม. อยากให้หน่วยงานราชการ ออกชี้แจงชักจูงชาวนาเห็นแนวทางปลูกพืชชนิดอื่นที่มีราคาสูงกว่าและรายได้ มากว่าข้าว เช่นดอกดาวเรือง ทำรายได้ถึงไร่ละ 2 แสนบาทแต่ใช้น้ำเพียง 2-3 ร้อยลบม.ต่อไร่ ขณะนี้เกษตรกรภาคอีสานหันมาปลูกพืชผักกันมากแม้จะมีโครงการจำนำข้าว  ซึ่งถ้าถามว่าเมื่อน้ำไม่พอหน้าแล้งควรสร้างเขื่อนเพิ่มหรือไม่ และจะสร้่างเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ ซึ่งต้องมองทั้งแง่การอนุรักษ์ การใช้น้ำ การป้องกันอุทกภัย เมื่อก่อนประเทศไทยมีประชากร 11 ล้านคนขณะนี้มี 60 กว่าล้านคน ทรัพยากรป่าไม้และน้ำทั้งประเทศเหลือเพียง 30 เปอร์เซนต์ เป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไขว่าจะหาทางออกอย่างยั่งยืนได้อย่างไร"

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources