Pages

วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555

สรุป "หญ้าหยาดน้ำค้าง" รักษามะเร็งไม่ได้


วันนี้ (15 มี.ค.) นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ ศาสตราจารย์วงศ์สถิตย์ ฉั่วกุล ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และ นางเสาวณีย์ กุลสมบูรณ์ ผอ.สำนักการแพทย์พื้นบ้าน แถลงข่าวผลการตรวจสอบหญ้าหยาดน้ำค้างภายหลังจากที่มีชาวบ้าน จ.กำแพงเพชร แห่เก็บมารับประทาน เนื่องจากเชื่อว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้

 ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวว่า  จากการตรวจสอบหญ้าหยาดน้ำค้างที่ชาวบ้านเรียกกัน พบว่าเป็นผักพื้นบ้าน เรียกว่า หญ้ากาบหอยตัวเมีย สรรพคุณเด่นของหญ้ากาบหอยตัวเมียคือ ฆ่าเชื้อโรค ลดไข้ ทางภาคอีสานใช้รักษากามโรค หมอพื้นบ้านทางภาคอีสานใช้แก้กลากเกลื้อน ต้มอาบ ฆ่าแบคทีเรีย ไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ดังนั้นหากจะพัฒนาต่อยอดควรเน้นเรื่องการต่อยอดให้เป็นยากลุ่มปฏิชีวนะ รักษาแผลติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรามากกว่า

“หญ้ากาบหอยตัวเมีย ยังมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป และมีในหลายพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ทั้งยังพบได้ในหลายประเทศ เช่น  จีน ออสเตรเลีย สหรัฐฯ และมาเลเซีย ส่านใหญ่ใช้เป็นยารักษาภายนอก รักษาแผลอักเสบ โดยเฉพาะแผลที่โดนเห็บป่ากัด แก้กลากเกลื้อน แผลน้ำร้อนลวก และใช้ต้มอาบรักษาในสตรีหลังคลอด ส่วนสรรพคุณในการรักษามะเร็งตามที่ชาวบ้านเข้าใจและมีความเชื่อนั้น ที่ผ่านมาประเทศเวียดนามเคยมีการศึกษาในหลอดทดลอง แต่ให้ผลได้ไม่ดี ไม่สามารถรักษามะเร็งได้” ภญ.สุภาพรณ์ กล่าวและว่า  นอกจากนี้ทางกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยจะส่งตัวอย่างหญ้ากาบหอยตัวเมียไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อตรวจดูสารสำคัญและความเป็นพิษอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลต่อไป

ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับในคนที่รู้จักหญ้าดังกล่าวนำมากินเป็นผักสดจิ้มน้ำพริกนั้นก็สามารถกินต่อได้ แต่ในกลุ่มคนที่ไม่เคยกิน ไม่แนะนำเพราะอาจเก็บผิดชนิดหากนำไปกินอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ หากจะต้องการกินผักพื้นบ้าน หรือใช้สมุนไพรควรใช้สมุนไพรที่มีการวิจัยและรับรองแล้ว อย่างขมิ้นชัน มะกูด ใบยอ และหญ้าปักกิ่ง เป็นต้น ซึ่งมีถึง 30 ชนิดที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระได้ ทั้งยังหาได้ง่าย

แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น