ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

“หมวดเจี๊ยบ”หวังเลือกตั้งซ่อมพม่ายุติธรรม


วันนี้( 31 มี.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย  แถลงว่า ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ จะมีการเลือกตั้งซ่อมที่ประเทศพม่า  ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่งที่ต่อสู่เพื่อความเป็นธรรม ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย มีความยินดีและสนับสนุนที่จะได้เห็นการเลือกตั้งซ่อมในประเทศพม่า และหวังว่าจะเห็นกระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เคารพเสียงประชาชน ซึ่งพรรคเพื่อไทยชื่นชมที่ทุกฝ่ายในประเทศพม่า ให้ความสำคัญ เพราะจะเป็นการเริ่มต้นสู่กระบวนการปรองดอง สะท้อนให้เห็นความสามัคคีของคนในชาติ รองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งยังหวังที่จะเห็นบรรยากาศปรองดองเกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

ปธ.สภาชี้รายงานกมธ.ปรองดองฯจ่อวาระ4เม.ย.นี้


วันนี้ 31 (มี.ค.) นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าภายหลังจากที่ที่ประชุมรัฐสภา มีมติอนุญาตให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณารายงานแนวทางการสร้างความปรองดอง ของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ (กมธ.ปรองดอง) ในสมัยสามัญนิติบัญญัติได้แล้ว ขณะนี้รายงานฉบับดังกล่าวได้บรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุม ที่ 4 เม.ย. นี้ โดยอยู่ในลำดับที่ 4.2 เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ ส่วนจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาทันทีที่เปิดประชุมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะให้ความเห็นร่วมกัน
 
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่าตนต้องขอความร่วมมือสมาชิกในสภาฯ ให้รักษากฎ ระเบียบการประชุมด้วย เพราะสิ่งใดที่ไม่ได้ดั่งใจ จะมาโวยวายไม่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายวารินทร์ อัฐนาค รองหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ได้ยื่นเรื่องถึงตน ฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมฯให้สอบเรื่องจริยธรรมของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่เข้าไปล้อมพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ฐานประธานกมธ.ปรองดอง เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา แสดงว่าเป็นการกระทำที่คนมองเห็นว่าไม่เหมาะ ไม่ถูกต้อง
 
ด้านนายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้หารือว่าในการประชุมสภาฯ วันที่ 4 เม.ย. จะขอเลื่อนวาระพิจารณารายงานของกมธ.ปรองดอง ขึ้นมาพิจารณาก่อนหรือไม่ อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นประเด็นที่ต้องหารือเร่งด่วน ส่วนตัวมองว่าหากมีแนวทางที่จะสร้างความปรองดอง หรือ ทำประโยชน์ได้จะรั้งรออะไรอีก อย่างไรก็ตามกระบวนการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ไม่ได้มีผลผูกมัดว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องไปดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมทันที
 
นายอุดมเดช กล่าวต่อว่า ตนเห็นด้วยกับกรณีที่พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล แห่งสถาบันพระปกเกล้า ระบุว่าหลังจากที่สภาฯ เห็นชอบรายงานกมธ.ปรองดองแล้ว ก่อนการนำไปปฏิบัติ ควรเปิดสานเสวนาประชาชนทุกจังหวัดก่อน ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวนั้น กมธ.ปรองดอง ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร จึงไม่สามารถทำได้ ต้องให้ที่ประชุมสภาฯ เป็นผู้พิจารณา ว่าให้รัฐบาล หรือหน่วยงานใดจัดเสวนาต่อไป อย่างไรหรือไม่ หรือฝ่ายรัฐบาลอาจให้ทางสภาฯ เดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป
 
นายอุดมเดช ในฐานะกมธ.ปรองดองฯ กล่าวว่า เพื่อให้การชี้แจงในสภาฯ เป็นไปอย่างเรียบร้อยและยุติความวุ่นวาย  เป็นหน้าที่ของพล.อ.สนธิ และ นายชวลิต วิทยสุทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะเลขากมธ.ปรองดอง ต้องไปหารือกัน อย่างไรก็ตามตนมองว่าประเด็นความวุ่นวายที่จะเกิดนั้น เป็นเพราะสมาชิกสภาฯ คิดไกลเกินไป ผลในทางปฏิบัติใดๆ ยังไม่เกิดขึ้น
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

ด่วน!บึ้มสนั่น“ลีการ์เด้นฯ”หาดใหญ่ผู้บริสุทธิ์เจ็บระนาว


วันนี้ (31 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุระเบิดภายใน ลี การ์เด้น พลาซ่า โฮเต็ล โรงแรม และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ กลางเมืองหาดใหญ่ ย่านธุรกิจของ จ.สงขลา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหาดใหญ่ เร่งเข้าตรวจสอบแล้ว

เบื้องต้น ทราบจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนของห้างสรรพสินค้า เป็นร้านขายเสื้อผ้า มีรายงานคนเจ็บทันที 20-35 คน ส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิด และถูกไฟลวก ขณะนี้นำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเป็นการด่วน

สำหรับระเบิดที่คนร้ายใช้สร้างความไม่สงบครั้งนี้ คาดว่า น่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีการจุดชนวนจากรีโมท โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้สั่งการทางวิทยุอย่างเร่งด่วนให้ตำรวจทุก สภ.ในพื้นที่ จ.สงขลา เร่งตรวจสอบ และเฝ้าระวังห้างสรรพสินค้า และโรงแรมต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน เนื่องจากหวั่นว่าอาจจะมีการก่อเหตุในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก เบื้องต้น อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหาย และสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเป็นฝีมือของพวกก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่ ซึ่งจะรายงานให้ทราบต่อไป
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

คาร์บอมกลางเมืองยะลาตายพุ่ง8ศพเจ็บเพียบ


ระอุ ขบวนการก่อความไม่สงบ จุดชนวนคาร์บอมบ์ จยย.บอมบ์ กลางเมืองยะลา ยอดตายพุ่ง 8 ศพ เจ็บกว่า 60 ราย
วันนี้ (31 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณสีแยกถนนจงรักตัดกับถนนรวมมิตร ซึ่งถือเป็นย่านการค้าสำคัญในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา 3 จุดในเวลาใกล้เคียงกัน โดยสันนิษฐานว่า การก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของพวกก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัด ชายแดนใต้ ก่อเหตุลักษณะใช้ คาร์บอมบ์ 1 จุด รถจยย. บอมบ์ 2 จุด เนื่องจากพบรถกระบะ และรถจยย. พลิกและคว่ำอยู่สภาพไหม้เกรียม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ศพ เจ็บกว่า 60 ราย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวคนเจ็บส่ง รพ.ใกล้เคียงโกลาหล  อีกทั้งเหตุระเบิดดังกล่าว ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามบ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงที่เกิดเหตุด้วย

จาก การสอบสวนทราบว่า คนร้ายได้วางระเบิดจุดแรกที่  โดยใช้เป็น จยย.บอมบ์ ใกล้เคียงร้านคาราโอเกะ เพื่อเป็นการลวงให้ทีมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ จากนั้นเมื่อทีมช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ คนร้ายจึงกดระเบิดลูกที่สอง ซึ่งเป็น รถจยย. บอมบ์ และตามด้วยลูกสุดท้าย ที่บริเวณสี่แยกใจกลางเมืองใกล้กับโรงแรมปาร์ควิว เป็นคาร์บอมบ์ ซึ่งเหตุระเบิดแต่ละจุดระยะห่างกันประมาณ 20 เมตร ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายเป็นการด่วนแล้ว
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

เสวนา"ซูโด"อึ้ง..ธาริตแฉได้หลักฐานมีชื่ออดีตรมต.ด้วย


วันนี้ (31 มี.ค.) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิสรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้จัดราชดำเนินเสวนาในหัวข้อ “ชำแหละยาซูโดร่องหน ใครต้องรับผิดชอบ?” โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอทำงานต่อเนื่องจากคณะทำงานฯ ชุดนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ประธานคณะทำงานป้องกันปราบปราม ฟื้นฟูและเยียวยาด้านยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข และ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งดูแลคดีนี้ มีโรงพัก 8 แห่งที่สอบสวนอยู่และได้ข้อมูลพอสมควร
ขณะนี้มีความชัดเจนว่าวัตถุประสงค์การลักลอบยาแก้หวัดผสมซูโดอีเฟดรีนเพื่อนำไปผลิตเป็นสารตั้งต้นผลิตยาบ้าและยาไอซ์ เพราะเป็นวัตถุดิบที่ต้นทุนต่ำ โดยยาที่ลักลอบออกจากระบบสาธารณสุข เป็นเพียง 17% ของยาที่นำไปผลิตทั้งหมด ที่เหลือเป็นการลักลอบนำเข้าสูงถึง 83% โดยเฉพาะทางด่านสุวรรณภูมิ เนื่องจากมีหลายประเทศไม่ได้ควบคุมการส่งออกยานี้อย่างเข้มงวด โดยหิ้วเข้ามาเหมือนกับเครื่องสำอาง โสมสกัด และสินค้าทั่วไป แม้บริเวณด่านจะมีศุลกากรทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ก็ยังมีปัญหาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทำให้มีการหิ้วกันอย่างสบายใจ กระเป๋าใบหนึ่งมีเป็นหมื่นเป็นแสนเม็ด รวมถึงหิ้วผ่านด่านชายแดนภาคใต้ ดังนั้นเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาตรงนี้

นายธาริต กล่าวต่อว่า ตัวเลขยาแก้หวัดที่ถูกจับจากการลักลอบนำเข้าไม่ใช่น้อย เรื่องนี้ต้องคุยกันอย่างซีเรียสเพราะคนดูแลที่ด่านมิใช่ อย. หน่วยงานเดียว และเท่าที่มีข้อมูล อย.ถูกกีดกันด้วย ดังนั้นต้องเรียกร้องผู้รับผิดชอบด่านทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นศุลกากร ตม. ต้องเอาจริงเอาจังมากกว่านี้ มิฉะนั้นก็ยังขนกันอยู่
 
นายธาริต กล่าวว่า ส่วนตัวอักษรย่อผู้ที่เกี่ยวข้องและเปอร์เซ็นที่ปรากฎเป็นข่าว เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ได้รับจากนายพสิษฐ์ ทางดีเอสไอตั้งสมมุติฐาน 2 ข้อจากข้อความประมาณ 5 บรรทัด คือ 1.อาจเป็นไปได้ว่า จะมีการแบ่งปันยาและส่งมอบกันไป เพื่อนำไปสู่กระบวนการช็อปปิ้งยาและนำไปผลิตยาเสพติดโดยตรง และ 2.เป็นการแบ่งปันผลประโยชน์หรือคอมมิชชั่น ข้อมูลนี้มีนัยสำคัญแน่นอน แต่ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าจะเป็นสมมุติฐานใด และการเชี่ยมโยงเกี่ยวกับผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุขและนักการเมืองทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุขจึงต้องตรวจสอบในเชิงลึก และขณะนี้ได้ตรวจการใช้โทรศัพท์ เส้นทางการเงิน ถ้าตรวจออกมาเป็นการแบ่งปันยาจะเป็นหน้าที่ดีเอสไอ แต่ถ้าเป็นแบ่งคอมมิชชั่นจะเป็นความผิดอีกสถานหนึ่งเป็นโทษทางวินัย ซึ่งความรับผิดชอบดีเอสไอทำคดีอาญาต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอจนสิ้นสงสัย เพราะฉะนั้นดีกรีการแสวงหาพยานหลักฐานต้องมาก ส่วนเรื่องทางวินัยอ่อนกว่าเยอะซึ่งไม่เกี่ยวกับดีเอสไอ
ส่วนตัวคิดว่า การสอบทุจริตทางวินัยหรือการสอบเรื่องความไม่ถูกในกระทรวงสาธารณสุข ต้องสอบในภาพรวมด้วย เพราะที่ผ่านมากระทรวงสอบแยกเป็นโรงพยาบาล ทำให้ไม่เชื่อมโยงไปยังผู้หลักผู้ใหญ่ กลายเป็นข้อจำกัดการสอบทั้งกระบวนการเพื่อขยายผล ตนเห็นว่า ควรจะมีการจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนแบบรวมศูนย์ และดึงคนนอกเข้าไปร่วมด้วย เช่น การสอบที่อาจจะพัวพันไปถึงผู้ใหญ่ในบางกระทรวง อาจจะเชิญ อัยการสูงสุด ดีเอสไอ กรมบัญชีกลาง เข้าไปร่วมด้วย
 
“ตอนนี้การแก้ไขปัญหายาหวัดเป็นการแก้เฉพาะส่วน แต่การแก้ทั้งระบบลักลอบยามีการแก้หรือยัง และคิดจะแก้หรือไม่ ส่วนใหญ่เป็นการแก้ปลายเหตุเอาคนทำผิดมาลงโทษที่ป้องปรามได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องแก้ที่ระบบ คนที่รับผิดชอบระบบต้องร่วมกันปรับปรุง ทั้งศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และ อย. ส่วนปัญหาที่เกิดจากระบบสาธารณสุข ตั้งแต่ผู้บริหารลงไป ผู้ตรวจราชการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาล ลงไปถึงผู้ปฏิบัติก็ว่ากันไป” นายธาริต กล่าว

นายธาริต กล่าวด้วยว่า กรณีหลักฐานรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ 5 บรรทัด ไม่ว่าจะสมมุติฐานใดใน 2 ข้อ ก็ผิดอยู่ แต่ดีเอสไอจะทำได้เฉพาะคดีอาญา ส่วนคอมมิชชั่นยาจะพิจารณาว่าเกี่ยวเนื่องเกี่ยวกันหรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวเราก็มีทางเลือกคือส่งให้ตำรวจ และเสนอบอร์ดกรรมการคดีเศษเพิ่มอีกคดีหนึ่งขึ้นมา เมื่อถามว่า จะมีการเรียกผู้ที่มีชื่อทั้งหมดมาให้ข้อมูลหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบเชิงลึกแล้ว ตามชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หลักฐานทางการเงิน จากนั้นจะเรียกมาสอบในฐานะพยายานเพื่อดูว่ามีข้อแก้ตัวอย่างไร ก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งตามหลักการตรวจสอบข้อมูลตรงนี้จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน แต่กรณีนี้อาจเร็วขึ้น

“ปัญหายาแก้หวัดที่หายไปจาก รพ.น่าเชื่อว่าเป็นการช็อปปิ้งยา รวบรวมยาเพื่อนำไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด คิดว่าน่าจะรู้เห็นเป็นขบวนการเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำส่งให้ผู้ผลิตยาเสพติดรายเดียว ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิด พ.ร.บ.ยา พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ดังนั้นในช่วงบ่ายจันทร์ที่ 2 มี.ค.ดีเอสไอจะประชุมร่วมกับพันธมิตร 9 แห่งเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป”นายธาริต กล่าวและว่า ในช่วงเช้าเวลา 10.00 น. ดีเอสไอจะแถลงเรื่องปัญหาการทุจริตเบิกจ่ายยาใน รพ.ต่าง ๆ ด้วยซึ่งมีมูลค่าหลายล้าน

ต่อข้อถามว่า ยาแก้หวัดที่หายไปจาก รพ.ดูเหมือนคนรับผิดอบมีเพียงเภสัชกรเท่านั้น นายธาริต กล่าวว่า กรณี ผอ.รพ.เราไม่ทิ้งประเด็นนี้ เพราะเป็นหัวหน้าส่วนราชการที่รับผิดชอบดูแล ดังนั้นต้องพิสูจน์ความรับผิดชอบต่อไป ดีเอสไอก็ต้องการปลาใหญ่ อาจจะไม่ได้หมายถึงแค่ ผอ.รพ. อาจจะไปถึงผู้ใหญ่กว่านั้นในกระทรวงสาธารณสุข เพราะชื่ออักษรย่อมันเชื่อโยงไปถึงผู้ใหญ่ในกระทรวงตั้งแต่อดีตรัฐมนตรี ตามชื่อที่ตรวจสอบพบ ดีเอสไอก็ไม่อยากเห็นการดำเนินการที่ได้แต่ปลาซิว ปลาสร้อย ซี 3 ซี 4 เพราะมันน่าจะมีกระบวนการไฟเขียว หรือเอื้ออำนวยให้กระทำผิด มิฉะนั้นคงไม่กล้าทำหลาย รพ. และหลายแห่ง ทั้งนี้อยากฝากผู้กระทำผิดว่า อย่าหนี ขอให้มาเป็นพยานให้ดีเอสไอ เมื่อถามว่าคิดว่าเภสัชกร รพ.อุดรธานียังมีชีวิตอยู่หรือไม่นายธาริต กล่าวว่า เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่
นายธาริต กล่าวว่า อยากฝากว่า กรณียาหายไปจาก รพ.เรื่องวินัยและทางการปกครองควรดำเนินการไปเลย ไม่ควรรอคดีอาญา เพราะถ้ารอคดีอาญารอเป็น 10 ปี ตนคิดว่ามันน่าจะมีการสอบสวนข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่ รพ. เพราะนั่นสอบตัวเล็ก แต่น่าจะมีการสอบสวนมากกว่านั้น และดึงคนนอกเข้าไปร่วมด้วย

ด้าน ภก.ประพนธ์ อางตระกูล ผอ.กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่าการลักลอบนำเข้ายาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนมีมานานแล้ว ในปี 2553 มีการจับกุมยาแก้หวัดสูงถึง 33 ล้านเม็ด เป็นการลักลอบนำเข้ากว่า 30 ล้านเม็ด การลักลอบนำเข้ามีหลายวิธี ที่นิยมคือส่งผ่านมาทางคลังสินค้าแต่แจ้งว่าเป็นเครื่องครัวใช้แล้ว บางครั้งเข้าทางชายแดนภาคใต้ และภาคเหนือ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนประเทศเส้นทางที่นำเข้าจากประเทศที่ถูกจับตาเข้มงวดไปยังประเทศอื่นที่ไม่มีการเข้มงวด หรือสนามบินสุวรรณภูมิถูกจับตามากก็ไปลงที่สนามบินอื่น ตรงนี้เป็นปัญหามาก เพราจะมีการเปลี่ยนกลวิธีไปเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ปี 2554 ปัญหาการลักลอบก็ดีขึ้น ตัวเลขการลักลอบเหลือไม่ถึง 10 ล้านเม็ด โดยประเทศที่ลักลอบนำเข้าหลัก ๆ มีเพียง 2 ประเทศ
 
ภก.ประพนธ์ กล่าวต่อว่า ในวันจันทร์ที่ 2 เม.ย. ทาง อย.จะมีการเสนอให้นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ลงนามประกาศยกระดับยาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท2 และคาดว่าจะลงราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. เป็นต้นไป ทั้งนี้หลังจากที่ประกาศให้ยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟดรีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทแล้ว ในส่วนของคลินิกและ รพ.เอกชนจะต้องคืนยาที่อยู่ในสต็อกให้กับบริษัทยาภายใน 30 วันแต่หากประสงค์ที่จะใช้ต่อจะต้องยื่นขอใบอนุญาตครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท โดยในพื้นที่ กทม.สามารถยื่นขอได้ที่ อย.ส่วนต่างจังหวัดให้ยื่นได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ซึ่งจะได้รับใบอนุญาตภายใน 3 วัน และในส่วนของบริษัทยาจะต้องยุติการผลิตยกเว้นการขออนุญาตจากอย.
โดยที่ผ่านมามีบริษัทยาที่ผลิตยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟดรีนจำนวน 63 แห่ง นอกจากนี้จากการตรวจสอบสต็อกยายาแก้หวัดที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟดรีน วัตถุดิบที่เหลืออยู่ อย.มีประมาณ 20 ตัน ในส่วนของบริษัทยาพบว่ายังเหลือประมาณ 66 ล้านเม็ด สำหรับใน รพ.ตอนนี้ยังตรวจสอบไม่เสร็จแต่คาดว่าจะเหลือประมาณ 20 ล้านเม็ด โดยทางอย.จะอนุญาตให้ใช้ยาดังกล่าวต่อไปได้อีก 1 ปี และหลังจากนั้นจะต้องทำลาย
 
ภก.ประพนธ์ กล่าวว่า ในส่วนของชาวต่างชาติที่จำเป็นต้องพกยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟดรีน หลังประกาศเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ต่อจิตประสาทจะพกติดตัวนำเข้าประเทศไดไม่เกิน 30 วัน อย่างมากไม่เกิน 140 เม็ด และต้องมีใบรับรองแพทย์ซึ่งเรื่องนี้ปกติชาวต่างชาติที่จะเข้าประเทศจะทราบหลักเกณฑ์อยู่แล้ว
 
ด้านนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ประธานคณะทำงานป้องกันปราบปราม ฟื้นฟูและเยียวยาด้านยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุขเกิดจากบุคคล ไม่ได้เกิดจากระบบ และตัวบุคคลที่ก่อให้เกิดปัญหาเป็นระดับปฏิบัติการเป็นส่วนใหญ่ ส่วนกรณีที่นายธาริตเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดไม่ใช่แยกสอบราย รพ.เพื่อจะได้เห็นภาพเชื่อมโยงกัน โดยดึงคนนอกเข้าไปร่วมด้วยนั้น ตนจะรับไปเสนอ รมว.สาธารณสุข เพราะอย่างที่บอกว่าการดำเนินการเอาผิดทางอาญายาก แต่การดำเนินการทางวินัยหรือปกครองจะง่ายกว่า
 
นายพสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก วาระนี้เป็นวาระแห่งชาติ เมื่อ 17% ของยาแก้หวัดที่นำไปผลิตยาเสพติดหลุดรอดไปจากกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นเป็นหน้าที่ที่จะแก้ปัญหาทุกอย่าง นอกจากนี้จะต้องป้องกันในอนาคตด้วย เพราะถ้าไม่แก้ไขปัญหาอาจจะเป็นบูมเบอแรงกลับมาชนกระทรวง
 
“ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข ยอมรับว่า มีความโปร่งใสในระดับที่ยอมรับได้ 99 % โดยมีเพียง 0.1% เท่านั้นมีปัญหา แต่จะเป็นข้าราชการระดับใดบ้างนั้นต้องขึ้นอยู่กับหลักฐาน ซึ่งทาง สตง.เองก็ส่งคนมาประจำที่กระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นในวันที่ 11 เม.ย. คณะทำงานฯจะประชุมกันในเรื่องนี้ โดยเชิญรักษาการผู้ว่าฯ สตง.มาให้ความรู้และบูรณาการร่วมกัน เชื่อว่าปัญหาต่าง ๆ จะค่อย ๆ คลี่คลาย เพราะทำเร็วไม่ได้เดี๋ยวปลาจะช็อกน้ำ อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ปิดห้องคุยกับ รมว.สาธารณสุข ซึ่งท่านพูดชัดเจนว่า ถ้าถึงใครท่านไม่อุ้มแน่ ตนก็จะได้ทำงานอย่างสบายใจ ตอนนี้ความผิดของตนมีข้อเดียวคือทำงานตรงไปตรงมาเกินไป

นายพสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ในวันจันทร์ที่ 2 เม.ย. คณะทำงานฯจะลงพื้นที่ รพ.เอกชน 2 แห่ง เนื่องจากมียาหายไปกว่า 9.2 แสนเม็ด นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ภาคใต้ด้วย เนื่องจากได้รับรายงานจาก น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บางแห่งมีความน่าสงสัยเรื่องการใช้ยาเพราะ รพ.อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดแต่มีการสั่งซื้อยาดังกล่าวสูงมาก
 
เมื่อถามถึง รพ.วชิระพยาบาลที่มีการนำเสนอข่าวข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายพสิษฐ์ กล่าวว่า ต้องขอดูรายละเอียดก่อน ยังไม่ตรวจสอบเชิงลึก ต่อข้อถามว่า กรณีที่มีการพบรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์โยงใยไปถึงอดีตรัฐมนตรี นายพสิษฐ์ กล่าวว่า แต่คณะทำงานของตนเจออะไรก็นำเสนอไปตามนั้น ถ้าไปตรวจตาม รพ.อื่น ๆพบอีก ก็ต้องรายงานอีก แต่คิดว่าคงไม่เหลือแล้ว.

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

"ในหลวง"ทรงสถาปนาพระเกียรติยศ "เจ้าฟ้าเพชรรัตน



วันนี้(31 มี.ค.) พระ บาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระอนุสรณ์ถึง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2554 ว่าเป็นพระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ เป็นสมเด็จพระปิตุลาธิราช และเป็นพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ ผู้เป็นที่เคารพนับถือในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อเสด็จสิ้นพระชนม์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประดิษฐานพระ ศพไว้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานเป็นลำดับมา บัดนี้ ถึงวาระที่ จะได้พระราชทานเพลิงพระศพเป็นอวสานแห่งการพระราชกุศล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีขึ้น ทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอพระองค์นั้น ทรงพระเกียรติคุณ เป็นที่เชิดชูแห่งพระราชวงศ์ อีกทั้งทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน นานัปการ ควรได้รับพระเกียรติยศใหญ่ขึ้น โดยอนุโลมตามโบราณราชประเพณี
จึง มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพนักงานจัดสัปตปฎลเศวตฉัตร กางกั้นพระโกศ พระราชทานเป็นเครื่องเพิ่มเติมพระเกียรติยศให้ปรากฏสืบไป ประกาศ ณ วันที่ 25 มี.ค. 2555 เป็นปีที่ 67 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศสถาปนาพระเกียรติยศ ลงในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 31 มี.ค. 2555
ใน ช่วงเช้าที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมการฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ผู้นำเหล่าทัพ และคณะผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการฝึกซ้อม ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เฝ้าชมริ้วขบวนพระอิสริยยศเต็มสองข้างทาง โดยการฝึกซ้อมเป็นไปอย่างราบรื่นดี 
น.ส.สุธิตา  แสนสวาท  ประชาชนที่เดินทางมารับชมการซ้อมริ้วขบวน กล่าวว่า เดินทางออกจากบ้านย่านดอนเมืองตั้งแต่เวลา 07.00 น.  เพื่อมาเฝ้ารอชมริ้วขบวนพระอิสระยศ และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นสิ่งสวยงามในรูปแบบงานพระราชพิธีแบบนี้  ซึ่งตนมีความรู้สึกประทับใจที่ได้มาเห็นการซ้อมใหญ่ครั้งนี้ด้วยตัวเอง
ขณะ ที่นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมนีรายหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกอัศจรรย์ใจที่ได้เห็นพระราชพิธีอันทรงเกียรติ โดยริ้วขบวนมีความสวยงามอย่างมาก ซึ่งตนก็ได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกไว้ด้วย
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

ตะลึงซองยาแก้หวัด10ล้านเม็ดซุกป่าเชียงใหม่



วันนี้ (28 มี.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยหลังเข้าพบ นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เพื่อขอข้อมูลในการตรวจสอบโรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลเอกชนถึงความผิดปกติในการสั่งซื้อ สั่งจ่ายยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน ว่า การทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขต่อจากนี้มี 2 เรื่องคือ 1. คดีการหายไปของยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน ซึ่งมีการทำงานร่วมกันในลักษณะสนธิกำลัง มีกฎหมายของดีเอสไอเป็นกฎหมายกลางให้แต่ละหน่วยยึดถือร่วมกัน และจากนี้ไป กระทรวงสาธารณสุข อย. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  จะสนธิกำลังทำเรื่องนี้ให้จบ 2.การเพิ่มฐานความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขจะกลายเป็นคดีพิเศษโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องเข้าคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษอีกต่อไป มี 9 ฐานความผิด แนบ ท้ายพ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 คือ คดีเกี่ยวกับยา เครื่องสำอาง วัตถุเสพติด วัตถุอันตราย และอาหาร คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย.
“มีข้อสังเกตส่วนตัวว่าอยากให้พวกเราเชื่อมั่นของระบบสาธารณสุขเมืองไทย ความทุ่มเทของบุคลากรในสาธารณสุขซึ่งดีมาตลอดต่อชาติบ้านเมืองเรา เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการกระทำของคนบางคนเท่านั้น ซึ่งเราจะดำเนินการตามกฎหมาย ความจริงทำงานกันมาล่วงหน้ามาพอสมควรแล้ว และจากนี้ไปก็จะทำงานในเชิงลึก และจะทำความจริงให้ปรากฏ” นายธาริต กล่าวและว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งต้องขอเวลาให้เราทำงานก่อน ขณะนี้สามารถต่อจิ๊กซอว์ได้ภาพใหญ่พอสมควร เหลือเพียงลงรายละเอียดเชิงลึกว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง คาดว่าปลายเดือนเม.ย.น่าจะได้คำตอบในระดับหนึ่ง ส่วนที่ว่าจะเกี่ยวข้องกับใครหรือไม่นั้นคือการเกี่ยวข้องมีหลายระดับ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งไประบุว่าอะไรเป็นอะไรต้องดูตามข้อเท็จจริงเป้าหมายการทำงานของเราคือดูว่า เชื่อมโยงไปถึงใคร  ซึ่งได้ติดตามมาตลอดตามเส้นทางการเงิน ทางโทรศัพท์  โดยใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเต็มรูปแบบและสนธิกำลังพอสมควร ขณะนี้มีคนที่อยู่ในข่ายเกี่ยวข้องเยอะเรารู้หน้าตาว่าเป็นใครที่มีส่วนในการช็อปปิ้งยา  แต่ไม่ขอเปิดเผยว่ามีจำนวนกี่คน
ด้านนายพสิษฐ์ ในฐานะประธานคณะทำงานป้องกันปรบปราม ฟื้นฟูและเยียวยาด้านยาเสพติด กล่าวว่า เบื้องต้นได้มอบหลักฐานของโรงพยาบาลที่ได้ลงไปตรวจสอบ รวมถึงหลักฐานที่อาจจะเชื่อมโยงไปถึงคนใกล้ชิดผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขให้กับนายธาริตแล้ว ทั้งนี้เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะคลี่คลายในเร็วๆนี้ และยืนยันว่าคณะทำงานจะทำการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป เบื้องต้นพบว่ามีความผิดปกติในโรงพยาบาลอีก 8 แห่งที่ตัวเลขไม่ตรงกัน  แต่ตอนนี้ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด ต้องตรวจสอบรายละเอียดต่อไป ผอ.รพ. ไม่ต้องกังวล เพราะจะจับปลาตัวใหญ่
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ยินดีให้การสนับสนุนการประสานงานร่วมกับดีเอสไอในทุกเรื่องเพื่อให้ประชาชนสบายใจ ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ตอนนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายทุกอย่าง.
ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ขัดข้องที่ดีเอสไอเข้ามาดำเนินการ เพราะที่ผ่านมาเกรงว่าถ้าเป็นคดีทั่วไปอาจจะมีปัญหาเรื่องการสอบสวน แต่ดีเอสไอสามารถสอบสวนในเชิงลึกและขบวนการโยงใยการผลิตยาและที่มาของเงินด้วย ซึ่งได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ประสานงานกับดีเอสไอ อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณตามแนวชายแดนไทย – ลาว ส่วนที่มีข่าวว่าคนใกล้ชิดรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนั้น เท่าที่ตรวจสอบยังไม่มีปัญหาอย่างนั้นแต่ยอมรับว่าคนชื่อวิทยา มีจำนวนมาก และอาจมีคนที่ชื่อเดียวกับแต่ไม่ใช่ตนแน่นอน
ขณะที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร. กล่าวปฎิเสธกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้ความรว่มมือกรมสอบสวนคดีพิเศษในการทำคดียาแก้หวัดดังกล่าว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนรวม ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็น ปปส.ปปง. หรือแม้กระทั่งตำรวจเองหากเรารู้ก็ต้องดำเนินการ เรื่องเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความร่วมมือจึงไม่เป็นความจริง
ที่ จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.วันชัย รณชาติชัย ผกก. สภ.กมลาไสย เปิดเผยว่า ขณะนี้เภสัชกรรมโรงพยาบาลกมลาไสย ผู้ต้องหาเริ่มให้การที่เป็นประโยชน์และได้ซัดทอดแหล่งปล่อยยาที่จังหวัดร้อยเอ็ด จึงทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าอาจจะถูกตัดตอน เพื่อไม่ให้สาวไปถึงขบวนการใหญ่ ซึ่งทางตำรวจพื้นที่พร้อมที่จะเข้าคุ้นกันความปลอดภัยทันทีหากมีการร้องขอมา แต่ทราบว่าขณะนี้เภสัชกรรม ผู้ต้องหา ได้ไปช่วยราชการที่กระทรวงสาธารณสุขจึงยังไม่ได้ประสานมา ทั้งนี้ ในด้านของสำนวนทางสภ.กมลาไสย โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆครบสมบูรณ์ และชัดเจนแล้วว่าเภสัชมีการกระทำผิดนำยาออกไปโรงพยาลจริง โดยเบื้องต้นได้รับการประสานจาก ดีเอสไอ จะมารับสำนวนผลสอบในวันที่ 30 มี.ค.ซึ่งได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว
ที่ จ.อุดรธานี นาย อังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เจ้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้เข้าพบ พ.ต.ท.มนัส อัดโดดดร  สารวัตรเวร  สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าของคดีนายสมชาย แซ่โค้ว เภสัชกรชำนาญการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่ได้ทุจริตยักยอกยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟดรีนกว่า 7 ล้านเม็ด จากคลังยาของโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อรับสำนวนการสอบสวน นอกจากนี้ยังเดินทางไปรับสำนวนคดีเรื่องยาในพื้นที่  7 จังหวัด คือ อุดรธานี กาฬสินธุ์ ศรีษะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เชียงใหม่ และอุตรดิตถ์
ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.เอกชัย พิมลศรี ผกก.สภ.สันกำแพง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบซองยาแก้หวัดชนิดต่างๆจำนวนมากถูกทิ้งไว้ในป่าไมยราบ ริมถนนสายซูปเปอร์เชียงใหม่-สันกำแพง บ้านน้อย หมู่ 11 ต.สันกำแพง จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 5 นายโชคดี อมรวัฒน์ นายอำเภอสันกำแพง พร้อมเจ้าหน้าที่กองวิทยาการเชียงใหม่ บริเวณที่พบเป็นป่าไมยราบร้างกว้างกว่า 5 ไร่ พบถุงขยะขนาดใหญ่ถูกทิ้งเกลื่อนกลาด 39 ถุงข้างในพบซองยาแก้หวัดชนิดต่างๆ เช่น ซูลีดีน นาซิเฟด ฟาเฟด ซินูเฟด แอนติเฟด โพลิเฟด นาโซลีน มิลาเฟด และโคเฟด และยังมียี่ห้ออื่นๆอีกหลายชนิดรวมกว่า 5-6 แสนแผงคิดเป็นจำนวนกว่า 10 ล้านเม็ดโดยมีจำนวน 14 ถุงใหญ่ที่มีการนำแผงยาเข้าเครื่องบดละเอียดส่วนที่เหลืออีก 25 ถุงใหญ่ยังเป็นแผงยาแต่ไม่มียาอยู่ข้างใน
นายวิไชย กล่าวว่า  เบื้องต้นพบว่าทั้งหมดเป็นยาแก้หวัดมากถึง 28 ชนิดและอาจจะเชื่อมโยงกับกรณีการสั่งยาเกินของเภสัชกรโรงพยาบาลในหลายพื้นที่ทางภาคกลาง ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อหาเครือข่ายมาดำเนินคดี และการที่นำซองยามาทิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ที่เราพบหลายครั้งนั้นก็เพราะว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นฐานการแกะยาแก้หวัดเหล่านี้เพื่อส่งออกประเทศเพื่อนบ้านไปผลิตยาเสพติดซึ่งยาแก้หวัดที่มีส่วนประกอบของซูโดอีเฟดรีนนั้น ขนาด 60 มิลลิกรัมผลิตยาบ้าได้ 3 เม็ด ขณะที่ยาแก้หวัด 1 ล้านเม็ดผลิตยาไอซ์ได้มากถึง 45 กิโลกรัม
พ.ต.ท.สมชาย อินทะวงศ์ รอง ผกก.ป.สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้รับรายงานว่าได้พบซองยาแก้หวัดน้ำหนักรวมกว่า 5 กิโลกรัมถูกทิ้งไว้ตรงที่ทิ้งขยะริมลำน้ำแม่กก บ้านห้วยน้ำเย็น ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จึงเดินทางไปตรวจสอบก็พบซองยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมสารซูโดอีเฟดรีนจำนวน 8 ชนิดกว่า 1 ล้านเม็ดถูกทิ้งไว้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและเชื่อว่าของทั้งหมดเป็นของกลุ่มเครือข่ายผลิตยาเสพติดที่ทำการสั่งซื้อเพื่อนำไปผลิตยาเสพติดซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนหาที่มาที่ไปของยาดังกล่าวต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนการลักลอบขนยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมสารซูโดอีเฟดรีนออกจากโรงพยาบาลและกวาดซื้อตามร้านขายยาพบว่า ยาทั้งหมดจะถูกแกะออกจากแผงแล้วถูกนำไปรวบรวมไว้บริเวณชายแดนด้าน อ.แม่สาย และ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อลักลอบส่งขายให้กลุ่มว้าในราคาเม็ดละ 10 บาท จากนั้นจึงจะนำไปผลิตเป็นยาบ้าส่งกลับเข้ามาขายในประเทศไทยในราคาเม็ดละ 200-300 บาท.
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources