ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

“แท็กซี่ป่วน” ขับรถบุกสภา



ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณหน้ารัฐสภา ถนนอู่ทองใน ว่า ในวันนี้ (1ส.ค.) เป็นวันแรกของการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไป ปรากฏว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี ส.ส. ทยอยเดินทางเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเริ่มขึ้นในเวลา 13.00 น. กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.00 น. ได้เกิดเหตุวุ่นวายเมื่อนายพงศ์พิชาญ ธนถิรพงศ์ อายุ 46 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ ได้ขับรถฝ่าเข้ามาภายในบริเวณทางลงของชั้นลอย อาคารรัฐสภา 1 พรัอมกีบบีบแตรดังลั่น เจ้าหน้าที่ต้องวิ่งเข้ามาขัดขวาง และเชิญตัวให้ออกไป พร้อมกับให้นายพงศ์พิชาญ ยื่นหนังสือผ่านตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐสภา
สำหรับบรรยากาศการรักษาความเรียบร้อยภายในอาคารรัฐสภา นั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องตรวจค้นอาวุธเอ็กเรย์แบบสายพาน และ สแกนมือ ซึ่งได้จัดซื้อมาใหม่ มาติดตั้งบริเวณประตูทางเข้า- ออก อาคารรัฐสภา รวมถึง ทางเชื่อมจากอาคารรัฐสภา 1 ไปยังอาคารรัฐสภา 2 ด้วย

ศาลอาญาวางกฎเหล็กฟังคดีตู่-จตุพร


วันนี้ ( 1 ส.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายจุมพล ชูวงษ์  นายชัยฤทธิ์ เทวะผลิน  และนายธรรมนิตย์ ตันติยวรงค์  รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา  นางอรอุษา กฤษณะโลม  จรัญรัตนศรี เลขานุการศาลอาญา และนายประยุทธ  ศิริล้น  ผู้อำนวยการประจำสำนักอำนวยการศาลอาญา  ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อทำความเข้าใจต่อสื่อมวลชน และกลุ่มบุคคลที่จะเดินทางมาศาลอาญา เพื่อฟังการพิจารณาเกี่ยวกับคำสั่งการเพิกถอนการประกันตัว นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.)  และ อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย   กับพวก 24 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นจำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้าย  ในวันที่ 9 ส.ค. นี้
โดยนายจุมพลกล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้ออกหมายเรียกนายจตุพร พรหมพันธุ์  มาสอบถามเกี่ยวกับการกระทำผิดเงื่อนไขการประกันตัวที่ศาลรัฐธรรมนูญยื่นคำ ร้องขอให้ศาลเพิกถอนประกันนั้น  มีกลุ่มคนและสื่อมวลชนเดินทางมาศาลจำนวนมาก จนเกิดความไม่เรียบร้อยภายในบริเวณศาล เช่น การใช้รถติดตั้งเครื่องขยายเสียงพูดอภิปราย  ก่อให้เกิดเสียงดังเป็นเหตุให้เกิดความขัดขวางการพิจารณาคดีนี้ และคดีอื่นๆของศาลอาญา ศาลแพ่ง ศาลอุทธรณ์ ศาลแขวงพระนครเหนือ  และผู้สนับสนุนแกนนำมาให้กำลังใจมีลักษณะก่อความวุ่นวายไม่เหมาะสม มีการนำสินค้ามาวางจำหน่ายบนทางเท้า และล้ำลงไปในถนน  ทำให้การจรจรติดขัด ทั้งที่เป็นการสอบถามนายจตุพรเพียงคนเดียว
ทั้งนี้การสอบถามวันที่ 9 ส.ค. นี้ คาดว่าจะมีประชาชน ผู้สนใจ ผู้สนับสนุนและสื่อมวลชน มาศาลเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อรักษาความเรียบร้อยเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปด้วยความ เที่ยงธรรม  และรวดเร็ว อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30  ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15  ศาลอาญาโดยนายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา  จึงขอออกข้อกำหนดดังนี้ คือ
ห้ามมิให้ผู้ใดประพฤติตนในทางที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ก่อความรำคาญในบริเวณศาลหรือกระทำการในลักษณะที่เป็นการยั่วยุสนับสนุนใน บริเวณศาล
ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องขยายเสียงส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในศาล
ห้ามมิให้ผู้ใดนำสินค้ามาวางจำหน่าย อันเป็นการกีดขวางทางเข้าออกศาลอาญา  และศาลอื่นริมถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลอุทธรณ์  ศาลแพ่ง จรดศาลอาญา ผู้ใดฝ่าฝืนการกระทำดังกล่าว ถือกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ระวางโทษจำคุก 6 เดือน
ด้านนายประยุทธ ศิริล้น ผู้อำนวยการประจำสำนักอำนวยการศาลอาญากล่าวว่า ตนได้ประสานขอกำลังตำรวจเพิ่มจากเดิม ทั้งตำรวจนครบาล  ตำรวจคอมมานโดกองปราบ ตรึงกำลังหน้าศาล  ทั้งยังได้เตรียมสถานที่ และกางเต็นท์รองรับผู้สนับสนุนบริเวณลานจอดรถไว้แล้ว ส่วนช่างภาพ ที่ประจำจุดบริเวณด้านหลังศาล และรถโมบายถ่ายทอดสด จะต้องแจ้งรายชื่อภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 7 ส.ค.
ส่วนสื่อมวลชนที่จะเข้าฟังการพิจารณาในห้องพิจารณา และสื่อมวลชนที่จะนั่งฟังการพิจารณาในห้องที่มีการถ่ายทอดโทรทัศน์วงจรปิด จะต้องแจ้งรายชื่อภายในวันที่ 8 ส.ค.ทั้งนี้ขอให้ผู้สื่อข่าวมาลงทะเบียนในวันที่ 9 ส.ค. ก่อนเวลา 08.00 น.  มิฉะนั้น จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในอาคารศาล

“ชูวิทย์” ฟ้อง “ผบช.น.” เอาจริงบ่อนลอยฟ้าย่านปิ่นเกล้าฯ


วันนี้( 1 ส.ค.)  รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาเรื่องการจับกุมบ่อนการพนักในเขตกรุงเทพมหานคร (กรณีบ่อนกิ่งเพชร) โดยเชิญพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.และพล.ต.ท.คำรณวิทย์  ธูปกระจ่าง ผบช.น.มาชี้แจง โดยผบ.ตร.ไม่ได้มามีเพียงพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง แต่การประชุมล่าช้ากว่ากำหนดประกอบกับที่ประชุมนำเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณา ก่อน ทำให้พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ติดราชการเตรียมงานรับเสด็จ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ฯ ในพิธีพระราชทานกระบี่แก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ จึงมอบหมายให้พล.ต.ต.พิสิฎฐ์  พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น.ชี้แจงแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ก่อนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ รออยู่ในห้องรับรองและกำลังจะเดินทางกลับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.ตำรวจ เดินทางมาถึงห้องประชุมจึงเข้าไปพบพล.ต.ท.คำรณวิทย์ โดยหลังจากทักทายและรับทราบว่าพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ติดราชการและได้มอบหมาย รองผบช.น. ชี้แจงโดยนายชูวิทย์ ได้กล่าวฝากเรื่องการตรวจสอบสถานบริการและบ่อนการพนันกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์

โดยนายชูวิทย์ กล่าวว่า ฝากว่ายังมีบ่อนลอยฟ้าอีกแห่งที่กลับมาเปิดให้เล่นกันอยู่ เรื่องนี้ตนมีพยานเป็นแพทย์จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาพร้อมมาให้ข้อมูลกับ กมธ.ตำรวจ  หากมีการร้องขอ ทั้งนี้บ่อนดังกล่าวยังใช้ที่จอดรถของวัดที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อให้ลูกค้าจอด รถ แม้เจ้าอาวาสจะไม่อยากให้แต่มีการขอร้องให้ใช้พื้นที่ของวันเป็นที่จอดรถ การที่มีลูกค้ามากทำให้มีคนเข้าออกบ่อนแห่งนี้จำนวนมากในแต่ละวันโดยเฉพาะ ช่วยดึกทำให้แพทย์และคนที่พักอาศัยใกล้เคียงมีความลำบาก

นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ยังมีร้อนกึงผับที่เรียกว่าผับต่อ(ผับที่นักเที่ยวเดินทางไปเที่ยวต่อหลัง จากผับแรกที่ไปเที่ยวปิดแล้ว) แห่งหนึ่งชื่อเซฟเฮ้าส์อยู่ย่านซอยทองหล่อ ปรากฎว่ามีการเปิดเกินเวลาและยังให้บริการกับเยาวชนอายุ 15 ปี จึงขอเรียกร้องให้ดูแลด้วย

รมว.กลาโหมเล็งประกาศเคอร์ฟิวส์ดับไฟใต้


วันนี้ (1ส.ค.)  ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดโรงแรมซีเอสปัตตานี จ.ปัตตานี ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุที่พยายามเร่งให้ตัวเองมีความสำคัญมากขึ้น  จึงเป็น สาเหตุที่ทำให้เราเสียกำลังพลไปมาก เราจะนำแผนที่มีอยู่เดิมไปปฏิบัติให้เร็วขึ้น ทั้งนี้ตนได้หารือกับ ผบ.เหล่าทัพ ซึ่งได้ลงความเห็นกันว่าต้องนำกำลังจากหลาย ๆ ส่วนมาช่วยกัน เพราะเห็นจุดอ่อนของกองทัพบก คือทำงานที่ไม่ใช้หน้าที่ของตนเองมากเหมือนจับฉ่าย ซึ่งก็ไม่อยากจะโทษหน่วยอื่น แต่อยากให้หน่วยต่าง ๆ เหล่านั้นส่งกำลังมาให้มาเพื่อสนับสนุนทหารด้วย เช่น การจับกุมของเถื่อน ยาเสพติด ซึ่งทหารไม่สมควรที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ทำหน้าที่เพื่อสนับสนุนเท่านั้น เพราะทหารเองนั้นมีภารกิจมากอยู่แล้ว หน้าที่ตรงนี้ขาดกำลังตำรวจที่มาดูแล จึงต้องเสริมกำลังตำรวจมาจุดนี้ ทหารอย่างเดียวรับภารกิจมากก็จะหนัก  
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า สำหรับภารกิจประจำที่ทหารทำอยู่นั้นวิเคราะห์กันว่าทหารเป็นเป้านิ่ง แต่ก็ต้องทำ เช่น การคุ้มครองพระ ครู นักเรียน  ซึ่งมีเวลาไปกลับที่แน่นอน และก็จะต้องทำกันทั้งวัน ทำให้ผู้ก่อเหตุรู้การเคลื่อนไหวจึงมีโอกาสที่จะถูกโจมตีมาก ส่วนเรื่องการวางระเบิดโรงแรมซีเอสปัตตานี จ.ปัตตานีนั้น ก็พลาดเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาโรงแรมนี้เคยถูกระเบิดมาแล้วซึ่งคิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยแต่ ก็มาโดน ถือว่ายังดีที่ความเสียหายน้อยไม่มีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ทั้งนี้การที่ตนได้พูดคุยกับ ผบ.ทบ. และ ผบ.ทอ. ว่าจะนำกำลังทางอากาศเข้ามาช่วยดู แต่จะเป็นการปฏิบัติการที่เล็ก ๆ ไม่ถึงขั้นเอฟ-16 เพื่อใช้ในการลาดตระเวน โดยจะมีการติดอาวุธ เพราะว่าภารกิจประจำ เช่นบนถนนที่จะต้องไปส่งคน อย่างเช่นกรณีที่กลุ่มผู้ก่อเหตุปิดถนนยิงเจ้าหน้าที่ทหารจนเสียชีวิตถึง 4 นาย ทั้งนี้คิดว่าถ้ามีเครื่องบินอยู่ข้างบนโอกาสนั้น คงเกิดขึ้นอยาก แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้ ผบ.เหล่าทัพ พูดคุยกันก่อน          
เมื่อถามว่า การแบ่งงานให้หน่วยงานอื่น ๆ กับการเพิ่มกำลังทหารอย่างไหนจะดีกว่ากัน พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ภารกิจของใครๆก็ทำ และจะต้องทำตลอดไม่ใช่จะทำแค่สองโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น เพราะสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้มีทั้งคืน การเอาทหารลงไปก็จะต้องเข้าใจว่า เพราะต้องทำงานทั้งวันก็แย่เหมือนกันมันโอเวอร์โหลด  ที่ผ่านมาทหารทำหมด ทุกอย่างตั้งแต่ยาเสพติด ของเถื่อน การดูแลปัญหาชายแดน การตั้งด่านตรวจค้น กำลังก็หมด ซึ่งแผนต่าง ๆ ที่มีอยู่ถือว่าดีอยู่แล้ว แต่การปฏิบัติการตามแผนเป็นไปตามที่ได้สั่งการไว้หรือไม่ เพราะหน่วยปฏิบัติมีอยู่มากก็จะต้องดูตรงนี้ให้ชัดเจนด้วย ถ้าหากหน่วยปฏิบัติได้ทำการตามแผนแล้วยังมีเหตุการณ์ขึ้นแสดงว่าแผนไม่ดีก็ จะต้องไปปรับปรุงที่แผน
สำหรับในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการก็จะต้องดูแลเรื่องของโรงเรียนปอเนาะ เพราะทุกกระทรวงได้รับงบประมาณมาเหมือนกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยบอกไปกับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้ว ในเรื่องเงินที่ส่งไปช่วยเหลือทั้งด้านการศึกษาตามรายหัวถึงมือผู้รับหรือ ไม่ เช่นมีนักเรียน 100 คน แต่ทำเงินเบิกไปเป็นนักเรียน 200 คน และถามว่างบประมาณส่วนนั้นไปไหน ไม่ใช่ว่านำงบประมาณส่วนนั้นกลับมาทำร้ายเรา ก็จะต้องดูด้วย          
เมื่อถามถึงกรณีที่ที่ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี  ตั้งศูนย์ปฏิบัติการดับไฟใต้ที่มี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่กำกับดูแลนั้น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ศูนย์จะจัดตั้งอยู่ที่ กทม. ซึ่งต่อไปนี้ศูนย์ดังกล่าวจะคอยแก้ไขปัญหาให้เกิดปัญหาอะไรขึ้นก็จะต้องรีบ แก้ไข ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ซ้ำซ้อนกลับหน่วยงานที่มีอยู่ เพียงแต่เพื่อให้การทำงานกระชับมากขึ้น ส่วนขวัญกำลังใจของทหารในพื้นที่ ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ยืนยันว่ากำลังใจดี ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม เข้ามาดูปัญหาไฟใต้ ก็จะดูแลในเรื่องของตำรวจเพื่อที่จะกำชับให้เกิดความรัดกุมตามความต้อง แต่ไม่ได้เข้ามาจุ้นจ้านในส่วนของกองทัพ
ทั้งนี้จะให้กองทัพ และ ตำรวจ ผนึกกำลังกัน เมื่อถามว่า จากที่ได้มีการหารือกับ ผบ.เหล่าทัพ ได้มีการพูดคุยเรื่องการบังคับใช้กฎหมายพิเศษเพื่อให้เกิดความรัดกุมอย่างไร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกัน และเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำ จึงจะต้องขอโทษหากเกิดความไม่สะดวกก็ช่วยไม่ได้ เวลาอย่างนี้จะมาเอาใจกันว่าไม่สะดวกไม่ได้แล้ว บางครั้งผู้ช่วยใหญ่ผู้ใหญ่บ้านคนขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเวลา 23.00 น.ก็เรียบร้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราห้ามไม่ได้ แต่ถ้าถึงเวลาและอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เราก็ไม่ออกไป ก็จะมีการนำกฎหมายมาบังคับใช้ เพราะจำเป็นจะต้องทำแล้วในวันนี้ ถ้าหากมีการบังคับใช้กฎหมายแล้ว หากออกมาก็ซัดไปเลย ต้องเอามั้งไม่อย่างนั้นก็ไม่ไหว        
เมื่อว่าสถานการณ์ถึงขั้นประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่นั้น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดเรายังไม่ได้พูดในรายละเอียดกัน ตนยังตอบไม่ได้ต้องค่อย ๆ ว่ากันไป โดยเฉพาะรายละเอียดในกฎหมายฉบับนี้ เมื่อถามว่ารัฐบาลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล ย้อนถามกลับสื่อว่าคุณคิดว่าได้หรือไม่ ผู้สื่อข่าวจึงได้ตอบกลับไปว่า สถานการณ์ในพื้นที่ยังมีการก่อเหตุเป็นรายวัน ซึ่งเป็นส่วนทางกลับที่รัฐบาลบอกคุมได้ แต่ รมว.กลาโหม ไม่ตอบคำถามสื่อ  เมื่อถามว่า รมว.กลาโหม จะลงพื้นที่พร้อมนายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีว่าจะลงไปในพื้นที่เมื่อไหร่ ส่วนจำเป็นจะต้องลงหรือไม่นั้น ไม่ใช่ว่าถึงเวลาปุ๊บจะต้องลงพื้นที่ทันที วันนี้จะต้องส่งกำลังเข้าไปดูสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร ถ้านายกรัฐมนตรี ลงไป ก็จะต้องเอากำลังพลมาดูแลเป็น 100 คน ทำงานกันไม่ได้ รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมค่อยไป ไม่ใช่ไปสร้างภาพ แต่ก็ยอมรับว่าการที่นายกรัฐมนตรี หรือ ตนลงพื้นที่ ก็จะเป็นการลงไปให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ เพียงแต่ต้องรอเวลาให้เหมาะสมเท่านั้น แต่ไม่ใช่เวลานี้เพราะมันยังไม่จำเป็น

มาร์คติงนายกฯร้องเพลงกระทบใจคนใต้


วันนี้ ( 1 ส.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่านายกรัฐมนตรี และรัฐบาลต้องทบทวนหลายสิ่งที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในเรื่องกรอบนโยบายที่ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ เสนอต่อที่ประชุมของสภา ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ในทางกลไกการปฏิบัติได้เดินตามแนวทางนั้นหรือไม่ ซึ่งจากการได้พูดคุยกับผู้สังเกตการณ์ นักวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ภาคใต้ ก็ยังยืนยันว่าขณะนี้มันยังมีความจำเป็นที่ต้องซักซ้อมทำความเข้าใจให้ทุก หน่วยงานนั้นเดินตามนโยบายหรือกรอบนโยบายตรงนั้น หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมันก็มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรค่อนข้างเยอะ อยากให้รัฐบาลได้ให้ความสนใจ แล้วก็ใส่ใจในการที่จะเข้ามาดูเรื่องนี้

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับในขณะที่เกิดเหตุระเบิดที่ รร.ซีเอส ปัตตานี แต่พรรคร่วมรัฐบาลมีงานเลี้ยงฉลองที่ รร. มิราเคิล แกรนด์ และมีการร้องเพลงสุขกันเถอะเรา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้นายกรัฐมนตรีระมัดระวังในเรื่องของภารกิจต่าง ๆ ว่าอย่าให้มันเกิดกระทบความรู้สึกในเรื่องที่เป็นความละเอียดอ่อนของ สถานการณ์
ด้าน น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เมื่อค่ำวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการเกิดเหตุระเบิด 2 จุดที่จ.ปัตตานี ว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีความห่วงใยในสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมี 17 หน่วยงานเข้าร่วม โดยมีพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี  นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ร่วมกันเป็นประธานดูแลในส่วนนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีการดำเนินงานแก้ปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง
น.ส.ศันสนีย์ กล่าวอีกว่า ส่วนการที่สังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตเรื่องความเหมาะสมในเรื่องของ 2 เหตุการณ์นี้นั้น ที่จริงแล้ว ตนขอให้ประชาชนแยกแยะด้วย เพราะระหว่างที่นายกรัฐมนตรีร่วมงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน ปีฮ.ศ.1433 ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุระเบิดดังกล่าวและสั่งการไปแล้ว และในการร่วมงานเลี้ยงของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ได้มีส.ส.หญิงเชิญนายกรัฐมนตรีขึ้นร้องเพลงบนเวที ซึ่งท่านเห็นว่ามีบรรยากาศการผ่อนคลายและเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง พรรคร่วมรัฐบาล นายกฯจึงขึ้นไปร้องเพลง
"โดยท่านยังได้ลงมาเชิญผู้ใหญ่ที่เป็นแกนนำของพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นบนเวที ด้วย อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้เข้าใจว่านายกฯทำงาน แต่ตนมองว่าสิ่งที่เกิดบนเวทีไม่ได้เป็นการรื่นเริงจนเกินไป จึงขอความเห็นใจจากประชาชนให้แยกแยะ ซึ่งการแก้ปัญหาในภาคใต้นั้น รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจากที่ตนได้รับข้อมูลจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ก็พบว่าสถิติการก่อเหตุรุนแรงในเดือนรอมฎอนเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าปีนี้ลดลง" น.ส.ศันสนีย์ กล่าว

สภากาชาดมอบโล่สดุดีศรีอาสา



วันนี้ ( 1 ส.ค.) ที่อาคารแพทยพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลถวายแด่องค์อุปถัมภ์ และให้แก่ผู้อุปถัมภ์ อดีตผู้บริหารอาสากาชาด และผู้มีอุปการคุณต่อสำนักงานอาสากาชาดที่ล่วงลับไปแล้ว เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานอาสากาชาด ครบรอบ 72 ปี

จากนั้นนายแผน ได้มอบโล่สดุดีศรีอาสาให้กับอาสากาชาด จำนวน 163 ราย เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะอาสากาชาดผู้ทำคุณประโยชน์ โดยมี นางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานอาสากาชาดกิตติมศักดิ์ เข้ารับโล่สดุดีด้วย นอกจากนี้ยังมีการมอบประกาศนียบัตรให้กับอาสาอาชาดที่ผ่านการอบรมในปี 2554-2555 จำนวน 98 ราย และเข็มเครื่องหมายประสิทธิภาพให้แก่อาสากาชาดที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จำนวน 275 ราย

ผู้โชคดีบอลยูโรรับรถมิราจแล้ว



วันนี้ ( 1 ส.ค.) ผู้บริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้มอบรถมิตซูบิชิ มิราจ 10 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 506,000 บาท รวมมูลค่า 5,060,000 บาท ซึ่งเป็นรางวัลที่ 4 ให้กับผู้โชคดีที่ส่งชิ้นส่วนหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เข้าร่วมลุ้นโชคใหญ่ใน กิจกรรม “ลุ้นแชมป์ยูโร 2012 ลุ้นโชคกับเดลินิวส์” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เดลินิวส์ได้จัดอย่างต่อเนื่องมาเพื่อเป็นการ สมนาคุณให้แก่ผู้อ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ได้ลุ้นโชคจากผลการแข่งขันฟุตบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012 ที่โปแลนด์ และยูเครนเป็นเจ้าภาพช่วงที่ผ่านมา
 “น้องฝ้าย” นางสาวบุญฑริกา แซ่โค้ว นักศึกษาสาวสวยชั้นปีที่ 2 คณะบัญชี ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ วัย 20 ปี เผยว่า รู้สึกตื่นเต้นมากหลังจากรู้ว่าได้รางวัล เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับรางวัลใหญ่ขนาดนี้ เนื่องจากส่งชิ้นส่วนร่วมสนุกเพียง 9 ใบเท่านั้น
 ส่วน นางสุพัตรา สิทธิชัย ที่ทำกิจการร้านจิวเวลรี่ ซึ่งเดินทางมาจาก อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เผยว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมกิจกรรมกับเดลินิวส์มาโดยตลอด ซึ่งเมื่อรู้ว่าได้รางวัลก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะส่งชิ้นส่วนที่ทายว่าทีม “กระทิงดุ”สเปนจะได้แชมป์มาร่วมสนุก เพียง 25 ใบเท่านั้น ซึ่งหากมีกิจกรรมแบบนี้อีกก็จะส่งมาร่วมสุนกเช่นเคยแน่นอน
 สำหรับผู้โชคดีอื่นๆที่เดินทางมารับรางวัลดังกล่าว ในวันที่ 1 ส.ค. ประกอบด้วย นายเกรียงศักดิ์ อินสวัสดิ์(กทม.), นายชัยพงษ์ เลี่ยมเปี่ยม(สุพรรณบุรี), พ.ต.ท.ชาญชัย กุณะวงษ์(เลย), นายพรชัย หวังวัฒนะ(เลย), นายมาโนต คงเรือง(สุราษฎร์ธานี), นายวีระศักดิ์ จีวะรัตน์(พังงา)

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources