ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

"บิ๊กโอ๋" ปัดสั่งโฆษกกลาโหม แจงเรื่อง "มาร์ค"เกณฑ์ทหาร


เมื่อวันที่ 22 ก.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเสนอข่าวว่ามีการมอบหมายให้พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข้อเท็จจริงเรื่องการเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ยืนยันว่าตนไม่ได้มอบหมายให้พ.อ.ธนาธิปดำเนินการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียด เรืื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และยังไม่มีการชี้แจงใดๆทั้งนั้น ข่าวที่นำไปลงเพราะสื่อเอาไปลงผิด แต่ถ้ามีข้อสงสัยและถามกันมากก็อาจจะมีการชี้แจงให้ทราบในเร็วๆ นี้ก็ได้
ทั้งนี้การที่ตนให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  เพราะมีผู้สื่อข่าวมาถาม ซึ่งไม่มีอะไรต้องปิดบัง เป็นเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งมาถามที่กระทรวงกลาโหม ส่วนการที่อภิสิทธิ์ จะฟ้องร้องกระทรวงกลาโหมที่นำเรื่องนี้มาชี้แจง โดยระบุว่าต้องการช่วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดงนั้น ตนไม่อยากตอบโต้ เพราะเขาชอบพูดแบบนี้เป็นปกติ อย่างที่บอกไปแล้วว่าที่ตนพูดเพราะมีนักข่าวมาถาม ก็ชี้แจงข้อเท็จจริงไม่ได้เกี่ยวกับใคร สำหรับที่นายกมล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าเอกสารผ่อนผันการเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์ ไม่มีเจ้าหน้าที่ลงนามรับรองอาจเป็นการทำขึ้นเองนั้น ยังไม่ขอพูดตอนนี้ ไว้ชี้แจงในอีก 1-2 วันข้างหน้า

"สธ."ปิ๊งไอเดียตั้ง "อโรคยศาล"


วันนี้ ( 22 ก.ค.) นายวิทยา  บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า  กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนารูปแบบการดูแลผู้พิการจาก อุบัติเหตุจราจร และโรคเรื้อรัง เช่นหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก จนเกิดความพิการ ช่วยตัวเองไม่ได้ ซึ่งคาดว่ามีผู้ป่วยกลุ่มนี้ประมาณร้อยละ 2 ของทั้งประเทศหรือประมาณ 1 ล้านราย และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคตจาก 2 ปัจจัย คือการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และประชาชนป่วยเป็นโรคเรื้อรังมากขึ้น  จำเป็นต้องสังเคราะห์ระบบใหม่และพัฒนาทีมงานที่เอื้อต่อการดูแลโรคเรื้อรัง จากการวิเคราะห์ล่าสุดในปี53 จำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั่วประเทศมี 1.7 ล้านราย   ขณะที่ในปี51 มีผู้ป่วย 1.4 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 19  คาดว่าประเทศไทยจะมีมูลค่าการรักษาโรคเรื้อรังสูงถึงปีละ 52,000 ล้านบาทในปี 58  จึงมีแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ใช้ชื่อว่า "อโรคยศาล" เป็นโครงการนำร่อง 5 แห่งในแต่ละภาค ได้แก่โรงพยาบาลขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ โรงพยาบาลจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี  โรงพยาบาลห้วยยอด จังหวัดตรัง และที่สถาบันการแพทย์แผนไทย  ยศเส  กรุงเทพมหานคร ใช้งบลงทุน 54 ล้านบาท โดยให้กรมสนับสนุนบริการ พัฒนาอาคารสถานที่เครื่องมือ และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น
นายแพทย์อภิชัย  มงคล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  รูปแบบการบริการของอโรคยศาล จะมีโครงสร้างสำคัญ 2 ส่วน คือ การจัดระบบบริการสุขภาพของสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ  ทั้งสถานที่  เครื่องมือ อุปกรณ์ ทีมสหวิชาชีพ 12 คนทำหน้าที่ดูแลคนไข้เช่น แพทย์  พยาบาล  เจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด เจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นักโภชนาการ ผู้ช่วยเหลือดูแลจากชุมชน โดยเชื่อมโยงกับ หมอพื้นบ้าน เพื่อเป็นการสนับสนุนทรัพยากรในชุมชนให้เอื้อต่อการดูแลผู้ป่วยพิการ  ให้สามารถดูแลรักษาตนเองได้อย่างเหมาะสมและลดภาวะแทรกซ้อน   ลักษณะเฉพาะขอ งอโรคยศาล  จะเป็นอาคารชั้นเดียว  ระบบระบายอากาศดี แยกเป็นการเฉพาะออกจากหอผู้ป่วยทั่วไปเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เนื่องจาก ผู้ป่วยเรื้อรังจะมีภูมิต้านทานโรคต่ำ  เสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย ภายในอาคารมีทั้งห้องผู้ป่วยรวมและห้องพิเศษ ห้องสันทนาการเพื่อทำกิจกรรม ห้องปฐมพยาบาล ห้องกายภาพบำบัด ห้องศาสนบำบัด คาดว่าจะเริ่มให้การดูแลตั้งแต่เดือนตุลาคม 55 เป็นต้นไป  และประเมินผลในอีก 1 ปี เพื่อดำเนินการต่อในพื้นที่อื่น .

"โฆษกกลาโหม" มึนข่าว “บิ๊กโอ๋” สั่งแจงเรื่อง "มาร์ค" เกณฑ์ทหาร


วันนี้ (22 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีข่าวว่าภายหลังจากที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ทำพิธีต้อนรับนายแอฟตัน บี คาร์เตอร์ รมช.กลาโหมสหรัฐอเมริกาที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมอบหมายให้ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แถลงชี้แจงผลสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทางกระทรวง กลาโหมที่ตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประธิปัตย์ ที่ใช้เอกสารเท็จในการเข้ารับราชการที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและการ หลบหนีการเกณฑ์ทหาร ทำให้มีสื่อมวลชนจำนวนมากเดินทางมายังบก.ทอ. แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้า-ออก บก.ทบ. แจ้งว่างดไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวภายใน โดยระบุว่าเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาไม่สะดวกให้บันทึกภาพทำข่าว เพราะเกรงเรื่องความปลอดภัยและการอารักขา รมช.กลาโหมสหรัฐอเมริกา
ด้านพ.อ.ธนาธิป ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าพล.อ.อ.สุกำพลมอบหมายให้ชี้แจงรายละเอียดข้อ เท็จจริงการเข้ารับราชการทางทหารของนายอภิสิทธิ์ว่า ตนไม่ทราบเรื่องที่ทางพล.อ.อ.สุกำพล มอบหมายให้แถลงข่าวชี้แจงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งน่าจะเป็นการเข้าใจที่คาดเคลื่อนหรือเป็นการประสานงานที่ผิดพลาดมากกว่า แต่ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพล.อ.อ.สุกำพลได้มีการชี้แจงเบื้องต้นใน เรื่องดังกล่าวนี้โดยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้ส่งข้อมูลให้กับทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเรียนร้อยแล้ว
ต่อข้อถามว่านายอภิสิทธิ์ระบุว่าทางกระทรวงกลาโหมออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะต้องการช่วยคดีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ถูกฟ้องอยู่ในขณะนี้ และอาจจะมีการฟ้องดำเนินคดีกระทรวงกลาโหมด้วย พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ขอชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่มีผู้ร้องเรียนมายังสำนักงานผู้ ตรวจการแผ่นดิน และทางสำนักงานผู้ตรวจการฯก็ทำหนังสือขอข้อมูลจากกระทรวงกลาโหม ซึ่งตามระเบียบมีระยะเวลากำหนดว่าต้องส่งข้อมูลกลับภายในระยะเวลากี่วันและ ทางกระทรวงกลาโหมก็ได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานผู้ตรวจการฯเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมยืนยันว่าเราดำเนินการตามขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางด้านพล.อ.อ.สุกำพล รู้สึกไม่พอใจต่อกระแสข่าวดังกล่าว เพราะกังวลว่าจะถูกข้อครหาเป็นการช่วยเหลือ นายจตุพร ที่ถูก นายอภิสิทธิ์  เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง ภายหลังจากที่ นายจตุพร ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ หนีทหาร ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยระบุว่า ว่ามีขบวนการจ้องทำลายตน โดยใช้กรณีดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือ เพื่อต้องการช่วยเหลือนายจตุพร.

ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เยือนไทย "ยิ่งลักษณ์" ถกร่วมพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย-แหลมฉบัง


เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และคณะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย ด้วยเที่ยวบินพิเศษ  มีพล.อ.ยุทธศักดิ์  ศศิประภา  รองนายกรัฐมนตรี ต้อนรับ โดยเข้าพักที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
ต่อมาเวลา 14.15 น. ประธานาธิบดี เต็ง เส่ง  เดินทางไปอาคารศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 4 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รับฟังบรรยายสรุปภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย และการเชื่อมโยงภายในภูมิภาค โดยเฉพาะการเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกทวายกับพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก รวมทั้งการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก รวมทั้งการส่งเสริมการลงทุนของไทย จากนั้นเดินทางไปที่หอบังคับการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ชมท่าเรือแหลมฉบัง  นายเฉลิมเกียรติ สลักคำ ผอ.การท่าเรือแหลมฉบัง บรรยายสรุปภาพรวมการดำเนินงานของท่าเรือแหลมฉบัง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ประธานาธิบดีต็ง เส่ง และ ครม.พม่า เข้ามาเยี่ยมประเทศไทย เพื่อร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมของ 2 ประเทศให้เชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบังไปสู่ท่าเรือน้ำลึกทวาย เนื่องจากช่วยลดต้นทุนการขนส่งของผู้ประกอบการไทยอย่างมาก เช่น การส่งออกสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบังไปประเทศอินเดีย ตะวันออกกลาง
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. กล่าวว่า  นายเต็ง เส่ง มีความพอใจในการเยี่ยมชมอย่างมาก คาดว่าจะนำระบบการจัดการต่างๆไปพัฒนาในพม่า เพราะอุตสาหกรรมของพม่าในตอนนี้เป็นสนใจของทั่วโลก โดยเฉพาะท่าเรือพม่าได้เปรียบกว่าท่าเรือแหลมฉบัง เพราะน้ำลึกกว่ารับเรือขนาดใหญ่ได้
งวีไอพี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเยือนประเทศไทยของนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสหภาพเมียนม่าร์ ว่า จะหาเรื่องข้อหาราชการโดยเฉพาะความร่วมมือการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายและต่อ ขยายไปถึงแหลมฉบัง ส่วนเรื่องการขอความช่วยเหลือให้ทางพม่าปล่อยตัว92คนไทยที่ถูกจับกุมนั้น การดูแลให้ความช่วยเหลือดังกล่าวได้ขอไปยังประธานาธิบดีพม่าไปแล้วก่อนหน้า นี้ ซึ่งการช่วยเหลืออยู่บนหลักการด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้นำพม่ารับปากจะดูแลคนไทยเต็มที่
อนึ่ง ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง จะปฏิบัติภารกิจในประเทศไทยจนถึงวันที่ 24 ก.ค. โดยวันที่ 23 ก.ค.  ช่วงเช้าประธานาธิบดีเมียนมาร์ มีกำหนดการเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลโดยมีน.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้นำเหล่าทัพให้การต้อนรับ และทำพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างไทยกับเมียนมาร์ และประเด็นสำคัญอื่นๆ กับนายกรัฐมนตรีสำหรับการเดินทางมาของนายเต็ง เส่ง เป็นการเชื้อเชิญจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เข้าร่วมประชุม ครม. ร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศในวันที่ 23 ก.ค. นี้ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี รมต.กระทรวงใหญ่ของพม่าเดินทางเข้าร่วมประชุมกว่า 10 กระทรวง เช่น กระทรวงคมนาคม, พาณิชย์, แรงงาน, ต่างประเทศ, พลังงาน เป็นต้น หลังจากนั้น ครม.จะเดินทางไปร่วมประชุมกับพม่าในครั้งต่อไปเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น และเดินทางกลับที่พัก จนกระทั้ง ในเวลา 18.30 น. จะเดินทางกลับมายังทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง โดยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ณ ตึกสันติไมตรี

ส่วนวันที่ 24 ก.ค.เวลา 08.00 น. ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง จะเดินทางไปเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลา 09.00 น. เดินทางไปเยี่ยมชมบริษัทข้าวซีพี จำกัด จ.พระนครศรีอยุธยา และเวลา 16.00 น. ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง จะเดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ และคณะร่วมพิธีส่งประธานาธิบดีเดินทางกลับเมียนมาร์

นายกฯปู ให้จ่ายเงินน้ำท่วมกรุงตามข้อเท็จจริง



วันนี้ ( 22 ก.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่กทม.ต้องการอำนาจจ่ายเงินเองเหมือนต่างจังหวัดว่า ที่กทม.ขอมาเป็นเงื่อนไขที่ต่างจากระเบียบกระทรวงมหาดไทย ที่ขอจ่ายอัตราเดียวกันทั่วประเทศ มิเช่นนั้นการดูแลพี่น้องประชาชน แต่ละจังหวัดจะไม่เท่าเทียมกัน มีระเบียบกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) อยู่แล้ว ระเบียบให้จ่ายตามข้อเท็จจริง กำหนดวงเงินขั้นต่ำไม่ได้ ที่กทม.เสนอให้ขยายเวลายื่นคำร้องก็ได้แต่ไม่ใช่ขยายจนไม่มีขอบเขตจำกัด เพราะเราต้องปิดงบประมาณรายจ่าย ที่ผ่านมารู้อยู่แล้วว่าพื้นที่ไหนเสียหายก็ต้องลงไปสำรวจ ไม่ใช่รออย่างเดียว ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุว่าท้องถิ่นนั่งเทียนสำรวจความเสียหาย ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอยู่มีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไปตรวจสอบเรื่องการเยียวยาให้เกิดความโปร่งใสและยุติธรรมเท่าเทียมกัน

"ปู" เผยฝรั่งเศสหนุนรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง


เมื่อวันที่ 21 ก.ค.  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผลการเดินทางเยือนสาธาณรัฐฝรั่งเศส อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 19-21 ก.ค. ว่า เป็นการเดินทางครั้งแรกหลังจากไม่มีนายกรัฐมนตรีของไทยเดินทางมาเยือน ฝรั่งเศสกว่า 7 ปีแล้ว ซึ่งจากการหารือ ฝรั่งเศสยินดีทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยในฐานะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งใน ระบอบประชาธิปไตย โดยสิ่งที่ฝรั่งเศสให้ความสำคัญคือการดูแลประชาชนและการให้ความคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้องกันที่จะจัดประชุมความร่วมมือด้านการค้า และการลงทุน โดยไทยเป็นเจ้าภาพที่ประเทศไทยในเดือนต.ค.นี้ เพื่อสานต่อการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับระดับอาชีวะศึกษา การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ การตรวจสภาพภูมิอากาศและอากาศยาน รวมถึงความร่วมมือศึกษาการพัฒนาแฟชั่นด้วยผ้าไทย และการพัฒนาด้านอัญมณี ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยเนื่องจากประเทศไทยมีแรงงานฝีมือและอัญมณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึงการได้พบกับแรงงานไทยในฝรั่งเศสด้วยโดยยืนยันว่า ไม่ว่าคนไทยจะอยู่ที่ใด รัฐบาลพร้อมเข้าไปดูแลเพื่อให้ดำรงชีพได้อย่างสมศักดิ์ศรีและช่วยแก้ปัญหา ที่คนไทยต้องเผชิญในต่างประเทศ.

"เพื่อไทย" ปัดแก้ ม.165 ซัด "มาร์ค" จินตนาการ หวังทำลายรัฐบาล




เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ ( 22 ก.ค.)  ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาให้ข่าวว่าทางพรรคเพื่อไทยจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.165 เพื่อลดสัดส่วนของผู้ไปใช้สิทธิประชามติว่า ไม่เป็นความจริง เพราะพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคยังไม่เคยมีการหารือใน เรื่องนี้ การออกมาให้ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงเกมการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะทางพรรคเพื่อไทยได้แถลงไว้แล้วว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจะมีการมาหารืออีกครั้งหลังจากมีคำวินิจฉัยกลางของ ศาลรัฐธรรมนูญออกมา ซึ่งคาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 26 ก.ค. หรือไม่เกิน 27 ก.ค. หลังจากนั้นพรรคเพื่อไทยก็จะมีการประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ แกนนำพรรค และฝ่ายกฎหมายเพื่อกำหนดท่าที และหลังจากนั้นจะแถลงท่าทีว่าจะเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนให้ ประชาชนทราบอีกครั้ง โดยการแก้ ม.165 เป็นความเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่มีแกนนำ หรือกรรมการยุทธศาสตร์เข้าไปให้ฉันทานุมัติในเรื่องดังกล่าว และการแก้ ม.165 เพื่อลดสัดส่วนประชาชนที่ลงประชามติ ทางพรรคก็ไม่เห็นด้วย ขอให้พรรคฝ่ายค้านอย่าจินตนาการเรื่องนี้ไปเอง

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ ออกมาขวางการแก้ไข ม. 309 เพราะให้เหตุผลว่าจะเป็นไปเพื่อการล้างผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตนคิดว่าเป็นการจินตนาการไปเอง เป็นการพูดเพื่อทำลายรัฐบาลทุกวิถีทาง ตนอยากให้ประชาชนเห็นธาตุแท้ของนายอภิสิทธิ์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาขัดขวางการแก้ไข ม.309 เห็นได้ว่าไม่เคารพความเห็นของประชาชน ไม่เคารพประชาธิปไตย แต่กลับไปรับรองและเห็นชอบรัฐธรรมนูญที่มาจากรัฐประหาร ประชาชนก็สะท้อนความคิดเห็นมาว่าผิดหวังกับแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่มีแนวคิดประชาธิปไตย ไม่มองเห็นหัวประชาชน ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ พูดว่าการแก้ไขม.309 จะเป็นการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ความเห็นตนมองว่าถ้ามีการแก้ไขมาตรานี้ในอนาคตก็จะทำให้เป็นประชาธิปไตยที่ ไม่มีร่างเงาของคณะรัฐประหารที่มาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นนิติรัฐมากขึ้น

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources