Pages

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

รวบ3คนแก๊งคอลเซ็นเตอร์



ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มี.ค. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.ก. พร้อมด้วยพล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ ผกก.3 บก.ทท. หัวชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจใต้หวั่นประจำประเทศไทย และตัวแทนจากธนาคารที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชนผ่านโทรศัพท์ (VOIP) 3 ราย ทราบชื่อคือ นายพงษ์เดช กัลยา อายุ 24 ปี น.ส.นิตยา สมบูรณ์ อายุ21 ปี โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในบ้านเลขที่ 82 หมู่ 18 ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย และนายธนพล เย็นมานัส อายุ 35 ปี จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 389/8 หมู่ 6 ต.โพธิ์พระยา อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็ม 45 ใบ สมุดบัญชีเงินฝาก 31เล่ม เอกสารรายชื่อบุคคล หมายเลขบัตรประชาชน 2 เล่ม กลุ่มเลขบัตรเอทีเอ็ม 6 แผ่น โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง
พล.ต.ต.อดิศร์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 – 10 มี.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนร้ายโทรศัพท์มาหลอกลวงผู้เสียหายทางโทรศัพท์มือถือให้หลงเชื่อ แล้วโอนเงินให้ 4,330,000 บาท ผู้เสียหายได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จากนั้นผู้บังคับบัญชาจึงได้ให้หน่วยงานของบช.ก.ที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวน จากการตรวจสอบพบว่า เป็นกลุ่มจัดหาสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็ม เมื่อได้ข้อมูลแล้วจะจัดส่งไปยังประเทศใต้หวั่น โดยใช้เครื่องสกริมเมอร์ ซึ่งนำมาใช้เพื่อคัดลอกข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็มส่งผ่านทางอีเมล์แจ้งรายละเอียดข้อมูลหมายเลขบัญชีธนาคาร ชื่อ ประวัติ และรหัสการถอนเงินจากบัตรเอทีเอ็มเจ้าของบัญชีให้นางดลวรรณ เฉิน และนายเชียชิง เฉิน สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง จะเดินทางไปกลับระหว่างอ.ป่าแดด จ.เชียงราย และประเทศใต้หวั่น
ส่วนกลุ่มม้าถอนเงินจากมีบางส่วนอยู่ภายในประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่ประเทศใต้หวั่น โดยทั้งสองคนได้ถูกจับกุมตัวขณะกำลังเดินทางหลบออกจากอยู่ที่ประเทศใต้หวั่น เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามความผิดฐานฟอกเงินและพบว่าบัญชีทั้งหมด 10 ล้านกว่าบาท โดยจะประสานป.ป.ง.เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์อีกครั้ง
พล.ต.ต.อดิศร์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายทั้ง 3 คนดังกล่าว ให้การรับสารภาพว่า เป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุและหลบซ่อนตัวอยู่ทั้งในประเทศไทยและใต้หวั่น โดยนายพงษ์เดช ทำหน้าที่จัดหาสมุดบัญชี พร้อมบัตรเอทีเอ็มจากชาวบ้านภาคเหนือและรับคำสั่งจากนางดลวรรณให้คัดเลือกบัตรและคัดลอกข้อมูลบัตรส่งไปยังประเทศใต้หวั่น ส่วนน.ส.นิตยา ลูกสาวของนางดลวรรณทำหน้าที่เหมือนเป็นเลขานุการและดูแลบัญชีให้ตลอดจนโอนเงินค่าตอบแทนให้หัวกลุ่มที่จัดหาบัญชี และนายธนพล ทำหน้าที่จัดหาสมุดบัญชี พร้อมบัตรเอทีเอ็มจากชาวบ้านในพื้นที่ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก และภาคใต้ อย่างไรก็ตาม หากมีหมายเลขบัญชี ชื่อของผู้เสียหาย สามารถโทรไปตรวจสอบได้ที่้เบอร์ 1555 ตำรวจท่องเที่ยว หรือท้องที่สภ.เมืองอุดรธานี ได้ทันทีเพื่อติดตามจำนวนเงินที่สูญหายไป ทั้งนี้ จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลการจับกุมต่อไป
 
ทางด้านนางเพียงเพ็ญ จิระพันธุ์ เจ้าหน้าที่บริการการเงินอิเลคทรอนิกส์ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนอย่าไปหลงเชื่อ หากมีโทรศัพท์จากธนาคารต่างๆ โทรศัพท์เข้าไปสอบถามข้อมูลส่วนตัวทั้งรหัสบัตรประชาชนหรือจำนวนเงินในบัญชีเพราะทางธนาคารมีข้อมูลส่วนนี้ของทางลูกค้าอยู่แล้ว อีกทั้งนโยบายของทุกธนาคารไม่มีการให้ลูกค้าไปฝากเงินกับแบงค์ชาติหรือป.ป.ง. ตรวจสอบเงิน ถ้ามีโทรศัพท์พูดถึงกรณีดังกล่าวขอให้ลูกค้าของธนาคารต่าง ๆ อย่าไปหลงเชื่อ
แหล่งที่มาข้อมูล www.dailynews.co.th   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น