ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ

somcoms.com

บริการของเรา
บริการของเรา

งานรวมช่างครบวงจร

กำลังโหลดข้อมูล...

house

Property API

🏡 รายการบ้านแนะนำ

กำลังโหลดข้อมูล...

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ตำรวจปากน้ำฟิตตามจับโจรวิ่งราว


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 24 ต.ค. พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ. นครพัฒน์ พรหมพันธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.วัชรินทร์ ประสพดี ผกก.สภ.พระประแดง และชุดสืบสวนร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายศุภโชค หรือบิ๊ก ศุภวรรณ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 3 ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ พร้อมของกลาง รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ ไอ สีแดง-ดำ ทะเบียน สปน-680 กรุงเทพมหานคร เงินสกุลต่างประเทศจำนวนหนึ่ง บัตรเครดิตธนาคารต่าง ๆ 10 ใบ เงินสดจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง รวมทั้งกระเป๋าสตางค์แบบสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีจำนวนมาก
พล.ต.ต.ธัชชัย กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายจะเกิดเหตุช่วงหลังโรงเรียนเลิก โดยจะขี่รถ จยย.ซึ่งถอดป้ายทะเบียนเก็บไว้ใต้เบาะ ตระเวนหาเหยื่อที่เป็นแม่บ้านขี่รถจักรยานมารับลูกหลานบริเวณโรงเรียน โดยเลือกผู้ที่วางกระเป๋าสตางค์หรือถุงใส่ของมีค่าวางไว้ในตระกร้าหน้ารถ เมื่อพบก็จะลงมือฉกทันที โดยก่อเหตุมาแล้วนับ 10 ครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยติดตามไปจับกุมได้ในแสงกาญจน์วานิช คอนโด เลขที่ 89/1-5 หมู่ 11 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เบื้องต้นคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป.

แรงงานไทยเจ็บลูกหลงยิงถล่มฉนวนกาซา


วันนี้ (24 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกเอกสารชี้แจงสถานการณ์ความรุนแรงกรณีที่กองกำลังปาเลสไตน์ยิงจรวดถล่ม บริเวณฉนวนกาซา ประเทศอิสราเอล ทำให้มีคนไทย 3 คนได้รับบาดเจ็บ เนื้อหาสรุปว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ว่า คนไทยที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน เป็นแรงงานไทยที่มาทำงานในอิสราเอลอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยทั้งคู่เป็นชาวอุดรธานี ส่วนอีก 1 คน ซึ่งเป็นชาวนครพนม ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยทั้ง 3คนนี้ได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลโซโรกา เมืองเบียเชวาแล้ว และแพทย์กำลังผ่าตัดช่วยชีวิตผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้ง 2 ราย  ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯได้เดินทางไปประสานงานในการให้ความ ช่วยเหลือคนไทยที่เคราะห์ร้ายทั้ง 3 คนแล้ว.

สาวโรงงานขี้ยัวะโดดกัดหูเพื่อนขาดสยอง


เมื่อเวลา 00.30 วันที่ 24 ต.ค. ขณะที่ ร.ต.อ.สิงห์คาล นันทะชัย พงส. (สบ 1) สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก นางชลอ เติมบุญ อายุ 52 ปี อาชีพพนักงานบริษัทผลิตพัดลมแห่งหนึ่งย่าน ต.ในคลองบางปลากด ได้พาร่างกายอันบอบช้ำ สภาพใบหน้ามีรอยขีดข่วนหลายแห่ง ที่หูข้างซ้ายมีผ้าพันแผลโปะอยู่หลายชั้นมีเลือดไหลซึมออกมา และเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเครื่อง เข้าแจ้งความว่า ถูกนางประเสริฐ ชูวงษ์ อายุ 48 ปี เพื่อนพนักงานที่คบหากันมานานกว่า 25 ปี ทำร้ายร่างกายด้วยการกระโดดกัดหูข้างซ้ายจนหูขาดออกมาทั้งยวง ต้องเย็บกว่า 40 เข็ม โดยเหตุเกิดในซอยวัดคู่สร้าง หมู่ 10 ต.ในคลองบางปลากด ช่วงเย็นที่ผ่านมา
         
นางชลอ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุภายหลังจากเลิกงานแล้ว ขณะที่ยืนรอรถสองแถวเพื่อกลับที่พัก จู่ ๆ นางประเสริฐได้เดินถือขวดน้ำมันเครื่องปรี่เข้ามาหา ก่อนจะบีบน้ำมันเครื่องใส่หน้าจนตนมองอะไรไม่เห็น จากนั้นถูกจิกผมแล้วกระชากศีรษะ ก่อนจะถูกกัดที่หูข้างซ้ายอย่างแรง ตนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและพยายามดิ้นหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ เพื่อน ๆ พนักงานที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าห้ามปราม จนกระทั่งนางประเสริฐกัดหูตนจนขาดออกไปทั้งยวงถึงยอมปล่อย
จากนั้นยังแสยะยิ้มและบ้วนหูของตนทิ้งที่พื้น เพื่อน ๆ จึงรีบเก็บหูเปื้อนน้ำลายปนเลือดและเรียกรถแท็กซี่พาตนส่ง รพ.บางปะกอก 3 โดยแพทย์ต้องเย็บต่อใบหูให้กว่า 40 เข็ม และแจ้งว่ามีโอกาสน้อยมากที่หูตนจะหายเป็นปกติ เพราะหูส่วนนอกฉีกขาดออกมาทั้งหมด อีกทั้งระหว่างที่เดินทางมาโรงพยาบาลไม่ได้นำหูแช่น้ำแข็ง ทำให้เส้นเลือดใหญ่อาจตายได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสติดเชื้อสูงมาก
        
นางชลอ ให้การต่อว่า ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นเพราะระยะหลังตนกับนางประเสริฐ มีปัญหากันเรื่องงาน เคยมีปากเสียงกันบ้างแต่ก็ไม่รุนแรงมาก โดยก่อนที่จะเลิกงานนางประเสริฐได้เข้ามาต่อว่ากล่าวหาว่าตนไปนินทาลับหลัง ซึ่งตนก็ปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ได้ทำ จนกระทั่งเกิดเหตุขึ้นไม่คิดเลยว่าคนที่เป็นเพื่อนกันมานานกว่า 25 ปี จะทำกันได้ขนาดนี้
ด้าน ร.ต.อ.สิงห์คาล กล่าวว่า จากนี้จะได้เรียกตัวนางประเสริฐมาสอบปากคำ และแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดำเนินคดีต่อไป.

รวมฆาตกรฆ่ายัดท้ายเก๋งรับลวงชิงเงินแสน


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ต.ค. พ.ต.ท.นิวัต ตระกูลดี สารวัตรเวร สภ.วังจันทร์ จ.ระยอง รับแจ้งมีคนทำร้ายเสียชีวิตยัดใส่กระสอบข้าวสารซุกใส่ท้ายรถเก๋ง นำจอดทิ้งไว้ในไร่มันสำปะหลัง ถนนสายบ้านบึง-แกลง กม.71-72 หมู่ 2 ต.ป่ายุบใน จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.มณเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.ท.ทัศนัย สุชีธง สว.สส.สภ.วังจันทร์ นพ.ทวีวัฒน์ อรรถเศรษฐ แพทย์รพ.วังจันทร์และอาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูวังจันทร์
ที่เกิดเหตุบริเวณถนนทางเข้าไร่มันสำปะหลัง ห่างจากถนนสายหลักประมาณ 100 เมตร พบศพนายทน ทายอด อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 14 ต.ดอยงาม อ.พาน จ.เชียงราย สภาพถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณศีรษะด้านหลังจนบวมช้ำแล้วถูกจับยัดใส่กระสอบ ข้าวสารซุกท้ายรถเก๋งฮุนได สีเลือดหมู ทะเบียน กจ 172 เชียงราย ตรวจสอบภายในห่อผ้ายันต์ท้ายรถพบเงินสด 8,000 บาท แต่ไม่พบเอกสารใด ๆ เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตมาแล้ว 2-3 วัน จึงมอบศพให้แพทย์รับไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นนายหน้าขายรถมือสองให้กับนายทุนรับซื้อไปขายทางภาคเหนือ และปัจจุบันพักอาศัยอยู่กับลูกสาวที่บ้านเลขที่ 11/18 หมู่บ้านบุญถาวร 3 ถนนเขาไผ่ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง และก่อนหน้าที่จะหายตัวไปมีพยานเห็นผู้ตายสวมใส่สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท และแหวนทองหนัก 2 บาทติดตัวเป็นประจำ แต่หลังเกิดเหตุทรัพย์สินดังกล่าวสูญหายไป นอกจากนี้ทราบด้วยว่าผู้ตายกำลังติดพันหญิงสาวคนหนึ่งที่มีสามีอยู่แล้ว อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง อีกด้วย
ด้าน พ.ต.อ.มณเทียร กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือฆ่าจากที่อื่นแล้วแล้วอุ้มศพยัดใส่กระสอบ ซุกท้ายรถของผู้ตายนำมาทิ้งในไร่มันสำปะหลัง เพื่ออำพรางคดี ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจเกิดจากการฆ่าชิงทรัพย์หรือหักกันเรื่องค่านายหน้าค้า ขายรถมือสองหรือครอบครัวฝ่ายหญิงที่ผู้ตายไปติดพัน เกิดความไม่พอใจ จึงลวงไปทำร้ายเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อไว้ใช้เป็นแนวทางติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ต่อมา พ.ต.ท.พิชิต ฟื้นแสน สว.สส.ภ.จว.ระยอง กับพวกร่วมกันคุมตัวนายเอกวัฒน์ แสงสังเกตุ อายุ 25 ปี และน.ส.นริศรา เกษมจิตต์ อายุ 34 ปี ภรรยา มาสอบเค้น หลัง น.ส.ธัญรัศม์ หรือบี ทายอด ลูกสาวผู้ตาย ให้การว่า ก่อนตายพ่อได้ออกจากบ้านไปเมื่อเช้ามืดวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยบอกว่าจะมาหาผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน เนื่องจากมีการติดต่อจะซื้อรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาด้า แบบโฟว์วิน กับบิดา โดยมีเอกสารการโอนเงิน จำนวน 160,000 บาท ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญ แม้ทั้งคู่จะให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตามชุดสืบสวนไปได้ภาพขณะ น.ส.นริศรา กำลังกดเงินจากตู้เอทีเอ็มของ ธนาคารกสิกรไทย สาขาแกลง ทำให้ทั้งคู่ยินยอมเปิดปากรับสารภาพ
จากการสอบสวนนายเอกวัฒน์ รับว่า ได้ออกอุบายลวงขายรถให้ผู้ตาย เมื่อมีการโอนเงินมาให้แล้ว จึงลวงผู้ตายไปที่บ้านเลขที่ 103/4 หมู่ 9 บ้านหนองโพรง ซอย 3 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง ให้นายสุวิชัย หรือเพ้ง ประมวล อายุ 38 ปี และนายดำริ หรือยอร์จ ประมวล อายุ 26 ปี สองพี่น้องร่วมกันฆ่าแล้วแบ่งเงินกัน
ทางชุดสืบสวนจึงรีบนำกำลังไปล้อมจับนายสุวิชัย ได้ที่บ้านดังกล่าวพร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. เงินสด 18,000 บาท มีดสปาต้า 1 เล่ม ส่วนนายดำริ  อาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ โดยฆาตกรโหด รับว่า เป็นคนใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวจ่อยิงศีรษะผู้ตาย บริเวณริมสระน้ำหลังบ้านจนเสียชีวิต และนำยัดท้ายรถผู้ตายไปจอดทิ้งยังที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา และเตรียมคุมตัวทำแผนตามขั้นตอนต่อไป.

แม่ใจยักษ์ยัดลูกใส่กระเป๋าทิ้งหวิดตายอนาถ


เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 24 ต.ค. ร.ต.อ.(หญิง)นพวรรณ พยัฆพรม พงส.(สบ.1) สน.บางยี่เรือ รับแจ้งพบทารกถูกนำมาทิ้งบริเวณริมเขื่อนบางไส้ไก่ ซอยอินทรพิทักษ์ 3 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุพบทารกเพศชายร่างกายแข็งแรง หน้าตาน่ารักน่าชัง อายุประมาณ 7 วัน สวมชุดลายการ์ตูนสีขาว ถูกทิ้งอยู่ในถุงพลาสติกมีซิปสีเขียวลายการ์ตูน เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยเหลือนำไปที่โรงพัก
จากการสอบสวนนายทวีศักดิ์ วิทยากุล อายุ 43 ปี ให้การว่า ขณะกำลังเดินกลับบ้าน เมื่อผ่านจุดเกิดเหตุกลับได้ยินเสียงเด็กร้องดัง ตอนแรกนึกว่าถูกผีหลอก แต่เมื่อเดินไปตรวจสอบใกล้ ๆ จึงพบทารกคนดังกล่าวอยู่ในกระเป๋าที่ถูกรูดซิปแง้มไว้เล็กน้อย เบื้องต้นคาดเป็นฝีมือแม่ใจยักษ์ เจ้าหน้าที่จึงประสานศูนย์ประชาบดี มารับตัวหนูน้อยไปดูแลตามขั้นตอนต่อไป.

นครบาลลุยตรวจ "ส.โบตั๋น-สุรัชต์" เจอต่างด้าวเพียบ


เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 ต.ค. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พ.ต.ท.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ รอง ผกก.ป.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ บช.น. และสน.ปทุมวัน เข้าตรวจสอบภายในสถานบริการ ส.โบตั๋น อาบ นวด ตั้งอยู่เลขที่ 29/1-6 ถนนพระรามที่ 6 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน
พบสถานบริการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนของ ส.โบตั๋น ซึ่งเปิดให้บริการนวดแผนปัจจุบัน โพธิ์ทิพย์ ให้บริการนวดแผนโบราณ ตั้งอยู่ชั้นที่ 2 และส่วนของบีบี คาเฟ่ ตั้งอยู่ชั้นล่าง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ทั้ง 3 ส่วนมีใบอนุญาตถูกต้องเรียบร้อย ไม่มีการเปิดห้องหรือเตียงให้บริการเกินตามที่ขออนุญาตไว้ และไม่มีบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาทำงานแต่อย่างใด
ต่อมา พล.ต.ต.อดุลย์ นำกำลังชุดเฉพาะกิจ และ สน.พญาไท เข้าตรวจค้นภายในร้านสุรัชต์ ภัตตาคาร เลขที่ 35/28-31 ถนนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี พบว่ามีใบอนุญาตเปิดสถานบริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่พบหญิงต่างด้าวชาวพม่าที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน จำนวน 13 คน อายุ 20-35 ปี จึงควบคุมส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่ง สตม.ผลักดัน กลับประเทศต่อไป
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในส่วนของนวดแผนปัจจุบัน ส.โบตั๋น นั้นขออนุญาตไว้ 62 ห้อง เปิดบริการครบ 62 ห้อง ส่วนของนวดแผนโบราณ โพธิ์ทิพย์ นั้นขออนุญาตไว้ 30 เตียง เปิดให้บริการ 26 เตียง ไม่มีการเปิดให้บริการเกินจากที่ขอไว้ ส่วนใบอนุญาตเปิดสถานบริการนั้นมีถูกต้องทั้ง 3 ส่วน โดยตนได้ต่อใบอนุญาตในส่วนของ ส.โบตั๋น ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ก็จะต่อใบอนุญาตให้กับส่วนของ นวดแผนโบราณ โพธิ์ทิพย์ และบีบี คาเฟ่ ต่อไป
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ทาง ผบช.น.จะทดลองใช้เครื่องตรวจสารเสพติดจากเหงื่อและน้ำลาย ที่ได้นำเข้ามาจากต่างประเทศ ให้สื่อมวลชนดู โดยหลังจากนั้นในคืนวันที่ 29 ต.ค.นี้จะเริ่มใช้เครื่องดังกล่าวออกทำการตรวจตามสถานบันเทิงที่มีวัยรุ่น เข้าไปใช้บริการเป็นจำนวนมากเป็นคืนแรก เนื่องจากหากต้องทำการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวทีละคนนั้นต้องใช้เวลานานมาก.

รถเมล์ทับหัวเละ"ม.4"ตายสยอง


เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 ต.ค. ร.ต.ต.สันต์ปกรณ์ หนูกัน พงส.(สบ1) สน.หัวหมาก รับแจ้งมีรถเมล์ทับคนเสียชีวิต บริเวณปากซอยรามคำแหง 81/4 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.อนุธิดา หรือโฟร์ ทวีพร อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183/79 ถนนพิษณุโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเกษมวิทยา ย่านคลองตัน นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน สภาพสวมเสื้อยึดแขนสั้นสีเลือดหมู กางเกงขาสั้นสีดำ ศีรษะล้อรถทับจนเละ
ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ ไอ สีฟ้าคาดส้ม ทะเบียน อบธ 440 กรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่ โดยมีนายอดิศร พิมพิสัย อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 78 ซอยสุเหร่าหัวหมากน้อย ถนนรามคำแหวง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ นักเรียนชั้นปีที่ 1 โรงเรียนเทคโนบางกะปิ เพื่อนชายคนสนิทของผู้ตายยืนร่ำไห้รออยู่
ห่างไปพบรถประจำทางปรับอากาศ สีส้ม สาย 60 วิ่งระหว่างปากคลองตลาด-สวนสยาม เลขข้างรถ 2-44126 ทะเบียน 12-5432 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ โดยมีนายนิสิต ว่องไว อายุ 42 ปี คนขับ ยืนรอหน้าตื่น ขณะที่ด้านท้ายรถประจำทางพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโซลูน่า สีบรอนด์ทอง ทะเบียน กง 6900 นครสวรรค์ มีรอยถูกชนที่ท้าย โดยมีนายทักษ์ดนัย สินพรม อายุ 25 ปี เจ้าของรถเก๋งยืนรอ
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะผู้ตายนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.มาถึงจุดเกิดเหตุ รถเก๋งของนายทักษ์ดนัย เกิดเบรกกะทันหัน ทำให้รถ จยย.พุ่งชนท้าย จนร่างผู้ตายกระเด็นกลิ้งอยู่กลางถนน ซึ่เป็นจังหวะเดียวกับที่รถประจำทางวิ่งตามมาพอดี จึงแล่นทับศีรษะดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิจารณา เพื่อแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป.

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources