ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"บิ๊กโอ๋" ซัดปชป.ร้องล้มประชามติ


วันนี้ (20 ธ.ค.) พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์ที่ผ่านมามีการหารือในเรื่องการทำประชามติ ซึ่งเราต้องให้ประชาชนเข้าใจก่อน และตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) บอกจะต้องให้มีผู้มาใช้สิทธ์อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของผู้ที่มาออกเสียงคือ ประมาณ 25 ล้านคน ส่วนจะชนะหรือแพ้เป็นเรื่องของจำนวนที่มาออกเสียง ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ประชาชนคว่ำประชามตินั้น ตนคิดว่าในเรื่องประชามติเขาให้มามองว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่ได้บอกว่าไม่ควรมาลงและไม่อยากให้มา ซึ่งทำไม่ถูกหรอก
"หลายองค์กรให้ความเห็นแล้วว่าจะคว่ำประชามตินั้นไม่ถูกต้อง การพูดเอามันแบบนี้ไม่ถูกต้องหรอก เป็นถึงระดับนั้นแล้วพูดแบบนี้ขี้เท่อ พูดให้คว่ำประชามติแบบนี้ไม่น่าพูดหรอกมันไม่ถูกต้อง"พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
เมื่อถามถึงโอกาสการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ในส่วนตัวมองว่า ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นและไม่เรียบร้อยอย่างไรก็รู้กันอยู่ จะเพิกเฉยไม่แก้ได้อย่างไร อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลใช้หาเสียงไว้ตั้งแต่ต้อน เลือกต้อง ซึ่งที่ผ่านมาพรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นด้วยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การดำเนินการเรามีแนวร่วมพอสมควรโดยมีเหตุมีผลอยู่ชัดเจน
"ผมเชื่อว่าหากแก้รัฐธรรมนูญไปแล้ว จะทำให้ทุกอย่างในประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่เต็มใบมากขึ้น และดีขึ้นแน่นอน องค์กรต่างๆที่ไม่ได้เรื่องได้ราวไม่ได้มาจากประชาธิปไตยแท้ๆจะได้หมดไป แบบนี้ถามว่าจะไม่ดีได้อย่างไร เมื่อเอาหนองออกต้องดีขึ้นไม่ต้องกลัว คนที่ไม่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญต้องมีอะไรแน่นอน อาจไม่ชอบประชาธิปไตยที่เต็มใบ"พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ไม่มีใครหรอกแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคนๆเดียว แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ส่วนรวม มองว่าเพื่อคนๆเดียวแบบนี้ตาแคบ คนพวกนี้มองและผูกพันอยู่คนเดียว ตนว่าเอารูป พ.ต.ท.ทักษิณ ไปแปะหน้าบ้านก็คงกระโดดหนีหมด 

“สดศรี” ไม่หวั่น เลือกตั้งผู้ว่ากทม.


วันนี้ (21 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้ก็เห็นว่าหลายพรรคก็ได้กำหนดตัวผู้สมัครแล้ว แต่ยังต้อรอดูตัวของ 2 พรรคใหญ่ยังไม่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งกกต.ก็ได้มีการตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วไว้ดำเนินการตรวจสอบเก็บข้อมูล ไม่กังวลอะไร เพราะการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ก็เหมือนกับการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วไป อาทิ เลือกตั้งนายกองการบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)  นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดังนั้นเรากกต.ก็ต้อรอดูว่าจะมีการกระทำผิดระหว่างการเลือกตั้งหรือไม่ 

แอร์เบอร์ลินลงฉุกเฉินที่ภูเก็ตยางระเบิดผู้โดยสารปลอดภัย


วันนี้ (20 ธ.ค.)เมื่อเวลา 22.13 น. พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ รรท.ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน ที่สนามบินนานาชาติ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนรันเวย์ พบเครื่องบิน แอร์บัส เอ 330 สายการบินแอร์เบอร์ลิน จอดขวางเลนอยู่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของสนามบิน ต้องใช้รถดับเพลิง ระดมกำลังฉีดน้ำบริเวณล้อหลังเพื่อระบายความร้อนอยู่ตลอดเวลา ส่วนผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน เจ้าหน้าที่สนามบินช่วยกันลำเลียงออกจากเครื่องอย่างอลหม่าน เบื้องต้นปลอดภัย ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด

ด้านนายฉลอด ทองภิบาล อายุ 51 ปี ชาวบ้านอาศัยใกล้สนามบิน เปิดเผยว่า ขณะกำลังทำทานข้าวอยู่หน้าบ้าน เห็นเครื่องบินขึ้นตามปกติ แต่สักพัก ได้ยินเสียงคล้ายพลุระเบิดดังสนั่น ถึง 3 ครั้ง ก่อนมีกลุ่มควันพวยพุ่งมาจากใต้ท้องช่วงล้อหลัง ก่อนร่อนลงฉุกเฉิน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงรถดับเพลิงหลายคันดังไปหมด กระทั่งเครื่องบินที่มีควันออกมาจากใต้ท้องเครื่อง ล่อนลงหายไปหลังต้นไม้

ด้าน พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นตรวจสอบพบว่า เครื่องบินลำดังกล่าว เป็นเที่ยวบิน เอบี 7425 แอร์เบอร์ลิน กำลังบินกลับประเทศเยอรมัน มีผู้โดยสารประมาณ 249 คน ลูกเรือประมาณ 10 คน ขณะบินขึ้นจากสนามบินภูเก็ตได้ไม่นาน นักบินได้รับสัญญาณเตือนขึ้นบนหน้าจอ จึงแจ้งหอวิทยุการบินสนามบินภูเก็ต ขอลงจอดฉุกเฉิน ขณะนำเครื่องลงเกิดอุบัติเหตุยางแตก เกิดไฟลุกท่วมล้อด้านหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดโฟมดับไฟ พร้อมนำตัวผู้โดยสารลงจากตัวเครื่องเป็นการเร่งด่วน ผู้โดยสารปลอดภัยดีไม่มีผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางท่าอากาศยานได้ทำการปิดรันเวย์เพื่อเคลียร์พื้นที่ เบื้องต้นเป็นเวลา 3 ชั่วโมง ตั้งแต่ 22.00 น.ถึง 02.00 น. ส่วนผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ได้ประสานโรงแรมภูเก็ตไอแลนด์ ต.กะรน  เพื่อนำผู้โดยสารทั้งหมดเข้าพัก ก่อน 1 คืน รอทางสายการบินเปลี่ยนเครื่องบินกลับประเทศเยอรมัน ในวันรุ่งขึ้น ส่วนสาเหตุคงต้องรอเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หนึ่ง

ด้านนายสมชัย  สวัสดีผล รอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ ทอท.  กล่าวว่า   เครื่องบินแอร์บัส 330-220 ของสายการบินแอร์เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี บรรทุกผู้โดยสารประมาณ 300 คน ประสบอุบัติเหตุที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตจริง  หลังนักบินเห็นสัญญาณไฟเตือนที่จอหน้าปัด จึงขอลงฉุกเฉิน ขณะร่อนลงบนรันเวย์สนามบินภูเก็ตเกิดยางแตก  ต้องจอดขวางรันเวย์ส่งผลให้ลำอื่นลงไม่ได้กำลังซ่อมแซมอยู่   เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บ หรือเสียชีวิต

สำหรับสายการบินแอร์เบอร์ลิน  ใช้เครื่องบินแอร์บัส เอ330-200 และ 330-300  ล่าสุดเพิ่งร่วมทุนกับสายการบินเอทิฮัด  ให้บริการเที่ยวบินระหว่างอาบูดาบีและเยอรมนีรวม 42 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และบินตรงจากตะวันออกกลางมาจ.ภูเก็ต  7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา  รองรับนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและยุโรป เดินทางมายังสถานที่ท่องเที่ยวภูเก็ต   ปัจจุบันมีผู้โดยสารเดินทางรวมกันต่อปีมากกว่า 40 ล้านคน  มีเครื่องบิน 233 ลำ รวมพนักงานและลูกเรือกว่า 18,000 ชีวิต

“สดศรี” หนุน “เหลิม” แก้รายมาตรา


วันนี้  (21 ธ.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรื เสนอให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าโดยสภาแก้เป็นรายมาตรา แทนการทำประชามติ ว่า ตนเห็นด้วยกับร.ต.อ.เฉลิม ที่เสนอแก้โดยสภาเป็นรายมาตรา เชื่อว่าเป็นการลดความขัดแย้งได้ และที่ผ่านมาในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 เป็นรายมาตรา อาทิ การเลือกตั้งส.ส.จาก เขตเดียว 3 เปรียนเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว แก้เรื่องเปลี่ยนระบบส.ส.บัญชีรายชื่อ และแก้ไขมาตรา 190 โดยเป็นการแก้ไขผ่านสภาไปแล้วไม่มีปัญหาอะไรยุ่งยาก
“ การที่ร.ต.อ.เฉลิม เสนอมานั้นก็เป็นเรื่องที่ดี ที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นมา และการทำประชามติมีข้อวิตกกังวลหลายเรื่อง เรื่องแรกของคือ จำนวนคนที่จะมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ จะเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงหรือไม่ เท่าที่ทราบหลายก็มีความกังวลเรื่องนี้ อีกทั้งเชื่อว่าปัญหาต้องเกิดขึ้นมากมายอย่างแน่นอนเพราะมีคนทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย และนำมาสู่เรื่องร้องเรียนเข้ามากกต.ให้พิจารณาหลายเรื่อง เช่น การหลอกลวง ชักจูงให้ไปลงคะแนนเสียง หรือคัดค้านไม่ให้ไปออกเสียง ที่อาจจะผิดพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ” นางสดศรี กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการมองว่า หากเดินหน้าทำประชามติคิดตามสัดส่วนที่กกต.บอกในว่าต้องคิด2 คะแนนผู้มาออกเสียง 2 ชั้นนั้น อาจจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 165 (2) ตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยไว้ นางสดศรี กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165  ก็ได้มีมาตรา 9 ของ พ.ร.บ.ประชามติ รองรับไว้แล้ว ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้พิจารณาไว้ในคำวินิจฉัยที่ 17 / 2552  ว่า เนื้อหาของพ.ร.บ.ประกอบพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 ทั้ง 45 มาตราที่สภาส่งมาให้พิจารณานั้นมีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญไม่ขัดหรือแย้ง แต่ถ้าหากใครที่ยังสงสัยก็สามรถส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยอีก ได้ ถ้าทางศาลรัฐธรรมนูญก็รับเรื่องดังกล่าวก็จะทำให้การทำประชามติชัดเจนยิ่ง ขึ้น แล้วไม่เกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นมาผู้จะชี้ได้ก็คือศาลรัฐธรรมนูญ

ตำรวจเร่งสืบคดีวางเพลิงสนง.อบต.บาเจาะ


จากกรณี 7 คนร้ายพร้อมอาวุธปืนครบมือบุกเข้าไปวางเพลิง สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลบาเจาะ ซึ่งตั้งอยู่บ้านดูกู ม.3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้รับความเสียหายทั้งหลัง เหตุเกิดในช่วงเที่ยงของวันที่ 20 ธ.ค. 55 ที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า (วันนี้ 21 ธ.ค.)ล่าสุด พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวทางพนักงานสอบสวนได้เตรียมทยอยเรียกข้าราชการและลูกจ้างของ สำนักงาน อบต. จำนวน 13 คน โดยแยกเป็นหญิง 7 คน ชาย 6 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะคนร้ายบุกเข้าไปก่อเหตุ มาให้ปากคำเป็นรายบุคคล ว่าการให้ปากคำของแต่ละคนเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

ในเบื้องต้นมีการให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ไปแล้วบางส่วนว่า คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ก่อนที่จะวางเพลิงอาคารของสำนักงานได้รับความ เสียหายทั้งหลังนั้น มีการบุกเข้าไปประกาศหาข้าราชการที่เป็นคนไทยพุทธ เพื่อต้องการที่จะทำร้าย แต่ข้าราชการคนดังกล่าวได้ลาหยุดในวันเกิดเหตุ จึงถือว่ากลุ่มคนร้ายอุกอาจมากที่บุกเข้าไปในสำนักงานเพื่อก่อเหตุช่วงกลาง วันแสกๆ ทั้งที่สำนักงานตั้งอยู่ในเขตชุมชนมีบ้านเรือนของประชาชนปลูกสร้างอาศัยอยู่ โดยรอบ
พ.ต.อ.ภักดี ยังเปิดเผยอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่า มีนัยยะบางประการที่แอบแฝงหรือไม่ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะสรุปในคดีนี้ได้ โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สันนิษฐานถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นไว้ 2 ประเด็นคือ มาจากปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ และมาจากความขัดแย้งภายในสำนักงาน แต่ถึงอย่างไรเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อจับกุมคนร้ายมาลงโทษต่อไป
สำหรับอาคารสำนักงาน อบต.บาเจาะ ได้ถูกกลุ่มคนร้ายลอบวางเพลิงได้รับความเสียหายทั้งหลัง แต่อาคารของสำนักงาน อบต.หลังใหม่ ซึ่งปลูกสร้างอยู่ข้างโรงเรียนบ้านดูกู
ก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จ เหลือเพียงการเดินระบบน้ำประปาและไฟฟ้าภายในอาคาร ซึ่งคาดว่าในเร็ววันนี้จะเปิดใช้ทำการได้

ปล่อยตัวชั่วคราว"ก่อแก้ว พิกุลทอง"


เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (21 ธ.ค.) ที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวีรังสิต หลังจากศาลอาญารัชดาภิเษกได้อนุมัติคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว  นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.จำเลยในคดีก่อการร้าย เพื่อออกไปปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ในการเปิดสมัยประชุมสภาเป็นวันแรกนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำชั่วคราวหลักสี่มีกลุ่มแนวร่วม นปช.ทยอยเดินทางมารอคอยการปล่อยตัว นอกจากนี้ยังพบสื่อมวลชนจากหลายสำนักที่ ให้ความสนใจมาปักหลักเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วย
ทั้งนี้ หมายปล่อยตัวได้หมายเหตุไว้ว่า การปล่อยชั่วคราวตามรัฐธรรมนูญ ให้มีผลบังคับตั้งแต่วันเริ่มเปิดสมัยประชุมสภา จนถึงวันที่มีการปิดสมัยประชุมสภา ดังนั้นเมื่อถึงวันปิดสมัยประชุมสภา นายก่อแก้วจะต้องมาอยู่ในการคุมขังของหมายศาลอาญาอีกครั้ง นอกเสียจากนายก่อ แก้วจะได้รับการปล่อยชั่วคราวตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญาในการยื่นประกัน ใหม่ หรือการยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม นายก่อแก้วถูกศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันที่ 30 พ.ย. เนื่องจากเห็นว่านายก่อแก้วได้กระทำการเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการประตัว จากการแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภาเป็นถ้อยคำที่มุ่งเน้นส่งผลร้ายต่อศาลรัฐ ธรรมนูญ มีลักษณะข่มขู่ คุกคาม และกดดันศาล และแสดงให้เห็นถึงการยุยง ปลุกปั่น ปลุกระดมประชาชน ซึ่งไม่ใช่การคาดการณ์หรือแสดงความคิดเห็น

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานนปช.ซึ่งเดินทางมารับตัวนายก่อเเก้ว กล่าวว่า จะรับตัวนายก่อเเก้วเพื่อไปร่วมงานคอนเสิร์ตเสื้อเเดงรณรงค์เเก้ไขรัฐ ธรรมนูญที่โบนันซาเขาใหญ่ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะระมัดระวังการพูดนบเวทีให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขศาล

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. นายก่อแก้วก็ได้รับการปล่อยตัว เดินออกมาจากเรือนจำหลักสี่ พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ขอขอบคุณพี่น้องเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจและเยี่ยมเยียนและพี่น้องเสื้อแดงคน อื่นที่อยู่ในเรือนจำหลักสี่จำนวน 23 คน ถือเป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้ตนที่อยู่ในความทุกข์ได้มีความสุข เป็นกำลังใจให้ยืนหยัดต่อสู้ ทั้งนี้ ขอยืนหยัดต่อสู้ต่อไปโดยไม่แข็งกร้าว เพราะติดคุกมาแล้ว 2 รอบน่าจะพอแล้ว เพราะก็ติดมาเท่าเทียมคนอื่นเขา ทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่า เลยไม่อยากติดคุกล้ำหน้าคนอื่นเขา ชีวิตนี้ไม่คิดร้ายต่อใคร ไม่ทำผิดกฎหมาย แต่หากพูดแล้วไม่ถูกต้องต่อไปก็จะระมัดระวังมากขึ้น เมื่อได้พูดออกไปแล้วก็พร้อมรับผิดชอบ และพูดไปอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่หากศาลมองอีกมิติหนึ่งก็ยินดีน้อมรับ พร้อมแก้ไขและระมัดระวังมากขึ้น
"ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องห่วงเพราะผมเป็นแกนนำที่ประนีประนอม ยืนหยัดในหลักการ ทั้งนี้ผมขอให้เสื้อแดงทุกคนต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ความถูกต้องของบ้านเมือง นี้ ขอให้ร่วมกันแก้ไขไม่ใช่แก้แค้น ให้ประเทศได้เดินหน้าหลังจากติดหล่มมากว่า 6 ปี และขอฝ่ายค้านช่วยประเทศไทยไม่ให้เสียเวลา ขอให้ก้าวข้ามทักษิณเช่นกัน ทางเสื้อแดงก็ขอให้ก้าวข้ามอภิสิทธิ์ เพื่อประเทศไทยและลูกหลาน" นายก่อแก้ว กล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ดูหนังออนไลน์ The Deul พายุดาบดวลสะท้านฟ้า [HD Master]




Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources