แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ News แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ News แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นายกฯตีฆ้องนโยบาย"เมดิคัล ฮับ"ขยายเวลาต่างชาติรักษาในไทย90วัน นำร่อง6ประเทศอาหรับ


เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่กระทรวงสาธารณสุข น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการแถลงข่าวการขยายเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทยเพื่อการรักษาพยาบาล จาก 30 วันเป็น 90 วัน ให้กับผู้ป่วยต่างชาติและผู้ติดตามจำนวนไม่เกิน 4 คนที่มาจากกลุ่มประเทศสมาชิกคณะรัฐมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับหรือ จีซีซี 6 ประเทศ ประกอบด้วย ราชอาณาจักรบาห์เรน รัฐคูเวต รัฐสุลต่านโอมาน รัฐกาตาร์ ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเมดิคัล ฮับ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพนานาชาติ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การขยายเวลาพำนักในประเทศไทยให้ผู้ใช้บริการทางการแพทย์ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะประเทศไทยถือว่าได้รับการยอมรับในการให้บริการสาธารณสุข มีแพทย์ที่มีความสามารถและการให้บริการที่ดี ทำให้มีนักท่องเที่ยวและผู้ที่ตั้งใจเข้ามาใช้บริการสาธารณสุข เดินทางเข้ามาใช้อย่างต่อเนื่อง สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มกลุ่ม จีซีซี และหลังจากประเทศขยายเวลาพำนักในประเทศไทยให้กับกลุ่ม จีซีซีแล้ว ก็จะมีการขยายให้กลุ่มอื่นต่อไป ทั้งนี้นโยบายการเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพนานาชาติ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทางรัฐบาลพยายามสนับสนุนแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้เป็นเลิศทางด้านนี้  โดยรัฐบาลได้กำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนไว้ 4ด้าน ประกอบด้วย 1.ศูนย์กลางบริการพยาบาลทั้งแพทย์แผนไทยและปัจจุบัน 2.ศูนย์กลางการให้บริการทางการแพทย์ชั้นสูง ที่ได้รับการยอมรับดีอยู่แล้วให้พัฒนายิ่งขึ้น 3.ศูนย์กลางบริการวิชาการทางการแพทย์และงานวิจัย และ4.ศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยมีการนำสมุนไพร วัคซีนต่างๆมาใช้ เพื่อลดการนำเข้า ลดการส่งออก
นายกฯกล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่สุดคือการให้บริการสาธารณสุขของรัฐอย่างทั่ว ถึงและเท่าเทียม ให้ความสำคัญในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานควบคู่กับการส่งเสริม แพทย์แผนไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจากนั้นนายกฯ ได้เดินเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย รวมถึงเป็นประธานการแข่งขันฟุตบอลคู่พิเศษระหว่างทีมผู้บริหารกระทรวงสาธารณ สุขและทีมผู้บริหารสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ในงานพิธีปิดการแข่งขันกีฬาสาธารณสุขสามัคคีครั้งที่ 34.

“เฉลิม” อัดเด็ก ปชป.นำรูปดาราสาวอ้างเป็นลูกสาว ฉะทำเพื่อความสะใจ


ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.20 น. วันที่ (22 ก.พ.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นำภาพดาราสาวมาแถลงข่าวและอ้างว่าเป็นบุตรสาวของ ร.ต.อ.เฉลิม ว่า พรรคประชาธิปัตย์มักจะเล่นการเมืองแบบนี้ ความจริงตนไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เพราะตนไม่ได้เสียหาย แต่รู้สึกไม่สบายใจ เพราะดาราคนนั้นเขาเสียหาย และไม่มีโอกาสมาชี้แจง จึงไม่ควรทำให้คนอื่นนอกวงการเมืองเขาเสียหาย เพียงเพื่อความสะใจ และไม่รับผิดชอบ “พรรคประชาธิปัตย์มีพฤติกรรมแบบนี้มาตลอด เก่ง ซื่อ สะอาดอยู่คนเดียว พรรคเดียว เอะอะก็มาลงที่ผม ไร้สาระ พรรคนี้มันต้องเป็นฝ่ายค้านจนตาย”.

ค้นโรงงานลูกอม "คิสลิพ" ยึดอุปกรณ์และอาหารเสริมไปตรวจสอบเพียบ


เมื่อวันที่ 22 ก.พ. นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวทางหนังสือพิมพ์ว่ามีการโฆษณาขายลูกอม “KISLIP” หรือ คิสลิพ ทางเว็บไซต์ อ้างเลข อย. อวดสรรพคุณลดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจได้ ทำให้นักดื่มที่อมลูกอมชนิดนี้รอดพ้นด่านตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ นั้น ทาง อย. ประสานตำรวจ บก.ปคบ. ให้ร่วมเป็นพยานในการเข้าตรวจสอบบริษัท พิโก เทคโนโลยี่ จำกัด เลขที่ 519/400-405 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ โดยมีนายวิสุทธิ์ จันทวิชญสุทธิ์ เป็นผู้ดำเนินกิจการ จากการตรวจสอบพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายรายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลูกอมบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ ภายในกล่องพบถุงฟอยล์บรรจุเม็ดอม 3 เม็ด มีลักษณะคล้ายยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ORALA  บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ ภายในกล่องพบถุงฟอยล์บรรจุเม็ดอม 4 เม็ด มีลักษณะคล้ายยา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร FALICIA มีลักษณะเป็นแคปซูลบรรจุอยู่ในขวดพลาสติกสีขาว ฉลากสีชมพู โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้ง 3 รายการล้วนแสดงฉลากเป็นภาษาต่างประเทศทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงยึดและอายัดของกลาง รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท และเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อ ตรวจหาจุลินทรีย์ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดโรคต่อไป ทั้งนี้หากมีความผิดจะแจ้งข้อหาดังต่อไปนี้ 1.แสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท 2.โฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท 3.โฆษณาสรรพคุณอาหารโอ้อวดเกินจริง หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4.ผลิตอาหารปลอมมีโทษตั้งแต่ 6 เดือน – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 – 100,000 บาท

นพ.บุญชัย กล่าวต่อว่า ขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อคำโฆษณาอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองเงินทองและไม่ได้ผลตามที่โฆษณาอวดอ้างแล้ว ยังอาจได้รับอันตรายจากการปนเปื้อนยาหรือสารอันตรายในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม อย. ได้ตรวจสอบเข้มงวดเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการโฆษณาทางเว็บไซต์ โทรทัศน์ดาวเทียม และเคเบิลทีวี เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัดต่อไป.

โค้งสุดท้ายคึก" ปู"ขนทัพ ครม.บุกฝั่งธนฯ ช่วยหาเสียง "พงศพัศ"




เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 22 ก.พ. พรรคเพื่อไทยจัดปราศรัยใหญ่ ครั้งที่ 4 ที่บริเวณสวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 ช่วยหาเสียงให้กับพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคเพื่อไทย โดยในโค้งสุดท้ายก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้งพรรคแกนนำพรรคและรัฐมนตรีต่างเดิน ทางมาช่วยปราศรัยคับคั่ง นำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เป็นต้น
โดยร.ต.อ.เฉลิม ยังคงปราศรัยแสดงความมั่นใจว่าพล.ต.อ.พงศพัศจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งมากเท่าไหร่โพลสำนักต่างๆ ก็บอกว่าผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมีคะแนนทิ้งห่างผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัต ย์ โดยขอให้มั่นใจว่าเลือกผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคเดียวกับรัฐบาลจะไม่ไร้การตรวจสอบอย่างแน่นอน นอกจากนี้ร.ต.อ.เฉลิมยังปราศรัยติดตลกถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าแอบไปมีลูกสาวด้วยว่าหลังเกิดข่าว กลับไปบ้านภรรยาสอบสวนหนัก สื่อก็ถามว่าจะตรวจดีเอ็นเอหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ต้องตรวจเพราะไม่ใช่เรื่องจริงเป็นแค่การกล่าวหา
จากนั้นนายจาตุรนต์ ปราศรัยว่า นโยบายที่ผู้สมัครหาเสียงถือเป็นสัญญาประชาคมกับประชาชนทั้งประเทศ ไม่เฉพาะคน กทม.เท่านั้น ที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าเลือกผู้ว่าพรรคเดียวกับรัฐบาลจะไม่มีการตรวจสอบ นั้น พรรคประชาธิปัตย์หลงประเด็น เพราะการตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของสภา กทม. และประชาชนทุกคน  แต่กทม.จำเป็นต้องทำงานร่วมมือกับองค์กรอื่นโดยเฉพาะกับรัฐบาล เนื่องจากบางปัญหา กทม.ทำเองลำพังไม่ได้ ตัวอย่างเหตุการณ์น้ำท่วมเห็นชัดเจนแล้วผู้ว่าฯ กทม.ไม่ให้ความร่วมมือรัฐบาล ปัญหาก็แก้ได้ล่าช้า ทั้งนี้นโยบายของพล.ต.อ.พงศพัศ เหนือกว่าของม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ นโยบายเป็นระบบ ทันสมัยและทำได้จริง ในอดีตพรรคประขาธิปัตย์เคยบอกว่านโยบายพรรคไทยรักไทยเพ้อฝัน ทำไม่ได้จริง แต่ผลงานก็เป็นตัวพิสูจน์ว่าเราทำได้และเสร็จก่อนเวลาด้วย นี่จึงเป็นตัวยืนยันได้ดี จึงขอให้เลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยถ้าอยากให้เราทำและเราทำได้  สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเล่นการเมืองแบบเดิมๆ บอกว่าเพื่อไทยซื้อเสียง เผาบ้านเผาเมืองและนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ลดลง

รวบโจ๋แสบคิดสั้นทุบกระจกรถตำรวจ


วันนี้ (22 ก.พ.) พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.พยงค์ เอี่ยมสกุล รองผกก.ป. แถลงจับกุมนายวราชัย มงคลนำ อายุ 23 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี สองผู้ต้องหาตระเวนทุบกระจกรถประชาชน ลักทรัพย์สิน พร้อมของกลางอาวุธปืน .45 จำนวน 1 กระบอก ไขควง ไฟฉาย อุปกรณ์ในการงัดแงะ สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ กระเป๋าเงินแบบผู้หญิง โทรศัพท์มือถือ และรถจยย. ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดป้ายทะเบียน จับกุมได้ขณะกำลังเตรียมทุบกระจกรถเก๋งสายตรวจ ฮอนด้า แอคคอร์ท ทะเบียน ษฉ-5026 กรุงเทพมหานคร ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทล. ซึ่งแวะรับประทานอาหาร บริเวณหน้าที่สถานบริการยูโธเปีย ถนนวัฒนธรรม แขวงและเขตห้วยขวาง

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ เปิดเผยว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ห้วยขวาง ออกปฏิบัติหน้าที่ เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าสถานบริการยูโธเปีย สังเกตเห็นคนร้ายทั้งสอง กำลังใช้ไขควง พยายามงัดและทุบกระจกรถเก๋งสายตรวจ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทล. อยู่ จึงแสดงตัวจับกุม ระหว่างนั้นทั้งสองพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมไว้ได้พร้อมของกลางทั้งหมด สอบสวนทั้งสองรับสารภาพว่า ตระเวนออกทุบกระจกรถลักทรัพย์วันนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เรื่อยมาตั้งแต่ย่านเตาปูน มาจนถึงห้วยขวาง รวมก่อเหตุมาแล้ว 4 ครั้ง ยังไม่ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด สาเหตุที่เลือกทุบกระจกรถของตำรวจ เนื่องจากอยากได้ปืนมาใช้ ที่ผ่านมาออกตระเวนก่อเหตุลักษณะนี้รวมแล้วกว่า 50 ครั้ง ทั้งนี้นายวราชัย เพิ่งพ้นโทษจากการถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันลักทรัพย์(ทุบกระจกรถ) มาไม่นาน ก็กลับมาก่อเหตุอีก เบื้องต้นควบคุมตัวทั้งสอง พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี.

ไฟร์บวร์กเปิดรังเจ๊าแฟรงค์เฟิร์ตโนสกอร์


    ศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี คู่คืนวันศุกร์ที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นเกมที่มีความสำคัญสำหรับการแย่งโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้า โดย “จิ้งจอกแห่งป่าดำ” ไฟร์บวร์ก  เปิดรัง บาเดโนวา สตาดิโอน รับการมาเยือนของ “อินทรีแดงดำ” ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ผลปรากฏว่าเกมนี้ทั้งคู่ทำอะไรกันไม่ได้ จบลงด้วยการเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งไปทีมละแต้ม ทำให้ ไฟร์บวร์ก มีเพิ่มเป็น 35 คะแนนจากการลงสนาม 23 นัด อยู่อันดับ 5 ส่วน ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต เตะเท่ากัน มี 38 คะแนน รั้งอันดับ 4 ของตาราง 

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นายกฯเข้าประชุมสภาน้อยลงมติต่ำ


วันนี้ (4 ก.พ.) นายจรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและในฐานะแกนนำเครือข่ายข้อมูลนักการเมืองไทย หรือ ทีดีพี แถลงข่าวเปิดตัวสมุดพกนักการเมืองปี 54และ55 ว่าทางเครือข่ายได้จัดทำบันทึกพฤติกรรมและจัดอันดับความสำคัญของนักการเมือง ในสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองคุ้มค่าตอบแทนและความรับผิดชอบที่ มีต่อประชาชนทั้งประเทศหรือไม่ โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงากองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ให้ทุนมาพัฒนาหน้าที่ของนักการเมืองไทยให้เกิดความโปร่งใส และ จัดตั้งมูลนิธิตาสว่างโดยจะเปิดตัวในเดือนมี.ค.นี้

สมุดพกนี้ได้บันทึกพฤติกรรมของนักการเมืองในสภาตั้งแต่เดือน ส.ค.ถึง พ.ย. ปี 55 พบว่า ส.ส.ในสภาชุดนี้ เข้าประชุมมากกว่าชุดแรก โดยสถิติเข้าประชุมร้อยละ 89 ซึ่งฝ่ายค้านเข้าประชุมน้อยกว่ารัฐบาลเสมอ มีการลงมติเฉลี่ยร้อยละ 74 เข้าประชุมร้อยละ 95 คำถามว่าหายไปไหนเข้าไปประชุมแล้วแต่ไม่ลงมติ มีกลุ่มที่ิไม่ออกเสียงต่ำกว่าร้อยละ50  ฝ่ายรัฐบาลโหวตออกเสียงร้อยละ 88 ฝ่ายค้านร้อยละ 58 ลงมติเฉลี่ยร้อยละ 95 ตั้งข้อสังเกตว่าสภาชุดนี้ขยันกว่าสภาชุดที่แล้ว ผมไปถาม นายสมศักดิ์ เกรียติสุรนนท์ ประธานสภา บอกว่าได้ทำหลายอย่างจนทำให้ ส.ส. ขยันเข้าประชุมสภามากขึ้น
ทั้งนี้มี ส.ส.เข้าประชุมมากที่สุดเฉลี่ยร้อยละ 75 นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และ ส.ส.ที่มีการออกเสียงต่ำกว่าร้อยละ 25 นายจักรฤกษ ทองศรี พรรคภูมิใจไทยและนายอภิชาติ สุภาแพ่ง พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่ต่ำสุดร้อยละ 5 นายสราวุฒิ เนื่องจำนงค์ พรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งสถิติสภาล้มถึงสองครั้งในปี 55 แต่ในปี54ล้มนับสิบครั้ง
ส.ส.พรรครัฐบาลมีการเข้าประชุมมากแต่ลงมติน้อย พรรคเพื่อไทย ไม่ลงมติมี 5 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน พรรคประชิปัตย์ 9 คน. ทำให้เห็นว่าพรรคใหญ่มีบทบาทนำเสนอร่างญัญัติ กระทู้ และ ส.ส.พรรคเล็กแทบจะไม่ได้ทำงาน กลายเป็นว่าพรรคใหญ่ทำงานให้ประชาขนเป็นหลัก

วัดเรตติ้งการให้ดาว ส.ส.ใครสอบได้สอบตก ดูสถิติเข้าประชุมและการออกเสียงลงมติเรื่องต่างๆ  มีส.ส.ได้ 5 ดาวหมายถึงทำงานเต็มความสามารถอยู่ในระดับดีมากถึง 228 คน เป็นร้อยละ 44 ของ ส.ส.ทั้งหมด มี ส.ส.ที่ไม่ได้ดาวเลย จำนวน 7 คนเพราะไม่มีผลงานชัดๆว่าทำอะไรบ้างส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ 1 ดาว สถิติการเข้าประชุมร้อยละ 71 สถิติการลงมติร้อยละ 11 สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 4 ดาว การประชุมสภาร้อยละ 94 ลงมติร้อยละ 47
นายจรัส กล่าวว่าความเห็นของทีดีพี มีต่อาการทำงานของสภา ชื่นชมการทำงานของประธานสภาและ ส.ส.ทุกพรรคตั้งใจดีกว่าชุดที่แล้ว แต่เรียกร้องให้ ส.ส.ทกคนที่เข้าประชุมต่ำ ให้มีจิตสำนึกให้คุ้มค่าตอบแทนเงินเดือนที่เป็นภาษีของประชาชน สรุปค่าใช้จ่ายของ ส.ส. 1 คนต่อวันต้องจ่ายวันละ 2 หมื่นกว่าบาท โดยคิดเป็นเดือน 6 .3 แสนบาทต่อเดือนถ้าต่อปี 4 ล้านกว่าบาท โดยคิดจากค่าใช่จ่ายตั้งแต่การเลือกตั้ง ต่อส.ส.1 คนใช้จ่าย 5 ล้านบาท ค่าใช่จ่ายใน สภา ต้องจ่ายเงินเดือนสนับสนุนการ ปฏิบัติการของ ส.ส. อีกเดือนละ 5 แสนบาท ปีละ 5 ล้านบาทต่อคน

อยากให้พรรคตรวจสอบกวดขันวินัย การเข้าประชุมต่ำ สถิติเข้าประชุมสูงแต่ลงมติน้อย อาจโดดตอนลงมติ บางคนไม่เสียบบัตรลงคะแนน บางคนไปประชุมกรรมาธิการ  ไม่มาโหวตถือว่าไม่ได้ทำหน้าที่ถ้าไม่ดีขึ้นเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคต้องตัดสิทธิการเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ควรส่ง  ถ้าป่วยเป็นเวลานานและปรนะธานสภาอนุญาตให้ลาป่วย สุขภาพไม่ดี มีโรค หรืออายุมาก ก็ไม่ควรส่งครั้งหน้า รวมทั้งไม่สนับสนุนการใช้แทคติก การไม่ลงมติ ไม่แสดงตน ไม่เข้าประชุม บางครั้งบอยคอต วอลเอาส์ เพื่อใช้วิธีนี้เพื่อต่อรองกันเอง
สำหรับสมุกพก สว. เพิ่งทำเป็นปีแรก ไม่มีสถิติในการเข้าประชุมเพราะยังเปิดเผย แต่มีสถิติการลงมติ ร้อยละ 62 การออกเสียงมติร้อยละ 70 จำนวน 64 คน ออกเสียงต่ำกว่าร้อยะละ 50 จำนวน 32 คน ซึ่งการทำงานของ สว.สรรหากับ สว.เลือกตั้งมีการทำงานไม่ต่างกัน จัดเรตติ้ง สว.ใครสอบได้สอบตก  มี ส.ว. ได้ 5 ดาว 5 คนและไม่ได้ดาวเลย 3 คน
แกนนำเครือข่ายข้อมูลนักการเมืองไทย กล่าวว่าความเห็นต่อการทำงานของวุฒิสภา อยากเห็นสถิติการเข้าประชุม สว.ทุกสัปดาห์ เปิดเผยผลการทำงานกรรมมาธิการและอนุกรรมมาธิการ ต่อสาธารณะชนให้มากขึ้น ซึ่งการเข้าประชุมต่ำขอให้ได้ตระหนักจริธรรมความรับผิดชอบให้คุ้มต่อหน้าที่ และเงินเดือนด้วย โดยค่าตอบแทนวันละ 2 หมื่นกว่าบาทเท่ากับ ส.ส.

“นายกฯยิ่งลักษณ์ ติดอันดับเข้าประชุมน้อย ลงมติต่ำ เพราะไม่ได้เข้าประชุมครบทุกครั้ง แต่เข้าประชุมน้อยก็ไม่เหมาะสม น่าจะเข้ามากว่านี้ หวังว่าแรงกดดันจากภาคประชาชนทำให้ ส.ส.เข้าประชุมและทำงานให้มากขึ้น ทำสมุดพกแบบนี้ทำให้นักการเมืองรู้สึกว่ามีคนติดตามดูอยู่ ส.ส.ต้องทำหน้าที่นำเสนอกฎหมาย และยื่นญัญัติทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ทั้งการใช้จ่ายงบประมาณในเรื่องข้าว รถคันแรก หน้าที่เหล่านี้ในช่วงหลังแทบจะไม่มีเลย และส.ส.ของพรรคที่เป็นรัฐบาล เป็นส.ส.เฉยๆไม่ค่อยมีบทบาทในสภา บางตระกูลขาดทั้งตระกูล ส.ส.บางจังหวัดไม่สนใจงานสภาเลย  แต่คนเหล่านี้ได้เข้ามาได้หมด เพราะไปงานศพงานแต่งงานบ่อย
นายจรัส กล่าวว่าภาพลักษณ์สภาไทยเป็นสภาฝักถั่ว ขอว่าในชั้นนี้ให้แค่ทำหน้าที่ได้ดี อ่านกฎหมายก่อนลงมติ หรือมองประโยนช์หรือเป็นโทษต่อประชาชนหรือไม่ ในกฎหมายสำคัญที่ผ่านสภา ซึ่งการทำหน้าที่ตรวจสอบเป็นหน้าที่ของนักการเมืองในระบบประชาธิปไตย แต่พรรคการเมืองไทยเป็นพรรครับเหมาประเทศ มีคนตั้งพรรคเพื่อ ไปเป็นรัฐบาล เป็น ส.ส. มารับเหมาประเทศและเหมาส.ส.ได้ด้วย ส.ส.กลายเป็นลูกจ้างพรรค ดังนั้นส.ส.พรรครัฐบาลโหวตสวนมติพรรคไม่ได้ ทำให้ ส.ส.ส่วนใหญ่ในสภาไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ เพราะเป็นลูกจ้าง อยากให้ ส.ส.นักการเมือง มีการยกระดับพัฒนาตัวเองเป็น ส.ส.มีคุณภาพ โดยคำนึงถึง ประชาชนในพื้นที่ให้มาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนด้วยต้องช่วยกันยกระดับสภาไทยให้เกิดเปลี่ยน แปลงประเทศในอนาคต แต่ตอนนี้ขอแค่ให้เข้าประชุมสภาครบทุกครั้งก่อน

ผบ.นรด. เด้งรับแนวคิด “ประยุทธ์”จบรด.เกณฑ์ทหาร


วันนี้ (4 ก.พ.) พล.ท.วิชิต ศรีประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวความคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่จะให้ผู้ที่จบหลักสูตรนักศึกษาวิชาการทหารต้องเข้ามาเกณฑ์ทหารว่า แนวคิดดังกล่าวถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี  และกองทัพก็มีแนวคิดในเรื่องนี้มานานแล้วว่าทุกคนที่เรียนจบหลักสูตรฯ ควรเข้ามารับการฝึกประมาณ 3-6 เดือน เพื่อเพิ่มพูนจิตวิญญาณการรักชาติ ซึ่งเป็นเพียงการขยายแนวความคิดเท่านั้น คงต้องไปศึกษากันในรายละเอียดว่า จะทำกันอย่างไรต่อไป ปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ การเพิ่มยอดของนศ.วิชาทหาร เพราะขณะนี้ผู้ที่เข้ารับการฝึก คือ ผู้ที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนต่าง ๆ  จึง เกิดคำถามว่า หากมีการตรวจเลือกทหาร ผู้ที่ไม่ได้เข้าเรียนตามสถานศึกษาต่าง ๆ ก็จะต้องเข้ามาเป็นทหาร และ คนส่วนใหญ่ที่จะถูกเกณฑ์เข้ามาจะเป็นคนที่ไม่รู้หนังสือหรือเป็นพวกที่มีการ ศึกษาน้อย ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาความแตกต่างทางสังคมชัดเจน
ทาง นรด. จึงต้องจำกัดยอด นศ.วิชาทหารไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำจนเกินไป โดยขณะนี้อัตราส่วนของชายไทยที่เข้ารับการตรวจเลือกแล้วต้องเป็นทหารเกณฑ์ลด ลงไปเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้มีอัตราส่วนอยู่ที่ 2.3 คน ต่อการเป็นทหารเกณฑ์ 1 คน ดังนั้นหากเราเพิ่มยอด นศ.วิชาทหารมากเท่าไรจะทำให้อัตราส่วนลดลงไปอีก ตรงนี้เป็นสัดส่วนสำคัญที่ทางกองทัพมีการพูดคุยกันมาก ที่สำคัญจะทำให้เกิดความรู้สึกต่อคนในระดับรากหญ้า ดังนั้นทางกองทัพกำลังมองถึงความยุติธรรม คือ ทุกคนรักชาติต้องรับใช้ชาติ แต่ในเรื่องการเกณฑ์ทหารต้องมีความยุติธรรมเหมือนกัน ไม่ใช่กลายเป็นว่า คนจนต้องเป็นทหาร ถ้าเป็นอย่างนั้นจะดูไม่ดี เพราะคนจนยังจำเป็นต้องทำงาน เพื่อครอบครัว  แต่มีโอกาสที่จะได้ จับใบดำใบแดงมาก ดังนั้นคนที่อยู่ในสังคมชั้นกลางและสังคมชั้นสูงควรจะมีโอกาสเป็นทหารด้วย เหมือนกัน เพื่อให้มีความเท่าเทียมกันผบ.นรด.กล่าว 
 พล.ท.วิชิต กล่าวว่า ขณะนี้ตนพยายามจำกัดอายุของผู้ที่เข้ารับการเรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารให้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เพราะหากนำเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปีมาฝึกจะเป็นการเพิ่มความรับผิดชอบของกองทัพอย่างมาก อย่างไรก็ตามทาง นรด.ไม่สามารถฝึกนศ.วิชาทหารได้อย่าง 100 %อยู่แล้ว เพราะทาง นรด.ต้องรับผิดชอบ นศ.ทั้งหมดว่า ห้ามบาดเจ็บ ห้ามเสียชีวิต
   รายงานข่าวจากนรด.แจ้งว่า ปัจจุบันมีนศ.วิชาทหารที่ศึกษาระหว่างชั้นปีที่ 1-5 รวมทั่วประเทศจำนวน 3 แสนคน โดยในชั้นปีที่ 4-5 จะมีนศ.วิชาทหารหญิงด้วย ทั้งนี้นรด.ได้กำหนดจำนวนผู้เข้ารับการเรียนหลักสูตรไม่เกินปีละ 1 แสนคน ซึ่งจากการหารือในรายละเอียด คาดว่า ต่อไปนศ.วิชาทหารอาจจะต้องเข้ารับการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการ  แต่จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนระยะเวลาในการรับราชการทหารแทน โดยอาจจะต้องเข้ามารับการฝึกประมาณ 3-6 เดือน. 

รบ.จัดเจรจาจับคู่นักธุรกิจไทย-ฝรั่งเศส เพิ่มความร่วมมือเชื่อมโยงโครงข่ายอาเซียน


วันนี้  4 ก.พ. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ในวันนี้ (4 ก.พ.) เวลา 20.35 น.นายฌอง มาร์ค เอโรต์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส และภริยา พร้อมคณะ จะเดินทางถึงประเทศไทย ด้วยเครื่องบินพิเศษ มายังท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นเยือนประเทศไทยอย่างเป็น ทางการ โดยการเดินทางครั้งนี้ได้นำนักธุรกิจชั้นนำของฝรั่งเศส 36 บริษัท ในสาขา การบิน การบินอวกาศ ดาวเทียม รถไฟความเร็วสูง พลังงาน การธนาคาร และการเงิน ร่วมเดินทางด้วย เพื่อขยายความร่วมมือ เรื่องการลงทุนเชื่อมโยงโครงข่ายในไทย และอาเซียน อย่างไรก็ตาม ในการเยือนครั้งนี้ ทางฝ่ายไทยจะจัดให้มีการเจรจาจับคู่ทาง ธุรกิจระหว่างนัก ธุรกิจไทยกับฝรั่งเศส ในช่วงงานเลี้ยงอาหารค่ำในวันพรุ่งนี้ (5 ก.พ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล สำหรับตัวเลข การค้าระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ปี 2555 มีมูลค่า 4 พันล้าน เหรียญสหรัฐฯ ส่วนการลงทุนของฝรั่งเศสในไทย มีมูลค่า 372 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะ ที่มีบริษัทไทยไปลงทุนในฝรั่งเศสมากขึ้น เช่น บริษัท ไทยยูเนียล ฟอสเซ็นส์ พีทีที ปิโต เลียมเคมิเคล ดับเบิ้ลเอ.

กต.ชี้"วีระ"ยื่นขอโอนตัวนักโทษได้ในเดือนมิ.ย.56


วันนี้  4 ก.พ. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด ที่จำคุกอยู่ที่เรือนจำเปรซอร์ กลับประเทศไทย ว่า ตามที่กัมพูชาได้ออกพระราชกฤษฎีกา ให้มีผลลดหย่อนโทษให้นายวีระ เป็นเวลา 6 เดือน จากเดิมที่ศาลได้สั่งจำคุกนายวีระเป็นเวลา 8 ปี ทำให้โทษลดลงเหลือ 7 ปี 6 เดือน ซึ่งนายวีระ รับโทษไปแล้ว 2 ปี 1 เดือน ยังไม่ถึง 1 ใน 3 ของโทษที่ได้รับ โดยระหว่างนี้ ทางการไทยจะหาทางให้ความช่วยเหลือนายวีระต่อไป มีทางเลือกทั้งการขอลดหย่อนโทษ การขอพระราชทานอภัยโทษ และการโอนตัวนักโทษ
นายมนัส กล่าวอีกว่า ในส่วนการขอพระราชทานอภัยโทษ ทางการไทยจะใช้โอกาสพิธีสำคัญของกัมพูชาที่จะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ เพื่อให้มีการปล่อยตัว โดยนายวีระต้องถูกจำคุกแล้ว 2 ใน 3 ขณะที่การขอลดหย่อนโทษจะได้รับโทษที่ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 สำหรับการขอโอนตัวนักโทษ ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ได้แจ้งให้นายวีระ ทราบว่า ในขั้นตอนนายวีระ ต้องมีหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ขอให้โอนตัว เพื่อได้เริ่มกระบวนการภายในของไทย โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยฯจะนำเข้าคณะกรรมการ พิจารณาโอนตัวนักโทษ มีปลัดกระทรวงยุติธรรมของไทย เป็นประธาน เพื่อขอตัวนายวีระ มารับโทษในประเทศไทยต่อไป อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของกฎหมายกัมพูชานั้น นายวีระต้องได้รับโทษ 1 ใน 3 น่าจะดำเนินการได้ในเดือนมิ.ย.2556 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการคำนวนของกัมพูชา โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยฯจะประสานอย่างใกล้ชิด

"ฮุนเซน" รับพิจารณาโอนตัวนักโทษไทย


วันนี้ (4 ก.พ.)ที่บน.6 กองทัพอากาศดอนเมือง   น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการเยือนประเทศกัมพูชา ว่า วัตถุประสงค์ในการเดินทางครั้งนี้เพื่อถวายพระเพลิงพระศพของสมเด็จพระเจ้า นโรดมสีหนุฯ ซึ่งในโอกาสนี้มีผู้นำหลายประเทศร่วมทั้งผู้นำอาเซียนมาร่วมงานด้วย ซึ่งตนและคณะได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสในการเข้าเฝ้าฯสมเด็จนโรดมสีหมุนีฯ และสมเด็จพระวรราชมารดานอกจากนี้ยังได้หารือข้อราชการกับสมเด็จฯฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งการหารือประเด็นแรกคือการแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของสมเด็จพระเจ้า นโรดมสีหนุฯ นอกจากนี้ในนามของรัฐบาลยังได้ขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาที่ได้อภัยโทษ รวมไปถึงการลดโทษของนายวีระ สมความคิดและนางราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ขณะเดียวกันยังได้ขอให้รัฐบาลกัมพูชาได้ช่วยในเรื่องที่จะโอนตัวนักโทษไทย ให้มารับโทษที่ประเทศไทย
นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นยังมีเจตนารมณ์ที่อยากจะเห็นร่วมกันคือการประสานงานเกี่ยวกับความ สัมพันธ์ของไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณชายแดนให้เป็นพื้นที่ที่มีความสงบ ประชาชนสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างราบรื่น รวมไปถึงการเสริมการค้าระหว่างแนวชายแดน ซึ่งกัมพูชาเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาลไทย ที่เสนอให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ชาย แดน รวมไปถึงกำหนดโครงสร้างการทำงานของการเชื่อมโยงประสานระหว่างกันตลอดเวลา และการเปิดด่านด้วย สรุปว่าจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์ที่อยากจะเห็นความเข้าใจและความสงบในพื้นที่เพื่อประโยชน์ สูงสุดของประชาชนสองประเทศ รวมไปถึงการที่เราจะอยู่ในประชาคมอาเซียนด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้เรายังเห็นพ้องต้องกันว่าเพื่อให้เกิดความสงบในการอยู่ร่วมกัน อย่างสันติ เราจึงเห็นว่าควรเคารพและร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาต่างๆ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน โดยเฉพาะระหว่างประชาชนและประชาชน และในส่วนที่ไม่สอดคล้องกับเอ็มโอยู 2543 ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหารได้หยิบยกมาหารือ ด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าได้พูดคุยกับสมเด็จฮุนเซนด้วยซึ่งเห็นตรงกันว่าทุกอย่างเป็น ตามกลไกที่มีคณะกรรมการดูแลในกรอบข้อตกลงเอ็มโอยู 43 และความร่วมมือของสองประเทศเพื่อเกิดสันติสุขระหว่างประชาชนสองประเทศ.

“เต้น"จี้เร่งศึกษากฎหมายนิรโทษกรรม



วันนี้(5 ก.พ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ข่าวว่าอาจมีการหยิบยกร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วย นิรโทษกรรมและขจัดความขัดแย้ง ของกลุ่มนิติราษฎร์ และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของ ประชาชน ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.2549 - 30 พ.ค.2554 พ.ศ. ...ของนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ(คอ.นธ.) และร่างพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)นิรโทษกรรม ฉบับของกลุ่มคนเสื้อแดง เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่า ตนได้เคยเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงหลักการและแนวคิดในเรื่องของร่าง พ.ร.ก.นิรโทษกรรม นายกรัฐมนตรีรับฟังและบอกว่าจะต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ ส่วนจะต้องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันนี้(5 ก.พ.) หรือมอบหมายกันด้วยวาจานั้น ตนยังไม่ทราบถึงขั้นตอนที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะใช้เวลาตรวจสอบไม่นาน เพราะไม่ได้เป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีการปฏิบัติมาหลายครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองของไทยซึ่งสามารถนำมาใช้ เทียบเคียงกันได้

เมื่อถามว่าส่วนตัวอยากให้เร่งทำเรื่องนี้หรือคิดว่าเป็นเรื่องที่รอได้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วนอย่างหนึ่งของประเทศ เพราะจะช่วยลดกระแสความขัดแย้งและความรู้สึกเจ็บปวดบอบช้ำของประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายที่รู้สึกว่าเป็นผู้ถูกกระทำทางการเมือง ถ้าทำตรงนี้ได้ เส้นทางที่นำไปสู่การปรองดองก็จะเปิดกว้างยิ่งขึ้น และตนเชื่อว่าคนทั้งสังคมก็เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ แต่วิธีการหรือรูปแบบจะเป็นอย่างไรนั้นยังเป็นสิ่งที่มีการพูดคุยกันอยู่

เมื่อถามว่าถ้าการดำเนินการเรื่องนี้มีความล่าช้า จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ เพราะรัฐบาลกับกลุ่มคนเสื้อแดงเดินผ่านเส้นทางที่มีเลือดหลายหยด มีความสูญเสียและความเจ็บปวด ดังนั้นเมื่ออำนาจรัฐที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนยังมีจุดยืนหลักจากฝ่าย ประชาธิปไตย คงไม่มีอะไรที่จะเกิดความขัดแย้ง แตกหักกันได้ง่าย แต่เรื่องนี้เป็นการสื่อสารกันด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง อีกทั้งเป็นการสื่อสารกันภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นจริงว่าความขัด แย้งจำเป็นต้องมีวิธีการคลี่คลาย ก็ต้องมีการปรึกษาหารือกัน

เมื่อถามว่าเหตุใดในระยะหลัง ความคิดเห็นระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มคนเสื้อแดงจึงแตกต่างกันค่อนข้างมาก นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การยืนอยู่กันคนละจุดและการสัมผัสสถานการณ์คนละด้านอาจทำให้มุมมองต่อ เหตุการณ์ต่างๆมีความเหมือนหรือต่างกันก็ได้ แต่ยังมีจุดยืนเดียวกันคือจุดยืนประชาธิปไตย และเป็นจุดยืนที่เข้าใจกันว่าเส้นทางที่เดินกันมานั้นเต็มไปด้วยอันตราย รวมถึงเส้นทางที่จะเดินไปต่อก็เต็มไปด้วยอันตรายเช่นกัน ดังนั้นความเข้าใจกันอย่างนี้ยังเป็นพื้นฐานสำคัญ ส่วนความแตกต่างในหลายเรื่องก็ต้องมีการพูดคุยและหารือกัน ทั้งนี้ ตนดีใจที่นายกรัฐมนตรีมีท่าทีเปิดรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

ดีเอสไอตั้งสอบฮั้วประมูลสร้างโรงพัก-แฟลตตำรวจ


วันนี้ (4 ก.พ.)ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  กล่าวว่า  ตนได้อนุมัติให้มีการสอบสวนโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ(ทดแทน) จำนวน 396 หลัง  วงเงิน 5,848 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจ(แฟลต)จำนวน 163 แห่ง วงเงิน 3,709,880,000 บาท  ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)  ในฐานความผิดตามพ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ(ฮั้วประมูล)แล้ว  นอกจากนี้ยังได้อนุมัติทำการสืบสวนโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนในส่วน ความผิดที่อาจเข้าข่ายการฉ้อโกงด้วย  โดยในส่วนความผิดปกติฐานฮั้วประมูลดีเอสไอพบประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการแข่ง ขันราคา คือกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติงบก่อสร้างจำนวน 6,672 ล้านบาท และตั้งงบกลางไว้ที่ 6,388 ล้านบาท โดยบริษัท พีซีซี  ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์  คอนสตรัคชั่น จำกัด ชนะการประกวดราคาที่ 5,848 ล้านบาท  ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง 540  ล้านบาท  แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับห้างหุ้นส่วนจำกัด สามประสิทธิ์ ที่เสนอราคาเป็นลำดับที่ 2 ในราคา 6,095 ล้านบาท จะพบว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง 293 ล้านบาท แต่เป็นราคาต่ำสุดที่ต่างจากบริษัท พีซีซีฯถึง 247 ล้านบาท  ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติที่ราคามีส่วนต่างกันมาก

“ได้สั่งการให้สืบสวนข้อพิรุธในการเสนอราคาต่ำกว่าปกติ  ซึ่งข้อเท็จจริงพบว่าบริษัท พีซีซีฯเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 540 ล้านบาท และยังเสนอราคาต่ำกว่า หจก.สามประสิทธิ์ ที่เป็นผู้รับเหมารายใหญ่ และมีทุนจดทะเบียนสูงกว่า  จึงน่าสังเกตว่าเป็นการตระเตรียมที่จะฉ้อโกงมาตั้งแต่ต้นหรือไม่ เนื่องจากพฤติการณ์คดีคล้ายกับว่าต้องการเสนอราคาต่ำ เพื่อชนะการประมูลจะได้เบิกเงินล่วง 15 % และเงินงวดแรกไปใช้จ่าย   โดยไม่หวังให้โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจริง  หากพบสัญญาก่อสร้างไม่เสร็จก็จะยอมให้ตำรวจ ฟ้องแพ่ง เมื่อไม่มีเงินชดใช้ก็ปล่อยให้ล้มละลาย ซึ่งดีเอสไอไม่ยอมให้จบเช่นนั้น หลังจากนี้จะเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัท พีซีซีฯว่าหลังเบิกเงินแล้วเงินไหลเข้าไปถึงบุคคลใดบ้าง” นายธาริต  กล่าว
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวด้วยว่า  ดีเอสไอพบข้อเท็จจริงหลายประการที่ทำให้เชื่อว่ามีการวางแผนอย่างเป็นขั้น ตอนเพื่อให้มีผู้ชนะการประมูลเพียงรายเดียว  โดยมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ถือเป็นการอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรง  หากมองแยกส่วนอาจมองเป็นเพียงความผิดแพ่งธรรมดา แต่เมื่อพิจารณาองค์ประกอบแต่ละส่วนประกอบกันเป็นภาพรวม  6 ส่วนจะเห็นภาพความร้ายแรงของปัญหา  อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตนจะทำหนังสือเชิญอดีตผบ.ตร. 3 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสัญญาดังกล่าวเข้าให้ปากคำในสัปดาห์หน้า ประกอบด้วยพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ  , พล.ต.อ.ปทีป  ตันประเสริฐ และพล.ต.อ.วิเชียร  พจน์โพธิ์ศรี   จากนั้นจะออกหมายเรียกนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง  โดยขีดเส้นให้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีให้ได้ภายใน 30 วัน และสรุปสำนวนคดีฮั้วประมูลแฟลตตำรวจภายใน 50 วัน ทั้งนี้เบื้องต้นยังเป็นเพียงการเรียกเข้าให้ปากคำ จะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา

เมื่อถามวาบริษัทพีซีซีฯออกมาชี้แจงว่าไม่เห็นด้วยกับการรวมประมูลมา ตั้งแต่ต้น  นายธาริต กล่าวว่า บริษัทจะชี้แจงอย่างไรก็ได้แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดไม่เห็นด้วยแล้วจึง ซื้อซองยื่นประมูล และตั้งราคาต่ำกว่าราคากลางกว่า 500 ล้านบาทจนเป็นผู้ชนะประมูลงานก่อสร้าง

แหล่งข่าวจากดีเอสไอ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบบริษัทมีการจ้างช่วงกับผู้รับเหมาในพื้นที่หลายจังหวัด โดยสถานีตำรวจขนาดใหญ่มีวงเงินสัญญาก่อสร้าง 27 ล้าน แต่บริษัท พีซีซีฯไปจ้างช่วงต่อเพียง 20 ล้านบาท หักหัวคิว  7 ล้านบาท  หากเป็นสถานีตำรวจขนาดเล็กมูลค่าสัญญา 17 ล้านบาท หักค่าหัวคิว  7  ล้านบาท  หลังจากนี้ดีเอสอจะเสนอให้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปคุ้มครองพยานปากสำคัญ เนื่องจากมีข้อมูลว่ามีการข่มขู่ ทำลายหลักฐานและพยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่าไม่มีการจ้างช่วงต่อซึ่งจะเป็นการ ผิดเงื่อนไขการประมูล.

ตำรวจบ้านค่ายรวบแก๊งค้ายาบ้าพกระเบิด


วันนี้ 4 ก.พ. พ.ต.ท.ทวี กุดแถลง รอง ผกก. ป.สภ.บ้านค่าย  จ.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.ต.กฤตพงษ์ โรจน์รุ่งศศิธร สวป.ฯ ร.ต.ท.สุทธิพงษ์ ทองคำ รอง สวป.ฯ ด.ต.ณัฐวุฒิ นันทะเสนา จ.ส.ต.เชษฐพร แจ้งประจักษ์ ส.ต.อ.สุพจน์ โพธิ์เล็ก และ ส.ต.อ.สุนัน บุญเปรี่ยม ได้ให้สายลับทำการล่อซื้อยาบ้า จากนาย วิรัช หรือตี๋ ม่วงแก้ว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 451/1 ม.6 ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ได้ของกลางยาบ้า จำนวน 139 เม็ด วัตถุระเบิดแบบเอ็ม 26 ชนิดสังหาร จำนวน 1 ลูก โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง  ได้ภายในห้องพักที่ 307 ชั้น 3  ของโรงแรมระยองเพรสซิเด้นท์
   ต่อมาได้ทราบว่าได้มีเครือข่ายที่ร่วมแก๊งด้วย ขับรถออกไปส่งยาบ้าให้ลูกค้าภายนอกโรงแรม จึงได้ให้สายลับโทรศัพท์ล่อซื้อยาบ้า จาก นายอนุจิต หรือนิว ศรีสุข อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/7 ม.4 ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง   ได้ของกลางยาบ้า จำนวน 9 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บนหัวเตียงนอน ภายในห้องพักชั้น 3 ห้อง 307  จึงได้กล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวทั้งสองคนส่งให้ ร.ต.ต.ธวัช หน่อสิงหา ร้อยเวร สภ.เมือง ระยอง ดำเนินคดีต่อไป….

สน.สำเหร่ ตื่นตัว อบรมภาษาอังกฤษ


วันนี้  4 ม.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 4 สน.สำเหร่  พล.ต.ต. รัษฏากร ยิ่งยง ผบก.น.8 พ.ต.อ.ธงชัย บุญสมบัติ ผกก.สน.สำเหร่  พร้อมด้วยคณะกต.ตร.สน. สำเหร่ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมให้ความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำเหร่ โดยมี อาจารย์สุรินทร์ ฉิมน้อย ประธานกลุ่มโรงเรียน ปัญญาศักดิ์ และทีมงานเข้าอบรมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย

ในการอบรมครั้งนี้จะมีการฝึกการออกเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง การออกเสียง เชื่อมเสียง การเน้นคำหนักคำเบา การออกเสียงคำที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน  การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสนทนาในชีวิตประจำวัน

พล.ต.ต. รัษฏากร เผยว่า การอบรมในครั้งนี้เป็นโครงการที่ดี เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะนำความรู้ที่ได้ในการอบรมในครั้งนี้ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างถูกต้อง เป็นการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ โดยได้มีการเชิญ อาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถในการสอนภาษาอังกฤษพร้อมทีมงานที่มีความ สามารถและมีประสพการณ์ให้ความรู้และฝึกอบรมต่อเจ้าหน้าที่  โดยเบื้องต้นนี้จะมีการอบรม อาทิตย์ละ 2 วันคือวันจันทร์ และวันพุธ ในเวลาช่วงเย็น

ตร.เรียกเจ้าของบริษัทพีซีซีฯ แจงสร้างโรงพักไม่เสร็จ


       วันนี้ (4 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามการดำเนินการโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำ การสถานีตำรวจ 396 แห่ง ได้เรียกประชุมคณะกรรมการ และผู้แทนจากสำนักงานอัยการเพื่อพิจารณาปัญหาการก่อสร้างสถานีตำรวจไม่เสร็จ โดยมีนายพิบูลย์ อุดมสิทธิกุล ประธานกรรมการผู้จัดการ ผู้แทนบริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้รับจ้าง และนายนวพล พรัมมะลิ ที่ปรึกษาบริษัทฯ เข้าจี้แจงรายละเอียดปัญหาทั้งหมด เพื่อที่คณะกรรมการจะได้ทำการพิจารณารวบรวมข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้น

พล.ต.อ.วรพงษ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้เชิญบริษัทคู่สัญญามาให้ข้อมูล โดยทางคณะกรรมการฯ ได้ขอแผนงานการทำงาน หลังจากมีการทำหนังสือขอไปหลายครั้งแล้ว โดยทางบริษัทคู่สัญญายังไม่มีแผนการทำงานเข้ามาชี้แจง และเมื่อสอบถามด้วยวาจาก็มีการยืนยันว่าการก่อสร้างจะเสร็จสิ้นไม่ทันกำหนด ในวันที่ 14 มี.ค.อย่างแน่นอน ดังนั้น  คณะกรรมการมีมติเสนอยกเลิกสัญญา แต่ระเบียบในการเลิกสัญญานั้นเป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ ที่จะต้องมีความเห็นจากประธานส่วนการจ้างประกอบด้วย โดยประธานส่วนการจ้างของเราได้กระจายออกไป 10 คน คือ ผบก.อก. 1 - 9 , ศชต.จะต้องทำรายงานข้อเท็จจริงความคืบหน้าของการก่อสร้างขึ้นมายัง ตร.โดยตนก็ได้เร่งให้มีการทำรายงานขึ้นมาด่วนที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการยกเลิกสัญญาทันก่อนครบกำหนดส่งมอบงานในวันที่ 14 มี.ค.หรือไม่ พล.ต.อ.วรพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ โดยความกังวลใจของเรา คือ หากมีการยกเลิกช้า จะทำให้กระบวนการหาผู้รับเหมาใหม่มาทำงานแทน และการก่อสร้างอาคารใหม่นั้นต้องล่าช้าออกไป ซึ่งช่วงเวลานับจากนี้อีก 38 วันจนถึงวันหมดสัญญา ตนได้มีหนังสือสั่งการ 2 ฉบับ ให้ทุกหน่วยไปเตรียมทางธุรการ เพื่อที่จะดำเนินการหาคู่สัญญาใหม่เลย โดยขั้นตอนทำทางธุรการจะใช้เวลาทั้งหมด 85 วัน ฉะนั้นเมื่อครบระยะเวลา 85 วัน เราสามารถเซ็นสัญญากับผู้รับจ้างใหม่ และเริ่มงานได้ทันที

"ขณะนี้เรามีเวลาที่จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อให้มีความมั่นใจว่า เมื่อมีการฟ้องร้องในชั้นศาล เราจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะแน่นอนอยู่แล้ว ที่ตอนนี้ทางบริษัทคู่สัญญาเขายังไม่พร้อมที่จะเลิกสัญญา ฉะนั้น ต้องมีการฟ้องร้องกัน ซึ่งทางเขาก็คงมีการฟ้องร้องกลับเช่นกัน หลังจากนี้จะเสนอเรื่องให้ทาง ผบ.ตร.ในฐานะผู้ตัดสินใจว่า จะยกเลิกสัญญาก่อนหรือยกเลิกวันสิ้นสุดสัญญา ซึ่งหากต้องการให้ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องรอให้หมดสัญญาก่อนบอกยกเลิก หรือบอกเลิกในทันที มันจะมีข้อต่อสู้ เพราะว่าเขายังเหลือเวลาอยู่ โดยปัญหาสำคัญก็คือเรื่องสัญญาที่เป็นสัญญาเดียวทั่วประเทศ และห้ามจ้างช่วงต่อ" รอง ผบ.ตร.กล่าว

เมื่อถามว่า การทำสัญญาในตอนแรก ทาง ตร.มีการพิจารณาแล้วว่าบริษัทพีซีซีฯ มีความพร้อมที่จะเข้ามาทำแล้วหรือไม่ พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ขอชี้แจงว่าในหลักการก่อนที่จะได้บริษัทมา ทาง ตร.ก็ได้พิจารณาถึงเรื่องความประหยัด จึงเสนอให้ทาง ครม.อนุมัติ จนมาได้บริษัทเดียว ส่วนการตรวจสอบในฝ่ายของตำรวจนั้น ทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตรวจสอบ โดยมอบให้สำนักงานตรวจสอบภายใน เข้าไปตรวจสอบดูว่ามีใครบกพร่อง หรือเป็นการบกพร่องในเชิงบริหารหรือไม่ ถ้าพบว่ามีการพาดพิงนายตำรวจระดับสูง ก็ไม่มีข้อยกเว้น

ด้านนายพิบูลย์ กล่าวว่า บรรยากาศในการพูดคุยวันนี้เป็นไปด้วยดี แต่ไม่ขอพูดอะไรขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นฝ่ายชี้แจง โดยจะแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ตอนนี้ขอชี้แจงเป็นเอกสารตามที่ส่งให้ตร. เมื่อถามว่า ตร.ระบุว่าที่สร้างไม่เสร็จ เพราะบริษัทฯขาดสภาพคล่อง ทางการเงิน  นายพิบูลย์ กล่าวว่า ไม่จริง เรายังมีเงินทุนในการก่อสร้าง แต่ขอพูดในรายละเอียดอีกครั้ง เรื่องนี้ไม่มีนักการเมืองเข้ามาฮั้ว ปัญหาที่เกิดมาจากหลายสาเหตุ วันนี้มาขอทราบอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรต่อ และไม่กังวลหากตร.จะยกเลิกสัญญา การดำเนินการฟ้องร้องก็ต้องทำไปตามกระบวนการ การฟ้องร้องจะเป็นทางสุดท้าย ส่วนการสร้างแฟลตยังดำเนินการไปได้ตามปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถามถึงกรณีจ้างช่วงต่อ นายพิบูลย์ไม่ได้ตอบคำถาม แต่มีเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายของบริษัท ตอบคำถามอย่างมีอารมณ์ว่า  ขอให้สื่อไปทำความเข้าใจเรื่องการจ้างช่วงในทางกฎหมาย และระบุว่า บริษัท มีการส่งวิศวกรไปคุมการก่อสร้าง และส่งวัสดุไปใช้ในการก่อสร้าง อย่างนี้เรียกว่าการจ้างช่วงหรือไม่  บริษัทของตนเคยถูกคตส.ตรวจสอบมาแล้ว เป็นการกล่าวหาสมัยรับเหมาก่อสร้างบ้านเอื้ออาทร ขอให้ตีความถามเรื่องการจ้างช่วงก่อนเมื่อถามว่า เหตุใดบริษัทฯจึงไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จตามกำหนด นายนวพล กล่าวว่า มีอุปสรรคหลายอย่างที่ติดขัดจะของแถลงในครั้งเดียว ยืนยันบริษัทเราทำตามสัญญา
เมื่อถามว่า ดีเอสไอระบุว่าบริษัทอาจเข้าข่ายฉ้อโกง จงใจเอาเงินไปล่วงหน้า นายนวพล กล่าวว่า บริษัทวางวงเงินค้ำประกันเต็มมูลค่า ทางราชการไม่เสียหายแน่นอน ข่าวที่ว่าเราฉ้อโกง ข่าวพวกนี้เป็นอุปสรรคการทำงานของบริษัทเรา  อย่าลืมว่าข่าวทางลบทำให้ความเชื่อมั่นเครดิตของบริษัท ลดลง.

Blog Archive

Design Downloaded from ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ | Free Textures | Web Design Resources