
ประชุมสภาถกญัตติซักฟอก “นายกฯ-3 รมต.”เริ่มแล้ว ประธานสภาแจ้ง 2
วันแรกไม่เกินตีหนึ่ง และให้แจกเอกสารอภิปรายให้
ส.ส.“จุรินทร์”นำทีมแถลงเปิดญัตติ กล่าวหานายกฯ บริหารงานบกพร่อง ผิดพลาด
ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ลอยตัวเหนือปัญหา เอื้อพวกพ้อง
วันนี้ ( 25 พ.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา
มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไป เป็นพิเศษ
เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ
รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยมีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้ง 3 คน ทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
รองนายกฯ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก
รมช.มหาดไทย รวมทั้งรัฐมนตรีคนอื่นๆ และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย
เข้าร่วมฟังการอภิปรายฯอย่างพร้อมเพรียง
และในห้องประชุมสภาได้มีการนำช่อดอกไม้สีสดใสประดับไว้ตรงป้ายพรรคที่นั่ง
ของ ส.ส.แต่ละพรรค
ก่อนเข้าวาระการประชุม นายสมศักดิ์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า การอภิปราย 2
วันแรกจะยุติลงในเวลาไม่เกิน 01.00
และในวันที่สามต้องอภิปรายให้เสร็จก่อนเที่ยงคืน หรือ 24.00 น.
และการอภิปรายหากมีคลิปหรือเอกสารประกอบก็ขอให้ผู้อภิปรายขออนุญาตจากประธาน
ก่อน ตามประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมา
ต้องให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานและคลิปต่างๆ
ทำให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ทักท้วงว่า
ที่ประชุมวิป 2
ฝ่ายได้ข้อยุติร่วมกันแล้วว่าจะไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
เพราะจะเป็นการรู้ข้อมูลล่วงหน้าในการอภิปรายฯโดยให้เป็นดุลยพินิจของและการ
ควบคุมดูแลของประธานสภาฯ รวมทั้งก่อนการใช้เอกสาร จะต้องมีการหารือกับ
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุน รองประธานสภาฯ เป็นผู้รับผิดชอบก่อน
ทำให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล หลายคนได้โต้แย้งพร้อมเสนอตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ
เช่นเดียวกับที่เคยทำในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ซึ่งมีการโต้เถียงกันไปมา ในที่สุดนายสมศักดิ์ ได้สรุปว่า
ขอให้ตั้งคณะกรรมการที่เป็นข้าราชการขึ้นมาดูแลเรื่องคลิปและเอกสาร
พร้อมสั่งให้เลขาธิการสภาฯ ไปดำเนินการแต่งตั้งทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร
พรรคเพื่อไทย หารือว่า ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะต้องให้
ส.ส.ได้ทราบถึงเอกสารในประเด็นการยื่นถอดถอนนายกฯและรัฐมนตรีตามมาตรา 271
ของรัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้น ผู้ถูกอภิปรายต้องเห็นประเด็นข้อกล่าวหา
และส.ส.ต้องเห็นด้วย ไม่ใช่เปิดอภิปรายแล้วมีการยื่นภายหลัง
ขณะที่นายจุรินทร์ ทักท้วงว่า
เอกสารถอดถอนถือเป็นเอกสารลับและเพื่อป้องกันการเผยแพร่ที่อาจก่อให้เกิด
ความเสียหายบุคคลใด กรณีฝ่ายค้านสำเนายื่นต่อประธาน
เพราะประธานมีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ
แต่อยู่ดุลพินิจท่านจะเผยแพร่หรือไม่
เป็นเรื่องถูกต้องว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารลับหรือไม่
เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งก่อนมีปัญหาเอกสารลับนี้รั่วไหลไป ยัง
ส.ส.แล้วนำมาอภิปรายในสภา ที่สุดนายสมศักดิ์ สรุปว่า
การที่ฝ่ายค้านบอกว่าเอกสารลับได้ยื่นถอดถอน เป็นแค่หัวข้อเท่านั้น
ต่อไปนี้ฝ่ายค้านจะหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาอภิปรายลงในรายละเอียดให้
ประชาชนได้ฟัง แล้วจะลับตรงไหน ตนเห็นว่าเอกสารนี้น่าจะแจกให้
ส.ส.ทุกคนให้ได้ช่วยการกำกับดูแลที่ประชุมดำเนินตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่
ตนขอยืนยันแจกเอกสารให้ ส.ส.ทุกท่าน
นายจุรินทร์ แถลงเปิดญัตติว่า พวกตน ส.ส.จำนวน 157 คน ประกอบด้วย
ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรครักประเทศไทย
ร่วมกันเสนอญัตติญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายก
รัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 159
สำหรับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลนั้นมีรัฐมนตรีที่ถูก
เปิดอภิปรายคือ 1.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 2.พล.อ.อ. สุกำพล
สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และ 3 .พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย
ทั้งนี้ได้แนบหลักฐานที่ได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้วุฒิสภามีมติถอด
ถอนรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งตามมาตรา 271
มาด้วยแล้วเนื่องจากรัฐมนตรีมีรายนามข้างต้นได้มีพฤติกรรมการบริหารราชการ
แผ่นดินที่ บกพร่องผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ขาดความรู้ความสามารถ
ลุแก่อำนาจ ขาดคุณธรรม จริยธรรม เล่นพรรคเล่นพวก เลือกปฏิบัติ
มุ่งสนองผลประโยชน์ผู้มีบุญคุณทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมที่แท้
จริงของประชาชน และความสงบสุขของบ้านเมือง ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต
ไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรมและระบบนิติรัฐ รัฐมนตรีบางคนยังมีพฤติกรรมทุจริต
จงใจกระทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญหากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดิน
ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศและประชาชนไม่มีที่สิ้นสุด
จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า
สำหรับญัตติญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม้ไว้วางใจน.ส.ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนั้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158
โดยได้แนบหลักฐานการยื่นขอถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา 271 ด้วยทั้งนี้เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์
มีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ผิดพลาด ไร้ความสามารถ
ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาและประชาชน
มีพฤติการณ์พูดอย่างทำอย่าง
นโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นแค่เครื่องมือ “สร้างภาพ” “เอื้อพวก”
มีการ“เลือกปฏิบัติ” “ละเว้น”เป็นหลายมาตรฐาน
มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต
ใช้จ่ายเงินแผ่นดินกระจายไปในกลุ่มบุคคลและหน่วยงานต่างๆ
ท่ามกลางความเดือดร้อนแสนสาหัสของคนไทยทั้งประเทศ
จนมีคำกล่าวว่ารัฐบาลภายใต้การบริหารของน.ส.ยิ่งลักษณ์ นอกจากน้ำท่วม
หนี้ท่วม แพงทั้งแผ่นดินแล้ว
ยังเกิดการทุจริตเป็นทำนอง“โกงทั้งแผ่นดิน”ด้วย
ในญัตติยังระบุด้วยว่า นายกฯยังบริหารราชการโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม
จริยธรรม รังแกข้าราชการประจำ ทำลายระบบนิติรัฐ เห็นประเทศเป็นบริษัท
ขัดหลักนิติธรรม มีพฤติกรรมลอยตัวเลี่ยงความรับผิดเพื่อตัว
เอื้อพวกเอื้อญาติ ปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอำนาจเหนือตัว เหนือรัฐธรรมนูญ
ลักลอบควบคุมกำกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยมิชอบ
ทั้งยังมีพฤติกรรมการบริหารโดยจงใจไม่รับผิดชอบต่อรัฐสภา
ขาดวุฒิภาวะนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตย ปิดหูปิดตาประชาชน ปิดบังข้อมูล
หลีกเลี่ยงการตรวจสอบเพื่อประโยชน์พวกพ้องและวงศ์วานว่านเครือ อีกทั้ง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายตลอดจนมีพฤติกรรมกระทำการอันไม่
บังควร
หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปก็จะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติไม่มี
ที่สิ้นสุด จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป
และเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 159
พวกตนขอเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป