ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

“ดีเอสไอ” สอบบ.เถื่อนนำคนไทยไปฮัจญ์


วันนี้ 29 ต.ค.  ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูรณ์  สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กล่าวถึงกรณีนายปรีชา  กันธิยะ  อธิบดีกรมการศาสนายื่นหนังสือขอดีเอสไอสอบสวนกรณีพบการกระทำความผิด ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจญ์  เนื่องจากพบวามีผู้เดินทางไปประกอบพิธีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาว่า ในวันพรุ่งนี้(30 ต.ค.) ดีเอสไอได้เรียกเจ้าหน้าที่นิติกร ชำนาญการ กรมการศาสนา เข้าสอบปากคำเพื่อเปิดคดีในฐานะพยานปากแรก จากนั้นจะทยอยสอบสวนรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดว่า  บริษัทที่ประกอบกิจการฮัจญ์โดยไม่รับอนุญาตออกไปชักจูงประชาชนนั้นได้รับ ประโยชน์อย่างไร เนื่องจากคดีนี้กรมการศาสนาเป็นผู้เสียหาย ไม่สามารถจัดสรรโควต้าผู้เดินทางไปแสวงบุญจำนวน 13,000 คนให้กับประชาชนที่มาลงทะเบียนถูกต้องได้ และบางรายต้องรอข้ามปี  เนื่องมีบริษัทเถื่อนปลอมตราประทับ และบาร์โค้ดของกรมการศาสนาไปใช้ขอวีซ่า  นอกจากนี้ยังได้รับการท้วงติงทางการซาอุดิอาระเบียว่าบริษัทเถื่อนเหล่านี้ ไม่สามารถดูแลคนไทยที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์ได้ ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้สร้างความเสียหายกับประเทศได้อีก.

สาวแก้เผ็ดแก๊งเวียดนามล้วงกระเป๋า


วันนี้  29 ต.ค. นางธนัดดา สว่างเดือน อายุ 43 ปี นักเขียนอิสระ อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่12 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เหยื่อถูกแก๊งชาวเวียดนามล้วงกระเป๋า เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.สมเกียรติ พลอยทับทิม พงส.(สบ2) สน.ลุมพินี เพื่อให้การเพิ่มเติมภายหลังถูกแก็งค์ดังกล่าวล้วงเอาโทรศัพท์ไอโฟน 4 เอส สีขาว มูลค่า 26,000 บาท ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ ถนนรัชดาฯ แขวงและเขตคลองเตยเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา

นางธนัดดา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนเดินทางมาภายในงานดังกล่าวและถูกคนร้ายล้วงเอาโทรศัพท์ไป ในวันต่อมา(28ต.ค.)ตนได้ใช้กลวิธีนำเอาโทรศัพท์ไอโฟน 4 เอส เลียนแบบ มูลค่า 5,000 บาท นำหนังยางมัดผมจำนวนหลายเส้นมัดต่อกันผูกติดกับกระเป๋ากางเกงด้านหลังเพื่อ ให้มิจฉาชีพติดกับดักที่ทำไว้ โดยหนึ่งในแก๊งค์ดังกล่าวได้หลงกลมาล้วงกระเป๋าตน พอคนร้ายล้วงกระเป๋าจึงร้องเรียกให้รปภ.เข้ามาช่วยกันจับกุม ก่อนประสานเจ้าหน้าตำรวจสน.ลุมพินีที่ควบคุมตัวไว้ได้ ทั้งนี้ตนรู้สึกเจ็บใจที่ถูกมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวที่มาขโมยโทรศัพท์ของตนไป จึงคิดหากลวิธีที่จะแก้แค้นคืนจนสำเร็จ

ด้าน พ.ต.ท.สมเกียรติ เปิดเผยว่า ภายหลังจากคนร้ายซึ่งก่อเหตุดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัวไว้ได้ ทันที 1 ราย ทราบชื่อนาง ดิน ธิ บิช มาย อายุ 33 ปี ชาวเวียดนาม อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อขยายผล โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “วิ่งราวทรัพย์” ก่อนสรุปสำนวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป.

ผบ.ตร. ตกลงร่วมเวียดนาม 4 เรื่องสำคัญ


วันนี้ (29 ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)  พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย แถลงว่า  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้เดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนาม ที่ประเทศเวียดนาม  ซึ่งมีเรื่องที่เป็นความตกลงร่วมกันและเกี่ยวข้องกับตำรวจ  4 เรื่อง โดย ผบ.ตร.ได้สั่งเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนการเตรียมเข้า สู่ประชาคมอาเซียน  การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ การปราบปรามยาเสพติด และการพัฒนาการท่องเที่ยว ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว  ซึ่งก่อนหน้านี้ตร.ก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้ยาเสพติด และการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างจริงจังด้วยตัวเอง และในวันพรุ่งนี้(30 ต.ค.) พล.ต.อ.อดุลย์ จะเป็นประธานการประชุมประจำสัปดาห์ โดยมีรองผบ.ตร.-ผู้ช่วยผบ.ตร.ร่วมประชุม โดยมีผบช.หน่วยร่วมประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นส์  โดย ผบ.ตร.จะเร่งรัดคดีสำคัญ เช่น ความคืบหน้าคดีที่สน.พระโขนง เป็นต้น.

โอม มหารวยนัดแถลงข่าวแฉเบื้องหลังสร้างหลวงปู่ทวด


วันนี้ (29 ต.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.ท.อนุรักษ์  โรจน์นิรันดร์กิจ  ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 2  กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีพระใบฎีกาเทียนชัย  สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายสมพงษ์  กันภัย หรือ อาจารย์หนู กันภัย  และบุคคลใกล้ชิด   โดยอ้างว่ามีการยักยอกเงินบริจาคที่นำมาบูชาวัตถุมงคลเพื่อสร้างหลวงปู่ทวด วัดแม่ตะไคร้  ว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอลงพื้นที่วัดแม่ตะไคร้ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่  เพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน  ทั้งนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อรวบรวบ ข้อมูลให้ได้มากที่สุด  โดยเฉพาะเน้นให้ตรวจสอบสิ่งก่อสร้างภายในวัดทั้งหมดว่ามีที่มาที่ไปอย่าง ไร   นอกจากนี้ต้องมีการสอบถามพยานแวดล้อมที่อยู่รอบบริเวณวัด เช่น ชาวบ้าน  อย่างไรก็ตามอาจจำเป็นต้องขอตรวจสอบเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับ บริจาคเงินทั้งหมด  ส่วนอาจารย์หนู  กันภัย เบื้องต้นดีเอสไอจะยังไม่ออกหมายเรียกจนกว่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนจากเจ้า อาวาสในฐานะผู้ร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้(30 ต.ค.) นายภุชงค์  สิริธัญผล  ประธานบริษัท  โอมมหารวย  จำกัด จะเปิดแถลงข่าวโดยใช้ชื่อว่า “เปิดโปงเบื้องลึก ระหว่างอาจารย์หนู กันภัย กับ พระเทียนชัย ใครอมเงินทำบุญ 300 ล้านบาท” ที่ โรงถ่าย โอมมหารวย เธียเตอร์  รามคำแหง ซ.150   เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทได้รับผลกระทบ  เพราะมีประชาชนจำนวนมากประท้วงหน้าบริษัทและขอรับเงินบริจาคคืน  ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย  โดยประชาชนเข้าใจว่าบริษัทซึ่งเป็นสื่อกลางรับประชาสัมพันธ์วัตถุมงคลดัง กล่าวมีส่วนได้ส่วนเสียกับเงินบริจาค ทั้งที่จริงแล้วบริษัทแค่รับหน้าที่สื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทางเคเบิ้ลทีวีโดย ไม่ได้มีส่วนแบ่งในเงินบริจาค  โดยบริษัทมีรายละเอียดเกี่ยวกับเงินบริจาคทั้งหมดพร้อมนำมาเปิดเผย นอกจากนี้ยังมีเทปบันทึกการออกอากาศรายการตั้งแต่เริ่มรับบริจาคด้วย.

สันติบาลรับประเมินชุมนุมต่ำ ลืมคนในกรุงเทพ


วันนี้ (29 ต.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย  เอนกเวียง  ผบช.ส. กล่าวว่า การประเมินผู้มาชุมนุมร่วมกับกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามที่สนามม้านางเลิ้ง เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ยอมรับว่าทางการข่าวของสันติบาลประเมินผู้มาชุมนุมต่ำไป  ทั้งนี้ ตัวเลขที่ประเมินไว้นั้น  เป็นการประเมินขั้นต่ำไว้ ซึ่งต่อไปสันติบาลต้องพิจารณาประชากรจากกรุงเทพฯด้วย รวมถึงเจาะลึกว่า กลุ่มที่มาชุมนุมมีที่มาที่ไปอย่างไรเป็นกลุ่มแฟนพันธ์แท้หรือจัดตั้งขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม  สันติบาลเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง  ๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับการชุมนุม โดยประเมินสถานการณ์แย่ที่สุดไว้แล้วและเตรียมแผนการกับมือไว้  นอกจากนี้  สถานที่ที่ใกล้การชุมนุมมากที่สุดคือ ทำเนียบรัฐบาลก็มีการวางแผนรับมือไว้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น แต่การเตรียมแผนของสันติบาลไม่ใช่เป็นการกดดัน เพราะในระบอบประชาธิปไตยเปิดกว้างให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น

พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย กล่าวด้วยว่า  พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.  ได้กำชับให้มีความละเอียดในการปฏิบัติหน้าที่และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าว สารกับหน่วยความมั่นคง ซึ่งต้องเกาะติดสถานการณ์ ประเมินการข่าวทุกวันเพื่อรองรับการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามใน ครั้งต่อไป.

ซ้อมย่อยขบวนเรือเตรียมความพร้อม ครั้งสุดท้าย


วันที่ 29 ต.ค.กองทัพเรือซ้อมย่อยครั้งสุดท้ายขบวนพยุหยาตราทางชลมารค งานพระราชพิธีเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ซึ่งทางกองทัพเรือ ได้เตรียมการจัดงานพระราชพิธีเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 พ.ย.นี้ โดยการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธี 52 ลำ และกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ เป็นกำลังพลและฝีพายประจำเรือพระราชพิธี 2,200 นาย รูปกระบวนเรือจัดเป็น 5 ริ้ว ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือรูปสัตว์ 8 ลำ ได้แก่ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือดั้ง 22 ลำ และเรืออื่น ๆ อีก 18 ลำ การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 16  ที่จัดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยครั้งล่าสุดเป็นการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน ประจำปี 2550 ในวันที่ 5 พ.ย.2550

   การซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคฯ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้เส้นทางตั้งแต่ สะพานพระราม 8 (ท่าวาสุกรี)  ถึง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ระหว่างเวลา 15.00 - 17.00 น. โดยจะมีการซ้อมใหญ่เหมือนจริง 2 ครั้ง ในวันที่ 2 และ 6 พ.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นทางริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่าง ชาติต่างถ่ายรูปเรือสวยงามไว้เป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนที่มาชมการซ้อมขบวนเรืออย่างยิ่ง.

ประสงค์โผล่สนามม้า ถล่มรัฐบาลก่อวิกฤต5ด้าน


ความคืบหน้าการชุมนุมในช่วงบ่ายวันที่ 28 ต.ค. ขององค์กรพิทักษ์สยาม ที่สนามม้านางเลิ้ง นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายเสรี วงศ์มณฑา นักวิชาการอิสระขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตีนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายจำนำข้าว และกรณีรัฐบาลปล่อยให้มีการจาบจ้วงสถาบันเป็นประเด็นหลักในการปราศรัย
จากนั้นเมื่อเวลา 17.00น. พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทยขึ้นกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขอให้ความมั่นใจว่ากองทัพและทหารยืนอยู่ข้างพวกเรา เมื่อเห็นภาพพวกเรามากันในวันนี้ มั่นใจและเชื่อมั่นเสมอว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ยังมีความจงรักภักดีไม่เสื่อมคลาย จึงมั่นใจว่ากองทัพจะไปกับพวกเรา เมื่อพวกเราต้องการกู้ชาติ ทั้งนี้สนามม้าแห่งนี้เคยเป็นสภาสนามม้ามาแล้ว ใครก็ตามที่ไปพูดว่าเป็นสถานที่อโคจร ๆ คนๆ นั้นถือว่าเป็นพวกไม่รักชาติ
ขณะที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีต สนช. กล่าวว่า ขอพูดความรู้สึกในใจเมื่อก้าวเข้ามาในสนามม้านางเลิ้งแห่งนี้ ในช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 สนามม้าแห่งนี้เคยเป็นสภาประชาชนที่มีประชาชนมารวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหา บ้านเมืองและตนเป็นหนึ่งในนั้น ทั้งนี้ตนมาตามคำเชิญของ พล.อ.บุญเลิศ ไม่ได้คลานมาหา พล.อ.บุญเลิศ เหมือนคนบางคน พล.อ.บุญเลิศติดต่อพูดคุยอยากให้มาร่วมด้วย ตนก็มาร่วมด้วยความยินดี เพราะรู้จัก พล.อ.บุญเลิศมานาน วันนี้สภาประชาชนกำลังจะเกิดขึ้นเป็นรอบที่ 2 อยากให้เป็นสภาประชาชนที่จะช่วยกันคิดว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยไม่มีนักการเมืองทำร้ายประเทศชาติ
น.ต.ประสงค์ กล่าวอีกว่า เวลานี้ประเทศไทยเกิดวิกฤตที่สุดใน 5 ด้าน คือ 1.วิกฤติด้านเศรษฐกิจของแพงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2544 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีได้อำนาจรัฐ มีการแปลงทุนให้เป็นของเศรษฐีแปลงหนี้ให้ชาวบ้าน 2.วิกฤตทางสังคมและระบบราชการ เกิดมาในหลายยุคหลายสมัยไม่เคยเห็นความแตกแยกเกิดขึ้นเท่าในยุคนี้ เพราะมีนักการเมืองไปหลอกประชาชนว่าฝ่ายหนึ่งดีส่วนอีกฝ่ายเป็นคนไม่ดี 3.วิกฤตทางด้านความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
4.วิกฤตด้านการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งระบบนิติรัฐและนิติธรรมไม่มีอยู่อีกแล้ว อยู่ที่ใครเป็นพวกใคร ที่ไม่ใช่พวกก็ถูกยัดเยียข้อกล่าวหา แต่หน่วยงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมายกลับไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง วันนี้มีนักโทษหนีคุกหลบหนีอยู่ก็ไม่ดำเนินการ อ้างเพียงแต่ว่าไม่รู้อยู่ไหน แต่กลับมีการเดินทางไปพบกันที่ต่างประเทศและก็มาบอกว่าไม่ได้ไป และ 5.วิกฤตภาวะผู้นำของประเทศ ตั้งแต่เกิดมาตนก็เพิ่งเคยเห็นผู้นำแบบนี้ ที่ความรู้และประสบการณ์ทางการเมืองตนกล้าบอกว่าไม่รู้เรื่องเลย เอะอะอะไรก็บอกหนูไม่รู้อย่างเดียว
“ทั้ง 5 วิกฤตนี้เราต้องหาทางแก้ไข โดยแนวทางของเราคือการยึดกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงให้ไว้ คือสนับสนุนคนดีให้เข้ามาทำงานแทนคนไม่ดี จึงอยากเสนอให้ประชาชนรวมตัวกันตั้งกรรมการขึ้นมาช่วยกันคิดและปรึกษาหารือ เฟ้นหาคนดีเสนอให้กับกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยาม และเครือข่าย เพื่อหาคนดีมาทำงานแทนคนไม่ดี ทั้งนี้ผมอยากเสนอให้ทุกคนทำป้ายไปติดที่หน้าทำเนียบกับรัฐสภาว่าที่นี่เป็น เขตอำนาจของประชาชนนักการเมืองทุรชนห้ามเข้าด้วย ส่วนที่มีการพูดถึงแผน 5 ขั้นในการล้มรัฐบาลนั้น ผมเห็นว่า 5 ขั้นมันมากไป ขอ 2 ขั้นก็พอ แต่ถ้าขั้นเดียวได้ก็ยิ่งดี ” น.อ.ประสงค์กล่าว
ต่อมาเมื่อเวลา 18.12 น. พล.อ.บุญเลิศ ได้ขึ้นมากล่าวปิดเวทีปราศรัยโดยระบุว่า ขอประกาศให้พี่น้องทราบว่าในวันนี้มีพี่น้องประชาชนมาร่วมลงชื่อที่ชัดเจน 2 หมื่นรายชื่อ ซึ่งมากกว่าที่รัฐบาลประเมินไว้ ทั้งนี้ พล.อ.บุญเลิศ ยังได้ถามฉันทามติของประชาชนว่าในการชุมนุมครั้งนี้พอใจ ถูกใจหรือเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งทุกคนตอบกลับด้วยเสียงกึกก้องว่าพอใจ ถูกใจและเห็นด้วย ทำให้ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวกับประชาชนว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น ขอให้กลับไปเอาพรรคพวกพี่น้องออกมาเพิ่มอีกคนละ 100 คน ให้มีจำนวนเป็นร้อยเป็นหมื่นหรือหนึ่งล้านคน เพื่อเป็นพลังในการขับไล่รัฐบาลในครั้งต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวจบได้มีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนจะสลายการชุมนุม และประชาชนผู้ชุมนุมต่างทยอยเดินทางแยกย้ายกันกลับ.

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources