Luevipan Computer
  • Home
  • อัตราค่าบิรการ
  • บริการเข่าบ้าน
  • Travel
  • คลินิก
  • บริการซื้อขายสินค้า

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

FIFA World Cup 2026

ผลการแข่งขัน - Match Results
การแข่งขัน
ผังการแข่งขัน
ผู้เล่น
สถิติ
ตารางคะแนน
×
×
สโมสร (Team)
ตำแหน่ง (Position)
สัญชาติ (Country)

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

สถาบันพระปกเกล้าถอนรายงานวิจัย

Posted on 07:15 by netdesign | No comments

สถาบันพระปกเกล้าออกแถลงการณ์ รายงานการวิจัยสร้างความปรองดองแห่งชาติ หวั่นเป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยก พร้อมขอถอนรายงานวิจัยฯ ดังกล่าวจากการพิจารณาของสภาฯกลับคืนมา
วันนี้(3 เม.ย.) ได้มีแถลงการณ์สถาบันพระปกเกล้า เรื่อง รายงานการวิจัย “การสร้างความปรองดองแห่งชาติ” ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์รายงานการวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่คณะผู้วิจัยได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทน  ราษฎรไปตามที่คณะกรรมาธิการดังกล่าวได้ขอให้ศึกษาแล้วนั้น สถาบันพระปกเกล้าขอแถลงข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะทางออกเพื่อร่วมกันสร้างบรรยากาศความปรองดองในชาติ ดังนี้ ๑. หน้าที่ทำการวิจัยที่คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรขอ โดยใช้เงินสถาบัน สถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า         พ.ศ.๒๕๔๑ ภายใต้กำกับดูแลของประธานรัฐสภา และมีหน้าที่ตามมาตรา ๖(๘) ซึ่งบัญญัติว่า ให้สถาบัน “ส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภา”ดังนั้น เมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีมติเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ให้สถาบันทำการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยตั้งคำถามว่า “อะไรคือปัจจัย หรือกระบวนการที่ทำให้การปรองดองแห่งชาติประสบความสำเร็จ” สถาบันจึงนำเรื่องเสนอสภาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อพิจารณาคำขอดังกล่าว สภาสถาบันได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินการโดยใช้งบประมาณของสถาบันเอง การดำเนินการวิจัยดังกล่าวจึงเป็นการทำหน้าที่ส่งเสริมวิชาการรัฐสภาตามหน้าที่ของสถาบันในกฎหมาย โดยไม่มีการรับจ้างดังที่วิพากษ์วิจารณ์กันแต่อย่างใดดังนั้น ลิขสิทธิ์ของรายงานดังกล่าวจึงเป็นของสถาบันตามมาตรา ๑๔ ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
๒. การรับทำงานวิจัยได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้วจากสภาสถาบันพระปกเกล้า เนื่องจากการขอให้ทำงานวิจัยดังกล่าว สถาบันไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ และผลการวิจัย มีผลกระทบทางการเมือง สถาบันจึงนำคำขอของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาสถาบันในการประชุมสภาสถาบัน ครั้งที่ ๑๑ /๒๕๕๔ เมื่อ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ สภาสถาบัน     ซึ่งประกอบด้วยประธานรัฐสภาเป็นประธานสภาสถาบัน ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธาน        กรรมการโดยตำแหน่ง คือ ผู้นำฝ่ายค้าน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ประธานกรรมาธิการสามัญฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ๒ คน ประธานคณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภา ๑ คน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีก ๑๑ คน โดยมีเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าเป็นกรรมการและเลขานุการ ได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้ว มีมติให้รับทำการศึกษาโดยมีข้อสังเกตหลายประการ อาทิ ให้ขยายเวลาจาก ๓๐ วัน เป็น ๑๒๐ วัน ให้ดำเนินการโดยอิสระ และมีเสรีภาพทางวิชาการอย่างแท้จริง มิให้ยกร่างกฎหมายเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งสถาบันก็ได้ดำเนินการตามข้อสังเกตดังกล่าวทุกประการ
๓. รายงานการวิจัยเป็นเสรีภาพทางวิชาการ และความรับผิดชอบของคณะผู้วิจัย เมื่อรับทำการศึกษาแล้ว สถาบันก็แต่งตั้งคณะผู้วิจัยขึ้นตามกระบวนการปกติที่เคยปฏิบัติมาประกอบด้วยผู้วิจัย ๒๐ คน โดยมี รศ.วุฒิสาร ตันไชย เป็นหัวหน้าคณะได้ใช้เวลาศึกษา ๑๒๐ วัน ตามกรอบเวลาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขอ เมื่อมีการทักท้วงและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ สถาบันก็ได้ลงไปตรวจสอบทั้งระเบียบวิธีวิจัย (research methodology) และเนื้อหาสารัตถะ (content) ของงานวิจัย และข้อเสนอก็พบว่า กระบวนการดำเนินงานดังกล่าวมีความถูกต้องตามหลักวิชาการควรแก่กรณี แม้ว่าเลขาธิการจะขอให้คณะผู้วิจัยนำข้อท้วงติงของทุกฝ่ายมาพิจารณาประกอบแล้ว คณะผู้วิจัยก็ได้ปรับแก้บางส่วนแต่คงยืนยันผลการวิจัย โดยเฉพาะข้อที่ว่าปัจจุบันบรรยากาศความปรองดองยังไม่เกิด เพราะทุกฝ่ายยังมีพฤติกรรมและท่าทีเหมือนเดิม คณะผู้วิจัยจึงเสนอให้มีการสร้างบรรยากาศความปรองดองทั้งระดับบน คือในฝ่ายการเมือง และระดับล่าง คือประชาชนทั้งประเทศ ด้วยการจัดพูดคุยหาทางออกร่วมกัน (dialogue) จนมีฉันทามติในระดับเหมาะสม โดยนำข้อเสนอที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิไปเป็นประเด็นในการพูดคุยหาทางออกร่วมกันคณะผู้วิจัยยืนยันว่า ข้อเสนอแนะดังกล่าวไม่ใช่ข้อสรุปที่ให้นำไปปฏิบัติทันทีแต่อย่างใด  ด้วยเหตุนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม  คณะผู้วิจัยจึงได้ทำหนังสือแถลงจุดยืนต่อประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ และได้เตือนไว้ในหนังสือดังกล่าวว่าการรวบรัดใช้เสียงข้างมาก โดยไม่ทำตามข้อเสนอของคณะผู้วิจัย จะนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงรอบใหม่ได้ การยืนยันผลการวิจัยของคณะผู้วิจัยดังกล่าวจึงเป็น ความอิสระและเสรีภาพทางวิชาการซึ่งมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองไว้ ที่สถาบันและผู้ใดก็มิอาจก้าวล่วงได้
๔. สถาบันไม่จำต้องเห็นพ้องด้วยกับงานวิจัย และในฐานะผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวิจัย สถาบันทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการให้ใช้ หรือของานวิจัยกลับคืนได้ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ความเห็นและข้อเสนอในรายงานการวิจัย หรืองานวิชาการอื่น ซึ่งสถาบันให้จัดทำทุกเรื่องตั้งแต่ก่อตั้งสถาบันมาจนถึงการวิจัยเรื่องนี้ ย่อมเป็นความเห็นของผู้วิจัยเอง สถาบันไม่จำต้องเห็นพ้องด้วย แต่เมื่อลิขสิทธิ์เป็นของสถาบันตามมาตรา ๑๔ ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ สถาบันก็ทรงไว้ซึ่งอำนาจในการขอรายงานการวิจัยดังกล่าวกลับคืน และห้ามทำซ้ำ หรือดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณะชนได้ตามมาตรา ๒๗ โดยเฉพาะเมื่อมีการเลือกนำรายงานบางส่วนไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง และอาจจะเกิดความขัดแย้งและความรุนแรงขึ้น หรือมีการรวบรัดนำประเด็นซึ่งผู้วิจัยเสนอให้นำไปพูดคุยแสวงหาทางออกร่วมกันไปปฏิบัติทันที โดยไม่ได้นำไปพูดคุยให้กว้างขวางทั้งประเทศ
๕. ทางออกเพื่อความปรองดอง แห่งชาติอย่างแท้จริงซึ่งสภาผู้แทนราษฎร พึงมีมติในวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๕ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่อันจะนำไปสู่ความรุนแรง และเพื่อสร้างบรรยากาศความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศ สถาบันจึงเสนอให้ (๑) คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เสนอสภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้แทนราษฎรโดยพรรคการเมืองเสียงข้างมากควรมีมติรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งอ้างอิงผลงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าไว้ชั้นหนึ่งก่อน และขยายอายุคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ออกไปจนสิ้นสมัยประชุมสามัญสมัยหน้าเป็นอย่างน้อย และให้นำรายงานดังกล่าวไปจัดพูดคุยหาทางออกร่วมกันทั้งระดับพรรคการเมือง และในระดับประชาชนทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง โดยไม่เร่งรีบรวบรัดเลือกนำข้อเสนอที่ตน หรือพรรคของตนได้ประโยชน์ ไปปฏิบัติ ทั้งที่ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงประเด็นที่นักวิจัยเสนอให้นำไปพูดคุยหาทางออกจนได้ข้อยุติร่วมกันเท่านั้น (๒) ขอร้องให้พรรคฝ่ายค้าน และคนไทยทุกกลุ่มที่ต้องการเห็นบ้านเมืองก้าวไปข้างหน้า ด้วยความปรองดอง โดยมีภราดรภาพต่อกัน ให้ความร่วมมือในการพูดคุยหาทางออกร่วมกันทำนอง สุนทรียสนทนา (appreciative dialogue) หรือการเสวนาที่สร้างสรรค์ (Constructive dialogue) เพื่อยุติข้อขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานนี้ลง (๓) ขอร้องให้สื่อมวลชนรายงานข่าวให้ครบถ้วนเพื่อความปรองดองอย่างแท้จริง (๔) ขอร้องให้ประชาชนอย่าเพิ่งเชื่อคำพูดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนกว่าจะได้อ่านรายงานการวิจัยฉบับย่อ และรายงานการวิจัยฉบับเต็มใน www.kpi.ac.th แล้ว จึงค่อยตัดสินตามหลักกาลามสูตร
สถาบันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาอย่างแท้จริง หากสภาผู้แทนราษฎรมีมติตามข้อเสนอในข้อ ๑ สถาบันก็พร้อมจะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ในการเปิดเวทีพูดคุยหาทางออกทั่วประเทศ โดยเฉพาะผ่านศูนย์การเมืองภาคพลเมืองของสถาบันซึ่งมี ๔๘ จังหวัดทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม หากสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบกับรายงาน และแจ้งคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ดังข้อเสนอเดิมของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ อันจะนำไปสู่ความสับสนของประชาชน และนำไปสู่ “สงครามความปรองดอง” อันเป็นการสถาปนา “ความยุติธรรมของผู้ชนะ” ขึ้น ทั้งยังจะเป็นเหตุแห่งความขัดแย้ง และความรุนแรงนั้น สถาบันก็มีความเสียใจที่จะต้องขอรายงานการวิจัยดังกล่าวกลับคืนมา และหากผู้ใดจะทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่งานดังกล่าวต่อสาธารณะชน จะต้องขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถาบันก่อน
สถาบันเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นความสงบ และปรองดองในบ้านเมืองจึงขอเรียกร้องให้ผู้แทนปวงชนทุกฝ่าย ตอบสนองความต้องการของปวงชน โดยใช้วิจารณญานที่รอบคอบ ปราศจากมานะทิฐิ และประโยชน์ส่วนตน หรือส่วนพรรคอย่างแท้จริง แถลงการณ์โดยสถาบันพระปกเกล้า ๓ เมษายน ๒๕๕๕
นอกจากนี้ยังได้มีข้อสรุปข้อเสนอกระบวนการสร้างความปรองดองในชาติ ดังนี้ การวิจัยนี้มุ่งตอบคำถามของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎรว่า “อะไรคือรากเหง้าของความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และมีปัจจัยหรือกระบวนการใดที่ทำให้คนในสังคมสามารถกลับมาอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ?” ความแตกแยกทางความคิดอย่างกว้างขวางในสังคมไทยที่ยืดเยื้อยาวนานที่แต่ละฝ่ายยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม เช่น มีการเปิดหมู่บ้านมวลชน มีการกระทำที่เข้าข่ายการกระทำละเมิดหรือดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตลอดจนการข่มขู่ว่าจะแสดงพลังเพื่อกดดันให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปในแนวทางที่ฝ่ายตนต้องการ ฯลฯ นอกจากนี้ จากการสัมภาษณ์ความเห็นผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังพบอีกว่าแต่ละฝ่ายยังคงยึดมั่นอยู่ในจุดยืนเดิมของตนเอง สะท้อนให้เห็นว่าบรรยากาศแห่งความปรองดองยังไม่เกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ สิ่งที่ต้องริเริ่มดำเนินการเพื่อสร้างความปรองดอง

ในระยะเฉพาะหน้าก็คือรัฐบาล ฝ่ายค้าน และทุกฝ่ายควรช่วยกันสร้างบรรยากาศแห่งการปรองดองโดยการยุติการกระทำที่ถือเป็นการทำลายบรรยากาศแห่งการปรองดองทั้งหมด และไม่รวบรัดใช้เสียงข้างมากเพื่อแสวงหาทางออก แต่จะต้องมีการร่วมกันสร้างเวทีทั่วประเทศเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสถกเถียงแลกเปลี่ยนในวงกว้าง ต่อข้อเสนอ ทางเลือก และความเป็นไปได้ต่างๆ ในการสร้างความปรองดองในชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจระหว่างกันมากขึ้น และหาทางเลือกที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งจะส่งผลให้แต่ละฝ่ายสามารถก้าวออกจากจุดยืนที่แตกต่างกันมาสู่จุดร่วมที่จะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ ดังนั้น กระบวนการพูดคุย (dialogue) หาทางออกจึงเป็นหัวใจของการปรองดอง 

ท่ามกลางสภาวะความขัดแย้งในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีความคิดเห็นของฝ่ายใดที่ถูกหรือผิดไปเสียทั้งหมด ข้อเสนอที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องซึ่งยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่นั้น จึงมีลักษณะเป็นทางเลือกที่ยังมิใช่คำตอบสุดท้าย และขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการสร้างความปรองดองบนพื้นฐานของความจริงจังและจริงใจด้วยกระบวนการพูดคุย (Dialogue) หาทางออก ใน ๒ ระดับ คือ ๑) ระดับตัวแทนทางการเมืองและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง และ ๒) ระดับประชาชนในพื้นที่ในลักษณะของ “เวทีประเทศไทย” ซึ่งจะทำให้สังคมได้ร่วมกันแสวงหาทางออกต่อความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน และออกแบบภาพอนาคตของประชาธิปไตยไทย ตลอดจนกติกาทางการเมืองที่ยอมรับได้ร่วมกันได้ และไม่ควรหักหาญดำเนินการใดไปก่อนจะได้รับความเห็นร่วมกันในสังคม
ทั้งนี้ เนื้อหาสาระของการพูดคุยแลกเปลี่ยน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการปรองดองนั้น มีอย่างน้อย ๖ ประเด็น โดยแบ่งเป็นระยะสั้น ๔ ประเด็นเพื่อทำให้ความแตกแยกและบาดแผลที่เกิดขึ้นกับสังคมและปัจเจกบุคคลกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และระยะยาว ๒ ประเด็นเพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากความแตกต่างของมุมมองต่อประชาธิปไตย และเป็นการวางรากฐานของประเทศสู่อนาคต   

ในระยะสั้น มีประเด็นที่สังคมควรต้องพิจารณาร่วมกัน ดังต่อไปนี้(๑) การจัดการกับความจริงของเหตุการณ์รุนแรงที่นำมาซึ่งความสูญเสีย โดยการสนับสนุนส่งเสริมบทบาทของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ให้ดำเนิน การค้นหาความจริงให้แล้วเสร็จภายในหกเดือน และควรเปิดเผยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์โดยไม่ระบุตัวบุคคลในระยะเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบททางสังคม โดยวัตถุประสงค์ของการเปิดเผยนั้นจะต้องเป็นไปเพื่อให้สังคมเรียนรู้บทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีตและป้องกันมิให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกในอนาคต (๒) การให้อภัยแก่การกระทำที่เกี่ยวข้องผ่านกระบวนการนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองโดยรวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่รัฐและผู้บังคับบัญชา ตลอดจนผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมีความเป็นไปได้อย่างน้อย ๒ ทางเลือก ทางเลือกที่หนึ่ง – ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมดทุกประเภท ทั้งคดีการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ และคดีอาญาที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง อาทิ การทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน หรือการทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและชีวิต ลักษณะการนิรโทษกรรมเช่นนี้ มีปรากฏในประเทศที่มีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง เช่น เกาหลีใต้ โมร็อกโก ซึ่งเน้นไปที่ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมือง และการชุมนุมทางการเมือง
 
ข้อดี
๑)  ไม่เป็นการสร้างบรรยากาศที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง ซึ่งการยกเลิกความผิดไปทั้งหมดจะเป็นการลด “เงื่อนไข”ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงของทุกฝ่ายได้
๒)  ตอบสนองความต้องการของสังคมในเรื่องความสงบสุข และเดินหน้าต่อไปได้ในภาพรวม
ข้อสังเกต
๑) ลำพังแต่การนิรโทษกรรมนั้น มีผลในด้านการยุติการดำเนินคดีทางกฎหมายเท่านั้น แต่ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในทางอื่นนั้นก็ยังมีอยู่ จึงควรดำเนินการร่วมกับกระบวนการอื่น ๆ ด้วยเช่นการเยียวยาความเสียหาย เป็นต้น ซึ่งการดำเนินมาตรการควบคู่ไปกับการนิรโทษกรรมนี้ มีในหลายประเทศ เช่น ในชิลีมีการจ่ายค่าชดเชยและมีมาตรการเยียวยาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้เสียหายหรือเสียชีวิต หรือในมอร็อกโก ที่มีการตั้งคณะกรรมการรับฟังความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ เป็นต้น
๒) ผู้รับผลกระทบโดยตรงอาจยังไม่พอใจและต้องการให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดอยู่ รวมทั้งการขอโทษจากคู่กรณี เพราะการนิรโทษกรรมจะเป็นการ “ลบ”ทางที่จะผู้ได้รับผลกระทบจะเรียกร้องให้ผู้กระทำผิดรับผิดชอบการกระทำของตนเอง ในด้านหนึ่ง เป็นการนิรโทษกรรมเช่นนี้เป็นการปลดข้อจำกัดที่สังคมจะเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่ต้องพะวงกับความผิดของผู้เกี่ยวข้อง แต่ในด้านหนึ่ง ก็เป็นการ “ทิ้ง” ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือผู้ถูกกระทำในบางกรณี เพราะเขาเหล่านั้นจะไม่อาจเรียกร้องการเอาโทษต่อผู้กระทำความผิดได้อีกแล้ว
๓) การนิรโทษกรรมโดยเนื้อแท้คือการ “ไม่ต้องรับผิด ในสิ่งที่ผิด” หากเลือกใช้กระบวนการนี้ จะไม่ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จากความผิดพลาด และอาจก่อให้เกิดความ “เคยชิน” ต่อการไม่ต้องรับโทษ ดังนั้น หากไม่มีการบันทึกประวัติศาสตร์และทำความจริงให้ปรากฏ ก็อาจเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นได้อีกเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ ในหลายประเทศ จึงต้องมีกระบวนการค้นหาความจริง กระบวนการสร้างความรู้สึกที่จะให้อภัยหรือสำนึกผิดควบคู่ไปด้วย เช่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร รวันดา

ทางเลือกที่สอง – ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองเฉพาะคดีการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ เท่านั้น โดยคดีอาญาที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เช่น การทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน หรือการทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและชีวิต จะไม่ได้รับการยกเว้น
 
ทางเลือกนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มุ่งให้ความสำคัญกับ “เหตุจูงใจทางการเมือง”ที่เป็นเจตนาสำคัญในการก่อให้เกิดพฤติกรรมและสถานการณ์ความขัดแย้งจนนำมาสู่ความสูญเสีย ด้วยเหตุนี้ การนิรโทษกรรมในทางเลือกนี้จึงมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ต้องถูกดำเนินคดีในส่วนของการกระทำที่ “มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมืองคือ ความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘  ส่วนความผิดทางอาญาอื่นแม้มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง แต่โดยลักษณะของการกระทำ ยังอาจพอแยกได้ว่าเป็นความผิดทางอาญาตามปกติ เช่นการทำลายทรัพย์สิน การลักทรัพย์ ย่อมยังต้องอยู่ในกระบวนพิจารณาต่อไป
 
ข้อดี
๑) เนื่องจากคดีอาญาเหล่านี้เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินอยู่ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาโดยผู้กระทำผิดมีมูลเหตุจูงใจในทางการเมือง และปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีรากเหง้าที่สำคัญมาจากสภาพสังคมไทยอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน (Transition) การนำเอาหลักความยุติธรรมทางอาญา (Criminal Justice) ที่มีเพียงมาตรการการฟ้องคดีอาญาในเชิงลงโทษมาใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง จึงไม่เหมาะสมกับสภาพของปัญหา  การแยกส่วนของมูลเหตุจูงใจทางการเมืองออกจากคดีอาญาปกติที่เกิดขึ้นในสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ย่อมเป็นการรักษาคุณธรรมทางของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่มีอยู่แล้ว ไม่ให้ปะปนกับความรับผิดที่มีมูลเหตุทางการเมือง ลักษณะเช่นนี้คล้ายคลึงกับที่ปรากฏในการแก้ไขปัญหาของประเทศอินโดนีเซีย ที่มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองและผู้ถูกคุมขังที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของกลุ่มก่อการร้ายโดยมีคำสั่งปล่อยโดยประธานาธิบดี แต่ไม่รวมถึงคดีที่เป็นอาชญากรรมทั่วไป
๒) สิทธิของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดโดยมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง หรือมีประเด็นทางการเมืองเป็นองค์ประกอบอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป็นเจตนาพิเศษที่ควรได้รับการเคารพตามแนวทางเสรีประชาธิปไตย เป็นการตัดผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำผิดที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมออกไป
๓) สิทธิของประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบได้รับการคุ้มครอง
 
ข้อสังเกต
๑) เป็นอุปสรรคต่อการสร้างบรรยากาศความปรองดอง เพราะเป็นเพียงการลด “ปริมาณ”ของความขัดแย้งลง โดยยังคงมีผู้ที่ต้องได้รับผลกระทบจากการกระทำทั้งของตนเองและผู้อื่นอยู่
๒) การกำหนดแยกฐานความผิดที่ยึดโยงกับเรื่องการเมืองนั้น ในทางปฏิบัติทำได้ยากเพราะต้องมีการพิสูจน์เจตนาพิเศษว่าเป็นการกระทำเพราะการเมือง ผลที่ตามมาของการแยกเจตนาทางการเมืองออกจากเจตนากระทำผิดอาญาปกติที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้คนที่ควรได้รับการนิรโทษกรรมยังต้องถูกลงโทษอยู่บ้าง ทั้งนี้ ทั้งสองทางเลือก ให้ยกเว้นกรณีความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยให้กรณีดังกล่าวดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมและนิติประเพณี 
(๓) การเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมและเป็นการ ลดเงื่อนไขของข้อกล่าวอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในส่วนของการดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาโดยกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยมีความเป็นไปได้อย่างน้อย ๓ ทางเลือก

ทางเลือกที่หนึ่ง – ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาด้วยกระบวนการยุติธรรมตามปกติที่มีอยู่ โดยให้เฉพาะผลการพิจารณาของ คตส. สิ้นผลลง และโอนคดีทั้งหมดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการใหม่ แต่ไม่กระทบถึงคดีที่ถึงที่สุดแล้ว
ข้อดี
๑) กระบวนการยุติธรรมปกติเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความเป็นธรรมในสังคมที่ขัดแย้งรุนแรง
๒) สังคมไม่รู้สึกว่าเป็นความยุติธรรมของผู้ชนะเท่านั้น เพราะคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีทั้งยกฟ้องและพิพากษาว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหา
๓) สร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันตุลาการ
๔) สิ่งที่ดำเนินการไปแล้วใน กระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ดำเนินต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องมีการยกเลิก เพิกถอนใดๆ
ข้อสังเกต
การยึดหลักการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด (Legally) (ประกาศคมช.มีผลบังคับใช้ได้เช่นกฎหมาย) โดยไม่คำนึงถึงความชอบธรรม (Legitimacy) จะมีผลต่อความเป็นธรรมของสังคม  
ทางเลือกที่สอง – ให้เพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการโดย คตส. ทั้งหมด และให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปกติ โดยให้ถือว่าคดีดังกล่าวไม่ขาดอายุความ
ข้อดี
๑)  คืนความเป็นธรรมให้กับสังคมโดยกระบวนการยุติธรรมปกติ  ซึ่งเป็นไปตามหลักนิติธรรม (Rule of Law)
๒)  ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบกลับคืนมา
๓)  ผู้ถูกตัดสินตามคำพิพากษา และมวลชนผู้สนับสนุนรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรม (คืนมา)
๔)  เปิดโอกาสให้ฝ่ายที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมได้พิสูจน์ตัวเองด้วยกระบวนการยุติธรรมปกติ
๕)  สังคมไทยหันมาให้ความสำคัญกับความถูกต้องชอบธรรมในกระบวนการมากกว่าเป้าหมาย
ข้อสังเกต
๑)  บางคดีผู้ถูกกล่าวหาถูกดำเนินคดีสองครั้ง
๒)  พยานหลักฐานในคดีอาจไม่ครบถ้วน ซึ่งมีผลต่อคำพิพากษาของศาล
ทางเลือกที่สาม – ให้เพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการโดย คตส. ทั้งหมด และไม่นำคดีที่อยู่ระหว่างกระบวนการและที่ตัดสินไปแล้วมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง
ข้อดี
๑)  ขจัดความเคลือบแคลงและไม่เชื่อมั่นในจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งขาดความชอบธรรมในด้านที่มาของอำนาจ
๒)  สถาบันตุลาการถูกกันออกจากจุดที่มีข้อเคลือบแคลงสงสัย ทำให้ดำรงรักษาความเป็นกรรมการกลางที่เป็นอิสระได้
๓)  สังคมไทยหันมาให้ความสำคัญกับความถูกต้องชอบธรรมในกระบวนการมากกว่าเป้าหมาย
ข้อสังเกต
๑)  ข้อกล่าวหาการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ไม่ได้รับการพิสูจน์โดยกระบวนการยุติธรรม
๒)  ความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของบางฝ่ายยังดำรงอยู่
๓)  การสร้างความปรองดองเป็นไปได้ยาก เพราะบางกลุ่มเห็นว่าผู้กระทำผิดยังลอยนวล ไม่มีการพิสูจน์ข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดหรือไม่
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกใด จะต้องไม่มีการฟ้องร้อง คตส. ในเวลาต่อมา เนื่องจากถือว่าการกระทำของ คตส. เป็นไปตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ในขณะนั้น
(๔) การกำหนดกติกาทางการเมืองร่วมกัน ซึ่งอาจรวมถึงการแก้ไขกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาหาข้อสรุปร่วมกันต่อประเด็นที่อาจจะถูกมองว่าขัดต่อหลักนิติธรรมและความเป็นประชาธิปไตย และต้องหลีกเลี่ยงการสร้าง “ความยุติธรรมของผู้ชนะ” ในแง่ที่ผู้มีอำนาจรัฐเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดโดยไม่ฟังเสียงที่เห็นต่าง อนึ่ง ประเด็นที่ต้องพิจารณาอาจรวมถึงการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่าย       นิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การตรวจสอบองค์กรอิสระ การได้มาซึ่งบุคคลที่เข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือการยุบพรรคการเมือง
ในระยะยาว มีประเด็นที่สังคมควรต้องพิจารณาร่วมกัน ดังต่อไปนี้

(๑)  การออกแบบภาพอนาคตของการปกครองระบอบประชาธิปไตยไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นหลักการที่ทุกฝ่ายยอมรับและยึดถือร่วมกัน โดยการเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุยกันถึงลักษณะความเป็นประชาธิปไตยของไทยที่คนในสังคมยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่ อันถือเป็นปัญหาใจกลางของความขัดแย้งทางการเมืองไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเห็นพ้องในหลักการและกติกาทางการเมืองของระบอบประชาธิปไตยไทย
(๒)  การวางรากฐานของประเทศเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และการเสริมสร้างวัฒนธรรมความเป็นพลเมืองและความทนกันได้ (Tolerance) ในการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง

ทั้งนี้ ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งการปรองดอง โดยรัฐบาลควร (๑) แสดงเจตจำนงทางการเมืองชัดเจน รวมทั้งมีแนวทางที่เป็นรูปธรรมที่จะสร้างความปรองดองในชาติโดยเร็ว (๒) สร้างความตระหนักแก่สังคมให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการสร้างความปรองดองในชาติ และ (๓) มีคำอธิบายต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งในรูปของตัวเงินและความรู้สึก อาทิ การให้เกียรติผู้สูญเสียทุกฝ่าย หรือการสร้างสัญลักษณ์เพื่อเป็นที่รำลึกถึงบทเรียนต่อเหตุการณ์ทางการเมืองของสังคมไทย
ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องนั้น (๑) ทุกฝ่ายควรงดเว้นการกระทำใดๆ ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าอยู่ในสังคมที่ไม่เคารพกฎหมายและหลักนิติรัฐ อาทิ การใช้มวลชนในการเรียกร้องหรือกดดันด้วยวิธีการอันผิดกฎหมาย และ (๒) ควรลดความหวาดระแวงระหว่างกลุ่มต่างๆ ในสังคมโดยยุติการเคลื่อนไหวใดๆ ที่อาจถูกตีความได้ว่าเป็นความพยายามที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ (๓) สื่อมวลชนควรสนับสนุนกระบวนการสร้างความปรองดองและหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้งใหม่โดยนำเสนอความคิดเห็นทางการเมืองจากฝ่ายต่างๆอย่างรอบด้าน และ (๔) สังคมไม่ควรรื้อฟื้นเอาผิดกับการทำรัฐประหารที่ผ่านมาในอดีตและต้องหามาตรการในการป้องกันมิให้เกิดการรัฐประหารอีกในอนาคต พร้อมทั้งกำหนดโทษของการกระทำดังกล่าวไว้ในประมวลกฎหมายอาญา
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังที่กล่าวมาจะประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัยปัจจัยสำคัญอย่างน้อย ๓ ประการ คือ (๑) เจตจำนงทางการเมืองของผู้มีอำนาจรัฐที่จะสร้างความปรองดองโดยคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ (๒) กระบวนการสร้างความปรองดองจะต้องมีพื้นที่ให้กับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงและประชาชนจากทุกภาคส่วนในสังคมไทยได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นต่อทางออกและแนวทางป้องกันมิให้ความขัดแย้งกลับกลายเป็นความรุนแรงในอนาคต และ (๓) ปัญหาใจกลางซึ่งเป็นเหตุแห่งความขัดแย้งจะต้องได้รับการแก้ไขและแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการพัฒนาประชาธิปไตยที่พึงปรารถนาของประเทศไทย

อนึ่ง คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ริเริ่มกระบวนการพูดคุยร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นโดยไม่ใช้เสียงข้างมากในการตัดสิน หลังจากนั้นจึงขยายผลการพูดคุยสู่พรรคการเมืองของตน กลุ่มผู้สนับสนุน และสังคมใหญ่ เพื่อให้ผู้คนทั้งสังคมที่ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองแบบใด เกิดความตระหนักว่า สังคมไทยจะปรองดองกันได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการถกเถียงถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ผ่านกระบวนการพูดคุยที่สามารถนำมาซึ่งทางออกที่ยอมรับได้ร่วมกัน 
กล่าวโดยสรุปแล้ว การที่กระบวนการสร้างความปรองดองในชาติจะบรรลุเป้าหมายได้นั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องก้าวข้ามไปให้ไกลกว่าการถกเถียงกันเพียงแค่ในข้อกฎหมาย กล่าวคือ ต้องพิจารณาให้กว้างและลึกลงถึงเหตุแห่งความขัดแย้ง คำนึงถึงมิติความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มพลังต่างๆในสังคม รวมถึงการมีกระบวนการในการแก้ไขปัญหาและสร้างความปรองดองที่ทุกฝ่ายในสังคมให้การยอมรับ ภายใต้บรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยที่ทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกว่ามีบทบาทและพื้นที่ในการเสวนาถกเถียงถึงภาพอนาคตของประเทศ อันเป็นเสมือนหลักหมุดปลายทางที่ทุกฝ่ายจะร่วมเดินทางไปภายใต้กติกาที่สังคมเห็นพ้องต้องกัน

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th 
This entry was posted in News
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebook
บทความใหม่กว่า บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก

0 - ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ 083-792-5426:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก: ส่งความคิดเห็น (Atom)

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่

รับซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย


ค่าแรง+ค่ารถ+ลงwinodws+โปรแกรมดูหนังฟังเพลง+office+antivirus 400 บาท
ปล. ให้บริการ เฉพาะเขตพื้นที่ รามคำแหง บางกะปิ นวมินทร์ เสรีไทย ลาดพร้าวเฉพาะ บริเวณ จากเดอะมอลบางกะปิถึงโชคไชย4


สนใจติต่อ : Tel. 083-792-5426





ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น









Categories

  • คัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษ (62)
  • เครื่องมือการแพทย์ (1)
  • พุทธวจน (87)
  • ยาประตำตัว (11)
  • เรื่องเล่าเช้านี้ (4)
  • download (227)
  • english version (40)
  • Food (1)
  • Game (6)
  • Ghost windows 10 (16)
  • Ghost windows 7 (57)
  • Ghost windows 8 (2)
  • Ghost windows XP (24)
  • joke (1)
  • Movie (1438)
  • Music (2)
  • News (3714)
  • starshow (5)
  • training (350)
  • windows os (2)
  • www.becomz.com (19)

Blog Archive

  • ►  2026 (6)
    • ►  มิถุนายน (1)
      • ►  มิ.ย. 21 (1)
    • ►  เมษายน (1)
      • ►  เม.ย. 18 (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (4)
      • ►  ก.พ. 21 (4)
  • ►  2025 (1)
    • ►  กรกฎาคม (1)
      • ►  ก.ค. 30 (1)
  • ►  2024 (6)
    • ►  เมษายน (6)
      • ►  เม.ย. 20 (5)
      • ►  เม.ย. 19 (1)
  • ►  2023 (287)
    • ►  กันยายน (9)
      • ►  ก.ย. 24 (9)
    • ►  มิถุนายน (40)
      • ►  มิ.ย. 23 (6)
      • ►  มิ.ย. 03 (25)
      • ►  มิ.ย. 01 (9)
    • ►  พฤษภาคม (238)
      • ►  พ.ค. 29 (19)
      • ►  พ.ค. 27 (1)
      • ►  พ.ค. 26 (5)
      • ►  พ.ค. 25 (2)
      • ►  พ.ค. 24 (14)
      • ►  พ.ค. 23 (1)
      • ►  พ.ค. 22 (14)
      • ►  พ.ค. 21 (10)
      • ►  พ.ค. 20 (17)
      • ►  พ.ค. 19 (5)
      • ►  พ.ค. 18 (27)
      • ►  พ.ค. 17 (18)
      • ►  พ.ค. 16 (14)
      • ►  พ.ค. 15 (2)
      • ►  พ.ค. 12 (39)
      • ►  พ.ค. 11 (17)
      • ►  พ.ค. 10 (14)
      • ►  พ.ค. 09 (18)
      • ►  พ.ค. 08 (1)
  • ►  2020 (1)
    • ►  กรกฎาคม (1)
      • ►  ก.ค. 30 (1)
  • ►  2019 (3)
    • ►  ตุลาคม (1)
      • ►  ต.ค. 19 (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (2)
      • ►  ก.พ. 27 (1)
      • ►  ก.พ. 15 (1)
  • ►  2016 (142)
    • ►  ตุลาคม (128)
      • ►  ต.ค. 07 (128)
    • ►  เมษายน (1)
      • ►  เม.ย. 17 (1)
    • ►  มีนาคม (13)
      • ►  มี.ค. 28 (1)
      • ►  มี.ค. 27 (12)
  • ►  2014 (65)
    • ►  ธันวาคม (11)
      • ►  ธ.ค. 29 (11)
    • ►  กันยายน (23)
      • ►  ก.ย. 18 (1)
      • ►  ก.ย. 10 (6)
      • ►  ก.ย. 05 (2)
      • ►  ก.ย. 04 (14)
    • ►  มกราคม (31)
      • ►  ม.ค. 19 (2)
      • ►  ม.ค. 09 (2)
      • ►  ม.ค. 08 (9)
      • ►  ม.ค. 07 (3)
      • ►  ม.ค. 06 (6)
      • ►  ม.ค. 05 (3)
      • ►  ม.ค. 02 (6)
  • ►  2013 (312)
    • ►  ธันวาคม (19)
      • ►  ธ.ค. 30 (1)
      • ►  ธ.ค. 29 (13)
      • ►  ธ.ค. 25 (2)
      • ►  ธ.ค. 24 (3)
    • ►  พฤศจิกายน (63)
      • ►  พ.ย. 27 (8)
      • ►  พ.ย. 25 (1)
      • ►  พ.ย. 22 (1)
      • ►  พ.ย. 21 (16)
      • ►  พ.ย. 15 (1)
      • ►  พ.ย. 14 (1)
      • ►  พ.ย. 13 (13)
      • ►  พ.ย. 09 (2)
      • ►  พ.ย. 08 (19)
      • ►  พ.ย. 07 (1)
    • ►  กรกฎาคม (8)
      • ►  ก.ค. 18 (8)
    • ►  มิถุนายน (44)
      • ►  มิ.ย. 17 (7)
      • ►  มิ.ย. 13 (4)
      • ►  มิ.ย. 11 (31)
      • ►  มิ.ย. 10 (2)
    • ►  มีนาคม (1)
      • ►  มี.ค. 07 (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (28)
      • ►  ก.พ. 23 (10)
      • ►  ก.พ. 05 (18)
    • ►  มกราคม (149)
      • ►  ม.ค. 24 (10)
      • ►  ม.ค. 16 (25)
      • ►  ม.ค. 13 (4)
      • ►  ม.ค. 10 (37)
      • ►  ม.ค. 06 (28)
      • ►  ม.ค. 05 (26)
      • ►  ม.ค. 03 (4)
      • ►  ม.ค. 02 (15)
  • ▼  2012 (5018)
    • ►  ธันวาคม (478)
      • ►  ธ.ค. 30 (6)
      • ►  ธ.ค. 28 (47)
      • ►  ธ.ค. 26 (4)
      • ►  ธ.ค. 25 (38)
      • ►  ธ.ค. 23 (13)
      • ►  ธ.ค. 22 (41)
      • ►  ธ.ค. 21 (13)
      • ►  ธ.ค. 20 (89)
      • ►  ธ.ค. 19 (74)
      • ►  ธ.ค. 18 (1)
      • ►  ธ.ค. 17 (70)
      • ►  ธ.ค. 16 (5)
      • ►  ธ.ค. 13 (12)
      • ►  ธ.ค. 12 (4)
      • ►  ธ.ค. 10 (12)
      • ►  ธ.ค. 09 (45)
      • ►  ธ.ค. 08 (4)
    • ►  พฤศจิกายน (368)
      • ►  พ.ย. 29 (3)
      • ►  พ.ย. 28 (59)
      • ►  พ.ย. 27 (10)
      • ►  พ.ย. 26 (1)
      • ►  พ.ย. 25 (15)
      • ►  พ.ย. 19 (4)
      • ►  พ.ย. 18 (16)
      • ►  พ.ย. 17 (4)
      • ►  พ.ย. 14 (35)
      • ►  พ.ย. 13 (103)
      • ►  พ.ย. 08 (51)
      • ►  พ.ย. 07 (5)
      • ►  พ.ย. 06 (15)
      • ►  พ.ย. 05 (15)
      • ►  พ.ย. 04 (27)
      • ►  พ.ย. 03 (1)
      • ►  พ.ย. 01 (4)
    • ►  ตุลาคม (363)
      • ►  ต.ค. 30 (23)
      • ►  ต.ค. 29 (28)
      • ►  ต.ค. 26 (20)
      • ►  ต.ค. 25 (20)
      • ►  ต.ค. 24 (29)
      • ►  ต.ค. 23 (28)
      • ►  ต.ค. 22 (24)
      • ►  ต.ค. 21 (31)
      • ►  ต.ค. 19 (22)
      • ►  ต.ค. 18 (26)
      • ►  ต.ค. 14 (13)
      • ►  ต.ค. 13 (25)
      • ►  ต.ค. 12 (32)
      • ►  ต.ค. 11 (22)
      • ►  ต.ค. 01 (20)
    • ►  กันยายน (557)
      • ►  ก.ย. 30 (2)
      • ►  ก.ย. 29 (16)
      • ►  ก.ย. 24 (2)
      • ►  ก.ย. 22 (66)
      • ►  ก.ย. 21 (37)
      • ►  ก.ย. 19 (121)
      • ►  ก.ย. 18 (27)
      • ►  ก.ย. 17 (58)
      • ►  ก.ย. 16 (49)
      • ►  ก.ย. 15 (2)
      • ►  ก.ย. 14 (36)
      • ►  ก.ย. 11 (20)
      • ►  ก.ย. 10 (37)
      • ►  ก.ย. 08 (26)
      • ►  ก.ย. 05 (24)
      • ►  ก.ย. 04 (16)
      • ►  ก.ย. 03 (1)
      • ►  ก.ย. 01 (17)
    • ►  สิงหาคม (470)
      • ►  ส.ค. 29 (27)
      • ►  ส.ค. 27 (33)
      • ►  ส.ค. 25 (19)
      • ►  ส.ค. 23 (6)
      • ►  ส.ค. 22 (29)
      • ►  ส.ค. 21 (14)
      • ►  ส.ค. 20 (27)
      • ►  ส.ค. 19 (6)
      • ►  ส.ค. 18 (21)
      • ►  ส.ค. 17 (11)
      • ►  ส.ค. 16 (1)
      • ►  ส.ค. 14 (54)
      • ►  ส.ค. 13 (24)
      • ►  ส.ค. 12 (2)
      • ►  ส.ค. 10 (28)
      • ►  ส.ค. 09 (31)
      • ►  ส.ค. 08 (24)
      • ►  ส.ค. 07 (31)
      • ►  ส.ค. 04 (28)
      • ►  ส.ค. 03 (2)
      • ►  ส.ค. 02 (26)
      • ►  ส.ค. 01 (26)
    • ►  กรกฎาคม (461)
      • ►  ก.ค. 31 (17)
      • ►  ก.ค. 30 (8)
      • ►  ก.ค. 28 (4)
      • ►  ก.ค. 26 (28)
      • ►  ก.ค. 23 (26)
      • ►  ก.ค. 22 (12)
      • ►  ก.ค. 21 (2)
      • ►  ก.ค. 20 (18)
      • ►  ก.ค. 19 (25)
      • ►  ก.ค. 18 (20)
      • ►  ก.ค. 17 (25)
      • ►  ก.ค. 16 (27)
      • ►  ก.ค. 15 (11)
      • ►  ก.ค. 14 (39)
      • ►  ก.ค. 13 (5)
      • ►  ก.ค. 12 (28)
      • ►  ก.ค. 10 (51)
      • ►  ก.ค. 07 (19)
      • ►  ก.ค. 06 (43)
      • ►  ก.ค. 04 (10)
      • ►  ก.ค. 03 (16)
      • ►  ก.ค. 02 (27)
    • ►  มิถุนายน (577)
      • ►  มิ.ย. 30 (18)
      • ►  มิ.ย. 29 (12)
      • ►  มิ.ย. 28 (43)
      • ►  มิ.ย. 27 (40)
      • ►  มิ.ย. 24 (22)
      • ►  มิ.ย. 21 (35)
      • ►  มิ.ย. 20 (128)
      • ►  มิ.ย. 19 (29)
      • ►  มิ.ย. 17 (29)
      • ►  มิ.ย. 16 (28)
      • ►  มิ.ย. 15 (36)
      • ►  มิ.ย. 14 (19)
      • ►  มิ.ย. 13 (28)
      • ►  มิ.ย. 12 (4)
      • ►  มิ.ย. 11 (13)
      • ►  มิ.ย. 10 (13)
      • ►  มิ.ย. 09 (10)
      • ►  มิ.ย. 08 (29)
      • ►  มิ.ย. 07 (17)
      • ►  มิ.ย. 06 (19)
      • ►  มิ.ย. 05 (5)
    • ►  พฤษภาคม (240)
      • ►  พ.ค. 29 (16)
      • ►  พ.ค. 25 (8)
      • ►  พ.ค. 22 (41)
      • ►  พ.ค. 21 (19)
      • ►  พ.ค. 20 (14)
      • ►  พ.ค. 18 (9)
      • ►  พ.ค. 17 (4)
      • ►  พ.ค. 16 (31)
      • ►  พ.ค. 15 (36)
      • ►  พ.ค. 14 (21)
      • ►  พ.ค. 13 (40)
      • ►  พ.ค. 05 (1)
    • ▼  เมษายน (426)
      • ►  เม.ย. 26 (20)
      • ►  เม.ย. 25 (21)
      • ►  เม.ย. 24 (24)
      • ►  เม.ย. 22 (7)
      • ►  เม.ย. 21 (26)
      • ►  เม.ย. 20 (11)
      • ►  เม.ย. 19 (32)
      • ►  เม.ย. 18 (8)
      • ►  เม.ย. 17 (13)
      • ►  เม.ย. 12 (31)
      • ►  เม.ย. 11 (24)
      • ►  เม.ย. 10 (30)
      • ►  เม.ย. 09 (12)
      • ►  เม.ย. 08 (31)
      • ►  เม.ย. 07 (9)
      • ►  เม.ย. 06 (13)
      • ▼  เม.ย. 04 (24)
        • เตรียมออกหมายจับ 2 มือบึ้มลีการ์เดนส์
        • ยะลาตรวจเข้มรถทุกชนิดหวั่นซ้ำรอยคาร์บอมบ์
        • แก๊งขี้ยาเหิมดักปล้นทรัพย์ทหารเรือ
        • โจรใต้เหิมลอบกดบึ้มหวังปลิดชีพทหาร
        • 191รวบยาไอซ์เครือข่ายคุกกรุงเก่า
        • เตือนจยย.รับจ้างขับเร็วโดนยิงตาย
        • ตชด.เครียดยิงหัวตัวเองบนรถทัวร์
        • ตั้งค่าหัวล่าแก๊งคาร์บอมบ์ “ลีการ์เดนท์” 1 ล้าน
        • จับหญิงแสบซุกยาแคร๊กยานรกสายพันธุ์ใหม่ในช่องคลอดเข...
        • 191รวบยาไอซ์เครือข่ายคุกกรุงเก่า
        • โจรใต้เหิมลอบกดบึ้มหวังปลิดชีพทหาร
        • ห้ามขายยาแก้หวัดซูโดอีเฟดรีนผสมพาราเซตามอล
        • มหาดไทยเรียกประชุมแผนรับสถานการณ์แล้ง
        • ปัดมีพิมพ์เขียวพ.ร.บ.ปรองดองดักคอฝ่ายค้านวอล์คเอาท์
        • “ชวรัตน์”นำลูกพรรคภท.ร่วมอวยพรวันเกิด “ปู่ชัย”
        • ปชป.เด้งรับข้อเสนอส.พระปกเกล้า
        • เพื่อไทยเมินพระปกเกล้าฯถอนรายงานชี้ผลวิจัยสมบูรณ์แล้ว
        • สถาบันพระปกเกล้าถอนรายงานวิจัย
        • “เฉลิม” สั่งปรับงานด้านการข่าวใหม่หลังเกิดเหตุคาร์...
        • “สุรพงษ์” เผย “ยิ่งลักษณ์”ถก“ราจิบ ราซัก”
        • “ปู” วอนเลขาอาเซียนส่งเสริมบทบาทสตรี
        • หนูน้อยวัย6ขวบแฉนาทีระทึกรอดตายคาร์บอมบ์ยะลา
        • แต่งตั้งโยกย้าย รองผบก.-สว.ในบช.ศชต
        • บาร์ซาอัดมิลาน3-1/เสือใต้สอย2-0ลิ่วตัดเชือกชปล.
      • ►  เม.ย. 03 (19)
      • ►  เม.ย. 02 (23)
      • ►  เม.ย. 01 (48)
    • ►  มีนาคม (1065)
      • ►  มี.ค. 31 (35)
      • ►  มี.ค. 30 (7)
      • ►  มี.ค. 29 (8)
      • ►  มี.ค. 28 (34)
      • ►  มี.ค. 27 (17)
      • ►  มี.ค. 26 (16)
      • ►  มี.ค. 25 (16)
      • ►  มี.ค. 24 (8)
      • ►  มี.ค. 23 (27)
      • ►  มี.ค. 22 (20)
      • ►  มี.ค. 21 (32)
      • ►  มี.ค. 20 (46)
      • ►  มี.ค. 18 (8)
      • ►  มี.ค. 17 (24)
      • ►  มี.ค. 16 (19)
      • ►  มี.ค. 15 (41)
      • ►  มี.ค. 14 (50)
      • ►  มี.ค. 13 (34)
      • ►  มี.ค. 12 (46)
      • ►  มี.ค. 11 (80)
      • ►  มี.ค. 10 (31)
      • ►  มี.ค. 09 (62)
      • ►  มี.ค. 08 (72)
      • ►  มี.ค. 07 (83)
      • ►  มี.ค. 06 (27)
      • ►  มี.ค. 05 (33)
      • ►  มี.ค. 04 (42)
      • ►  มี.ค. 03 (80)
      • ►  มี.ค. 02 (66)
      • ►  มี.ค. 01 (1)
    • ►  กุมภาพันธ์ (12)
      • ►  ก.พ. 29 (11)
      • ►  ก.พ. 28 (1)
    • ►  มกราคม (1)
      • ►  ม.ค. 29 (1)
  • ►  2011 (580)
    • ►  พฤศจิกายน (45)
      • ►  พ.ย. 30 (1)
      • ►  พ.ย. 22 (36)
      • ►  พ.ย. 06 (5)
      • ►  พ.ย. 05 (2)
      • ►  พ.ย. 02 (1)
    • ►  สิงหาคม (4)
      • ►  ส.ค. 10 (2)
      • ►  ส.ค. 07 (2)
    • ►  กรกฎาคม (278)
      • ►  ก.ค. 20 (15)
      • ►  ก.ค. 18 (16)
      • ►  ก.ค. 17 (21)
      • ►  ก.ค. 16 (28)
      • ►  ก.ค. 15 (25)
      • ►  ก.ค. 14 (44)
      • ►  ก.ค. 13 (57)
      • ►  ก.ค. 12 (40)
      • ►  ก.ค. 11 (18)
      • ►  ก.ค. 08 (11)
      • ►  ก.ค. 01 (3)
    • ►  มิถุนายน (13)
      • ►  มิ.ย. 30 (11)
      • ►  มิ.ย. 28 (1)
      • ►  มิ.ย. 24 (1)
    • ►  พฤษภาคม (84)
      • ►  พ.ค. 27 (11)
      • ►  พ.ค. 25 (4)
      • ►  พ.ค. 24 (19)
      • ►  พ.ค. 22 (23)
      • ►  พ.ค. 21 (11)
      • ►  พ.ค. 20 (14)
      • ►  พ.ค. 09 (2)
    • ►  มีนาคม (156)
      • ►  มี.ค. 28 (1)
      • ►  มี.ค. 25 (1)
      • ►  มี.ค. 21 (2)
      • ►  มี.ค. 20 (3)
      • ►  มี.ค. 19 (1)
      • ►  มี.ค. 18 (4)
      • ►  มี.ค. 17 (5)
      • ►  มี.ค. 15 (24)
      • ►  มี.ค. 14 (2)
      • ►  มี.ค. 12 (1)
      • ►  มี.ค. 10 (10)
      • ►  มี.ค. 09 (1)
      • ►  มี.ค. 08 (7)
      • ►  มี.ค. 07 (37)
      • ►  มี.ค. 06 (55)
      • ►  มี.ค. 05 (2)

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

เกี่ยวกับฉัน

netdesign
ดูโปรไฟล์ทั้งหมดของฉัน

Pages

  • หน้าแรก
  • พุทธวจน
  • บริการ By Becomz.com
  • เกี่ยวกับเรา
  • ข่าว
  • Ghost windows XP
  • Ghost windows 7
  • Ghost windows 8
  • Ghost windows 10
  • Download
  • Training
  • ดูหนัง online
  • ผลบอลสด
  • สอน Mocrosoft office
  • รวมพรบ ต่างๆ

Popular Posts

  • Ghost Windows 10 [64 bit] All Driver Lite edition [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost Windows 10 [64 bit] All Driver Lite edition [ ลิงค์เดียว ] ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด Ghost Windows 10 [64 bit] All Dr...
  • Ghost KKD Windows7 x 32 bit All Programs Auto Drivers V. 3 [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost KKD  Windows7 32 bit All Programs Auto Drivers V. 3 [ ลิงค์เดียว ]   ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด คัดลอก :  V. 3  ผ...
  • Ghost WIndows7 X 64 BIt Original All Programs [ ลิงค์เดียว ] พร้อมใช้งานทั่วไป อัพเดท ตัวล่าสุดครับ
    Ghost WIndows7 X 64 BIt Original+ All Programs [ ลิงค์เดียว ]  พร้อมใช้งานทั่วไป อัพเดท ตัวล่าสุดครับ ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โ...
  • Ghost KKD Windows 7 Ultimatet V.12 x 64 BIT All Programs Auto Drivers [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost KKD Windows 7 Ultimatet V.12 x 64  BIT  All Programs Auto Drivers  [ ลิงค์เดียว ] ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด Ghost KK...
  • Ghost KKD Win7 x 64 bit V. 9 [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost KKD Win7 x 64 bit V. 9 [ ลิงค์เดียว ] ข้อมูลทั่วไป  ชื่อเรื่อง: ดาวน์โหลด Ghost KKD Windows7 V.9_x64.Gho  คัดลอก: V.9_x64...
  • KKD Windows8.1 V.8 x86 All Programsไฟล์ Ghost | วินโดว์ 8.1 32 บิท
    KKD Windows8.1 V.8 x86 All Programsไฟล์ Ghost | วินโดว์ 8.1 32 บิท โหลดวินโดว์ KKD Windows8.1 V.8 x86 All Pr...
  • Adobe Illustrator CC 2015 v19.0 Incl Crack (x86x64) [ลิงค์เดียวแรง]
    Adobe Illustrator CC 2015 v19.0 Incl Crack (x86x64) [ลิงค์เดียวแรง] ข้อมูลทั่วไป ชื่อเรื่อง: ดาวน์โหลดโปรแกรม Adob​​e Illustrator...
  • KKD Windows XP V.12 ไฟล์ Ghost | วินโดวส์เอ็กซ์พียอดนิยม
    KKD Windows XP V.12 ไฟล์ Ghost | วินโดวส์เอ็กซ์พียอดนิยม KKD Windows XP V.12 ไฟล์ gho | วินโดวส์เอ็กซ์พียอดนิยม ...
  • Ghost Windows XP SP3 Ori+App Full Pro App 32 Bit [ ลิงค์เดียว ]
    Ghost Windows XP SP3  Ori+App Full Pro App 32 Bit [ ลิงค์เดียว ] ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด Ghost Windows XP SP3  Ori+App Ful...
  • Ghost Win 10 Pro X 64 Bit 2016 เป็นตัวมาตรฐาน ไฟล์เล็ก[ 5.65 Gb. ]
    Ghost Win 10 Pro X 64 Bit 2016 เป็นตัวมาตรฐาน ไฟล์เล็ก[ 5.65 Gb. ]  ข้อมูล ชื่อเรื่อง : ดาวน์โหลด Ghost Win 10 Pro X 64 Bit 2016 ...
netdesign. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ติดตาม

Copyright © 2012 Luevipan Computer | Powered by Becomz.com
Design by Fabthemes | Blogger Template by ซ่อมคอม
Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources